![[ครบชุด] T1403307 EP5 คดวาฝงเธอลงดนแลวเรองจะจบ](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_143914.jpg)
Lamborghini Revuelto: ยุคใหม่ของซูเปอร์คาร์ Plug-in Hybrid ระดับ 1,015 แรงม้า
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง แบรนด์กระทิงดุจากอิตาลี Lamborghini ได้ประกาศศักดาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Lamborghini Revuelto (แลมโบร์กินี เรวูเอลโต) ซูเปอร์คาร์ Plug-in Hybrid (PHEV) รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมพละกำลังมหาศาลกว่า 1,015 แรงม้า การมาถึงของ Revuelto ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดตำนานแห่ง Aventador แต่ยังเป็นการปูทางสู่ยุคใหม่ของ Lamborghini อย่างแท้จริง ด้วยการผสานสมรรถนะอันเร้าใจเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ล้ำสมัย
การก้าวกระโดดของขุมพลัง: V12 NA ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lamborghini Revuelto โดดเด่นคือการผสมผสานขุมพลังระหว่างเครื่องยนต์ V12 Naturally Aspirated (NA) ขนาด 6.5 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบาลง เพียง 218 กิโลกรัม แต่ยังคงไว้ซึ่งพละกำลังสูงสุดถึง 825 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร การออกแบบทางเดินไอดีและไอเสียใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
แต่ความพิเศษของ Revuelto ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เครื่องยนต์ V12 NA ตัวนี้ยังทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว โดยแบ่งเป็น 2 ตัวที่เพลาล้อหน้า และอีก 1 ตัวที่เพลาล้อหลัง การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านี้ สร้างกำลังรวมสูงสุดถึง 1,015 แรงม้า ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ใหม่ล่าสุด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ภายในเวลาไม่ถึง 7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 350 กม./ชม.
เทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่เหนือชั้น
Lamborghini Revuelto มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3.8 kWh ที่ถูกติดตั้งอย่างชาญฉลาดบริเวณอุโมงค์เพลากลาง ขนาด 1,550 มม. x 301 มม. x 240 มม. เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและรักษาจุดศูนย์ถ่วงให้สมดุล การชาร์จไฟทำได้อย่างรวดเร็ว สามารถชาร์จจนเต็มได้ในเวลาเพียง 30 นาที ด้วยกำลังไฟ 7kW หรือจะชาร์จผ่านเครื่องยนต์ V12 โดยตรง หรือจากการเบรก ก็ใช้เวลาเพียง 6 นาทีเท่านั้น
นอกจากโหมดการขับขี่สมรรถนะสูงแล้ว Revuelto ยังมีโหมด “Citta” หรือ City Mode ที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในเมืองโดยเฉพาะ โดยจะจำกัดกำลังขับเคลื่อนไว้ที่ 180 แรงม้า เพื่อเน้นการประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยมลพิษ ถือเป็นการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกรูปแบบ
โครงสร้าง Monofuselage: น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ดุดัน
ด้านโครงสร้างตัวถัง Lamborghini Revuelto ใช้แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Monofuselage” ซึ่งหมายถึงการรวมโครงสร้างส่วนหน้าทั้งหมดเข้าด้วยกันด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้มีน้ำหนักเบาลงกว่าโครงสร้างเดิมถึง 10% แต่กลับมีความทนทานต่อการบิดตัวเพิ่มขึ้นถึง 25% นอกจากนี้ยังมาพร้อมแชสซีส์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ เช่น Frame Rocker Ring และ Subframe ด้านหน้า (Corn) ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบ CFRP เพื่อความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา ขณะที่เฟรมด้านหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมคุณภาพสูง
แม้จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid และมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มเติม แต่ Lamborghini Revuelto มีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,772 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ใส่มา การออกแบบที่เน้นใช้วัสดุน้ำหนักเบาและโครงสร้างที่แข็งแกร่งนี้ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น
การออกแบบ: สานต่อจิตวิญญาณ Aventador สู่ยุคใหม่
การออกแบบของ Lamborghini Revuelto ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณของซูเปอร์คาร์รุ่นพี่อย่าง Aventador ไว้ได้อย่างลงตัว โดยยังคงใช้ประตู Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์ แต่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัยและดุดันยิ่งขึ้น ชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y ดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ กันชนท้ายสไตล์ดุดัน และแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Aerodynamic โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้า 33% และแรงกดด้านหลัง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae
นอกจากนี้ ยังมีท่อไอเสียทรง 6 เหลี่ยมคู่ที่วางตำแหน่งอยู่กึ่งกลางบั้นท้าย ฝาปิดห้องเครื่องทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟที่สามารถปรับระดับได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือกถึง 13 โหมด ช่วยเพิ่มทั้งเสถียรภาพและความเฉียบคมในการควบคุม
ภายในห้องโดยสาร: Y-shape ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสารของ Lamborghini Revuelto ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบ Y-shape ไว้ พร้อมการอัปเกรดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับมาตรวัด และหน้าจอระบบ Infotainment แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) นอกจากนี้ยังมีหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว แสดงผลสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ช่วยให้การควบคุมโหมด EV ทำได้ง่ายขึ้น เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูงผสมผสานกับไมโครไฟเบอร์ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เพื่อความหรูหราและใส่ใจสิ่งแวดล้อม คันเกียร์และปุ่ม Push Start ดีไซน์ใหม่ก็เพิ่มความพิเศษให้กับห้องโดยสาร
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ
Lamborghini Revuelto มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่หลากหลาย เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ เช่น ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning), ระบบตรวจจับจุดบอด (Blind Spot Detection), ระบบ Adaptive Cruise Control และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning)
Lamborghini Urus SE: ซูเปอร์ SUV Plug-in Hybrid สุดหรู 800 แรงม้า
นอกเหนือจาก Revuelto แล้ว Lamborghini ยังคงขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ Plug-in Hybrid ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV รุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี PHEV ในตลาดประเทศไทย การมาถึงของ Urus SE เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Lamborghini ในการนำเสนอสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ในทุกรูปแบบของรถยนต์
ดีไซน์ Aerodynamic ล้ำสมัย สะท้อน DNA Lamborghini
Urus SE มาพร้อมการออกแบบใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพ Aerodynamic มากยิ่งขึ้น เส้นสายที่เฉียบคม สะท้อนถึงภาพลักษณ์สปอร์ตและความแข็งแกร่ง บ่งบอกถึงความเป็นซูเปอร์ SUV อย่างแท้จริง ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ “Floating Design” ช่วยเสริมความลื่นไหลต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบใหม่ที่เริ่มเห็นในรุ่น Revuelto
ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากเขาของวัวกระทิง สัญลักษณ์ของแบรนด์ เพิ่มความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ด้านท้ายรถเน้นความกว้าง ด้วยดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ และการปรับตำแหน่งช่องติดป้ายทะเบียนให้ต่ำลง ตะแกรงด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจจาก Gallardo ผสานเส้นสายได้อย่างลงตัว
ชุดไฟท้ายรูปทรง “Y” เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน สปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่ ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์ท้าย เพื่อเพิ่มแรงกดด้านหลัง 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง การออกแบบช่องระบายลมด้านล่างตัวรถ และช่องลมเข้าที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ารุ่นเดิมถึง 15% และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของระบบเบรกถึง 30%
ห้องโดยสาร “Feel like a Pilot” พร้อมเทคโนโลยี HMI ล่าสุด
ภายในห้องโดยสารของ Urus SE เน้นปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และระบบดิจิทัล แผงแดชบอร์ดมาพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว ที่มาพร้อม Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ ใช้งานง่าย และเป็นธรรมชาติ การตกแต่งภายในใช้วัสดุอลูมิเนียมเคลือบผิวลาย “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการเลือกใช้วัสดุใหม่สำหรับแผงตกแต่ง เบาะนั่ง และแผงหน้าปัด
Urus SE ยังมอบทางเลือกในการตกแต่งภายในที่หลากหลายกว่า 47 คู่สี และ 4 สไตล์การเย็บตะเข็บ (Q-citura stitching) พร้อมออปชัน Ad Personam ที่ให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ขุมพลัง PHEV 800 แรงม้า: สมรรถนะสุดเร้าใจ
หัวใจสำคัญของ Urus SE คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 620 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 192 แรงม้า แรงบิด 483 นิวตันเมตร เมื่อรวมกันจะมีกำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 950 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ และระบบ e-limited-slip differential ทำให้ Urus SE สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กม./ชม. ทำให้เป็น Lamborghini Urus ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน
โหมดการขับขี่หลากหลาย ตอบสนองทุกสภาพการใช้งาน
Urus SE มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 10 โหมด ควบคุมผ่านแผง “Tamburo” บริเวณคอนโซลกลาง เช่น Strada, Sport, Corsa สำหรับการใช้งานบนถนนทั่วไปและสนามแข่ง รวมถึงโหมด Neve, Sabbia, และ Terra สำหรับพื้นผิวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีโหมด EV Drive, Hybrid, Performance, และ Recharge เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายและครอบคลุม
แบตเตอรี่ 25.7 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 60 กม.
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 25.7 kWh ช่วยให้ Urus SE สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 60 กม. ซึ่งช่วยลดการปล่อยไอเสียได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
ราคาและการวางจำหน่าย
Lamborghini Urus SE วางจำหน่ายในประเทศไทยในราคาเริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท พร้อมทางเลือกสีตัวถังและออปชันการตกแต่งที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Lamborghini Revuelto และ Urus SE ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของนวัตกรรมล่าสุดจาก Lamborghini แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะและความหรูหรา สู่ยุคใหม่ของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid อันทรงพลัง
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับกับ Lamborghini
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเร้าใจ ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย การค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lamborghini Revuelto และ Lamborghini Urus SE คือก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์แห่งอนาคต ติดต่อผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Lamborghini เพื่อรับข้อเสนอพิเศษและนัดหมายทดลองขับประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนได้แล้ววันนี้