![[ครบชุด] T1403304 EP5 นไม เพ ยงแต จะใส ดของม แต ชายของม นฉ นก จะนอนด วย](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_143906.jpg)
Lamborghini Revuelto: ซูเปอร์คาร์ PHEV ยุคใหม่แห่งพละกำลัง 1,015 แรงม้า และ Lamborghini Urus SE: SUV ขุมพลัง Plug-in Hybrid 800 แรงม้า
ในโลกของซูเปอร์คาร์และรถยนต์สมรรถนะสูง ชื่อของ Lamborghini ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความแรง ความหรูหรา และนวัตกรรมที่ก้าวล้ำอยู่เสมอ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของแบรนด์กระทิงดุ ไม่เคยทำให้เหล่าแฟนคลับผิดหวัง และในปี 2025 นี้ เทรนด์ยานยนต์พลังงานทางเลือกก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในไลน์อัพของ Lamborghini อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเปิดตัว Lamborghini Revuelto ซูเปอร์คาร์ PHEV รุ่นแรกของค่าย และ Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV Plug-in Hybrid รุ่นใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ติดตามพัฒนาการของ Lamborghini มาอย่างใกล้ชิด และการมาถึงของ Revuelto และ Urus SE ถือเป็นการยกระดับนิยามของ “สมรรถนะ” ไปอีกขั้น การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V12 อันทรงพลัง เข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ทันสมัย ไม่เพียงแต่จะมอบพละกำลังที่น่าทึ่ง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Lamborghini ในการก้าวสู่ยุคแห่งความยั่งยืน โดยไม่ทิ้ง DNA ความดุดันและเร้าใจอันเป็นเอกลักษณ์
Lamborghini Revuelto: การปฏิวัติซูเปอร์คาร์ด้วยขุมพลัง PHEV 1,015 แรงม้า
Lamborghini Revuelto รหัส LB744 คือคำตอบของ Lamborghini ต่อความท้าทายในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสมรรถนะและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชื่อ “Revuelto” มาจากชื่อวัวกระทิงสเปนชื่อดัง บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและไม่เกรงกลัวใคร นี่คือซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของ Lamborghini ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ซึ่งสามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้จริง
หัวใจหลักของ Revuelto คือเครื่องยนต์ V12 NA (Naturally Aspirated) ความจุ 6.5 ลิตร ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด มีน้ำหนักเพียง 218 กิโลกรัม แต่สามารถรีดพละกำลังได้ถึง 825 แรงม้า ที่รอบจัด 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร การปรับปรุงการไหลของไอดีและไอเสียใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 นี้ มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
แต่ความน่าทึ่งของ Revuelto ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว! โดย 2 ตัวจะประจำการที่เพลาล้อหน้า และอีก 1 ตัวที่เพลาล้อหลัง เมื่อทั้งหมดทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V12 พลังรวมที่ส่งลงพื้นจะพุ่งทะยานไปถึง 1,015 แรงม้า! ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือจินตนาการ
การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลและอัตราเร่งที่รวดเร็ว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. น้อยกว่า 7 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 350 กม./ชม.
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการใช้งานในชีวิตประจำวัน Revuelto ได้เพิ่มโหมด “Citta” หรือ “City” ซึ่งเน้นการประหยัดพลังงาน โดยจำกัดกำลังขับเคลื่อนไว้ที่ 180 แรงม้า เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความนุ่มนวลและลดการปล่อยมลพิษ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3.8 kWh ติดตั้งอยู่บริเวณอุโมงค์เพลากลาง เพื่อช่วยในการกระจายน้ำหนักตัวรถ ออกแบบมาเพื่อการชาร์จที่รวดเร็ว สามารถเต็ม 100% ในเวลาเพียง 30 นาที ด้วยกำลังชาร์จ 7kW หรือสามารถชาร์จผ่านเครื่องยนต์ V12 หรือการเบรกในเวลาเพียง 6 นาทีเท่านั้น
ในด้านโครงสร้างตัวถัง Revuelto มาพร้อมกับนวัตกรรม “Monofuselage” ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์เป็นโครงสร้างหลักด้านหน้า น้ำหนักเบาลง 10% แต่แข็งแกร่งต่อการบิดตัวมากขึ้น 25% แชสซีส์และชิ้นส่วนต่างๆ เช่น rocker ring และ subframe ด้านหน้า ก็ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงเช่นกัน ในขณะที่เฟรมด้านหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม
ด้วยระบบขับเคลื่อนใหม่และแบตเตอรี่ น้ำหนักตัวของ Revuelto อยู่ที่ 1,772 กก. ซึ่งมากกว่า Aventador Ultimae อยู่เล็กน้อย แต่เป็นสิ่งที่แลกมาด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย มิติตัวถังของ Revuelto อยู่ที่ ความยาว 4,947 มม., กว้าง 2,266 มม., สูง 1,160 มม. และระยะฐานล้อ 2,779 มม.
การออกแบบภายนอกยังคงถ่ายทอด DNA ของ Lamborghini ได้อย่างชัดเจน ประตู Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์, ชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y-shape สุดล้ำ, ช่องดักอากาศขนาดใหญ่, กันชนท้ายสปอร์ตดุดัน และแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้า 33% และด้านหลัง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae ปลายท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมคู่ที่วางตำแหน่งกึ่งกลาง, ฝาห้องเครื่องคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟที่ปรับได้ตามโหมดการขับขี่ (มีให้เลือกถึง 13 โหมด) ล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด
ภายในห้องโดยสารยังคงความล้ำสมัยตามสไตล์ Y-shape ด้วยหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, จอระบบอินโฟเทนเมนท์แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว พร้อมรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air และหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ควบคุมโหมด EV ได้อย่างสะดวก เบาะนั่งผสมผสานหนังคุณภาพสูงกับไมโครไฟเบอร์จากวัสดุรีไซเคิล พร้อมคันเกียร์ดีไซน์ใหม่ และปุ่ม Push Start ที่มีฝาครอบสุดเท่
ด้านความปลอดภัย Revuelto มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะครบครัน เช่น ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน, ระบบตรวจจับจุดบอด, Adaptive Cruise Control และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง
แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ Revuelto คือการบุกเบิกยุคใหม่ของซูเปอร์คาร์ และจะเป็นต้นแบบให้กับรุ่นต่อๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชัน Roadster หรือ SV ในอนาคต
Lamborghini Urus SE: SUV ขุมพลัง Plug-in Hybrid 800 แรงม้า ทรงพลังที่สุดในคลาส
สำหรับตลาด SUV สมรรถนะสูง Lamborghini Urus SE คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของแบรนด์ การเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการโดยบริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดนี้
Urus SE ไม่ใช่แค่ Urus ที่ได้รับการปรับปรุง แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ SUV ด้วยระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กม. ทำให้ Urus SE กลายเป็นรถยนต์ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Super SUV
ดีไซน์ภายนอกได้รับการปรับปรุงให้มีความเฉียบคมและเน้นหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น เส้นสายที่ลื่นไหลสะท้อนถึงความเป็นสปอร์ตและความแข็งแกร่ง ฝากระโปรงหน้าแบบ “Floating Design” ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับแนวคิดการออกแบบที่เห็นครั้งแรกใน Revuelto สร้างความรู้สึกต่อเนื่องและปราดเปรียว ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจากหางของกระทิง อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์
ส่วนท้ายได้รับการออกแบบให้ดูบึกบึน กว้างขวาง พร้อมดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ ช่องติดป้ายทะเบียนที่ต่ำลง และตะแกรงด้านหลังที่ได้แรงบันดาลใจจาก Gallardo เส้นสายเชื่อมต่อด้วยไฟท้ายรูปตัว “Y” สปอยเลอร์หลังใหม่ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์เพื่อเพิ่มแรงกดท้ายรถ 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
การออกแบบช่องลมและการไหลเวียนของอากาศได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ ได้ดีกว่าเดิมถึง 15% และยังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้กับระบบเบรกสูงขึ้นถึง 30% ชุดล้อ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว พร้อมยาง Pirelli P Zero เสริมภาพลักษณ์ให้ดูสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารยึดมั่นในปรัชญา “Feel like a pilot” เน้นการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับระบบดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ แผงแดชบอร์ดมาพร้อมหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมกราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งด้วยอลูมิเนียมเคลือบผิวรูปทรง “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ วัสดุใหม่ที่ใช้หุ้มแผงหน้าปัดและเบาะนั่ง พร้อมแผงปุ่มกดแบบกลไกที่ให้สัมผัสการกดที่สมจริง
Urus SE เสนอทางเลือกในการตกแต่งภายในที่หลากหลายกว่า 47 แบบ และการเย็บตะเข็บ 4 สไตล์ พร้อมออปชัน Ad Personam ที่ให้เจ้าของรถสร้างสรรค์รถยนต์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแท้จริง
หัวใจหลักของ Urus SE คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo 4.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 620 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 192 แรงม้า แรงบิด 483 นิวตันเมตร เมื่อผสานกำลังทั้งหมด จะได้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และแรงบิดรวม 950 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ และระบบ e-limited-slip differential อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม.
Urus SE มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 10 โหมด ควบคุมผ่านแผง “Tamburo” บนคอนโซลกลาง ครอบคลุมตั้งแต่ Strada, Sport, Corsa สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไปและในสนามแข่ง ไปจนถึง Neve, Sabbia, Terra สำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีโหมด EV Drive, Hybrid, Performance และ Recharge เพื่อตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างกัน
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 25.7 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุด 60 กม. ช่วยลดการปล่อยไอเสียได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
สำหรับราคาจำหน่าย Urus SE ในประเทศไทย เริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
อนาคตของ Lamborghini: พละกำลัง ความยั่งยืน และการผสมผสานที่ลงตัว
การมาถึงของ Lamborghini Revuelto และ Urus SE ถือเป็นการประกาศศักดาของ Lamborghini ในการก้าวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์พลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับการรักษาDNA แห่งความแรงและความเร้าใจอันเป็นเอกลักษณ์ การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V12 NA ที่ทรงพลังที่สุด เข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ล้ำสมัย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด โดยไม่ละเลยต่อความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผมมองว่านี่คือทิศทางที่ถูกต้องและจำเป็นสำหรับแบรนด์รถยนต์ระดับโลกเช่น Lamborghini การลงทุนในเทคโนโลยี PHEV และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ Lamborghini ยังคงเป็นผู้นำในตลาดซูเปอร์คาร์และ SUV สมรรถนะสูงต่อไปอีกหลายทศวรรษ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและนวัตกรรมระดับสูงสุด การสัมผัสประสบการณ์จาก Lamborghini Revuelto หรือ Lamborghini Urus SE คือสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ การขับขี่รถยนต์เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเดินทาง แต่คือการเฉลิมฉลองวิศวกรรมยานยนต์ที่ก้าวล้ำที่สุดในโลก
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตของ Lamborghini ที่ผสานสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด เข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ยั่งยืน ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Lamborghini อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lamborghini Revuelto และ Lamborghini Urus SE รวมถึงการทดลองขับ เพื่อค้นพบประสบการณ์เหนือระดับที่รอคุณอยู่