Lamborghini Temerario: นิยามใหม่ของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ 920 แรงม้า
ในโลกที่เทคโนโลยีและสมรรถนะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง Lamborghini แบรนด์ซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีผู้เป็นตำนาน ได้ตอกย้
ำความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ พลัง 920 แรงม้า ถือเป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์ระดับสูง สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะที่เหนือกว่า ประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น และความสะดวกสบายที่เหนือชั้น Temerario ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์รุ่นที่สองในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (HPEV) ของ Lamborghini ต่อจาก Revuelto ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ยังเป็นการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฮบริดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หลังจากการเปิดตัว Urus SE ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
สมรรถนะที่เหนือระดับ: หัวใจ V8 ทวินเทอร์โบ ผสานพลังไฟฟ้า
Temerario ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Monterey Car Week 2024 สร้างความฮือฮาด้วยระบบส่งกำลังไฮบริดรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน การผสานเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัว ทำให้ Temerario สามารถรีดพละกำลังรวมได้ถึง 920 แรงม้า (CV) จุดเด่นที่น่าทึ่งคือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ณ โรงงาน Sant’Agata Bolognese แห่งนี้ สามารถทำรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่งในเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นปัจจุบัน มอบสมรรถนะที่สั่นสะเทือนวงการด้วยความเร็วสูงสุดเกินกว่า 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 2.7 วินาที
“Temerario คือนิยามของคำว่า ‘Fuoriclasse’ อย่างแท้จริง” Mr. Stephan Winkelmann ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lamborghini กล่าว “เป็นรถยนต์ที่เหนือชั้นที่สุดในเซกเมนต์ ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมทางเทคนิคและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การพัฒนารถยนต์ Lamborghini รุ่นใหม่ทุกครั้งจะต้องมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยั่งยืนมากขึ้น สอดคล้องกับจุดยืนด้านการปล่อยมลพิษของเรา Temerario คือบทพิสูจน์ความสำเร็จในกลยุทธ์ ‘Direzione Cor Tauri’ ของเรา ซึ่งทำให้ Lamborghini เป็นแบรนด์รถยนต์หรูแบรนด์แรกที่นำเสนอผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดอย่างเต็มรูปแบบ”
นวัตกรรมทางวิศวกรรม: โครงสร้างน้ำหนักเบา ประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
Temerario ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบและวิศวกรรมของ Lamborghini โครงสร้างใหม่ทั้งหมดผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่ทันสมัย ให้ความแข็งแรงสูงและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพิ่มความทนทานต่อแรงบิดสูง และเสริมพลศาสตร์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น แชสซีส์ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความกว้างมากขึ้น เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร แม้จะเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะในสนามแข่ง แต่ Temerario ก็ยังคงมีพื้นที่ใช้สอยภายในและความจุช่องเก็บสัมภาระที่มากกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน
ประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำ: Lamborghini Vision Unit
Temerario ก้าวข้ามขีดจำกัดของประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการเปิดตัวระบบ Lamborghini Vision Unit (LAVU) ซึ่งเป็นระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ระบบนี้ช่วยให้ผู้โดยสารเข้าถึงฟังก์ชันและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการบันทึกและแบ่งปันประสบการณ์การขับขี่ ทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนน LAVU ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว และชุดควบคุมเฉพาะ เพื่อให้บริการ Lamborghini Telemetry 2.0, Memories Recorder และ Dashcam ทำให้ผู้ขับขี่สามารถวิเคราะห์สมรรถนะ, บันทึกช่วงเวลาประทับใจ, และเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หัวใจ V8 ไฮบริด: การผสมผสานระหว่างพลังดิบและความชาญฉลาด
Mr. Rouven Mohr, Chief Technical Officer ของ Lamborghini, กล่าวถึงหัวใจสำคัญของ Temerario ว่า “เราต้องการพัฒนาเครื่องยนต์สปอร์ตคาร์สมรรถนะสูงที่ไร้คู่แข่ง โดยรวมสิ่งที่ดีที่สุดทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน นั่นคือเครื่องยนต์สันดาป V8 เทอร์โบคู่ และระบบพลังงานไฟฟ้า การผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวเข้ากับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างอัตราการเร่งที่ฉับไว และระบบชาร์จพลังงานกลับได้อย่างรวดเร็ว Temerario คือนิยามใหม่ของสุดยอดรถยนต์ในเซกเมนต์นี้”
การพัฒนาระบบส่งกำลังของ Temerario ใช้เวลามากกว่า 5 ปี เพื่อสร้างสรรค์ระบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังเฉพาะที่สูงถึง 200 แรงม้าต่อลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ระบายความร้อนด้วยน้ำมัน และมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ตัวที่เพลาหน้า เพื่อส่งกำลังขับเคลื่อนสี่ล้อ
เครื่องยนต์รหัส “L411” เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในเซกเมนต์นี้ ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ 9,000-9,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000-7,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้า P1 ที่ติดตั้งระหว่างเครื่องยนต์ V8 และกระปุกเกียร์ ช่วยให้การตอบสนองฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ และเพิ่มระดับการตอบสนองชั่วคราว เพื่อให้ความรู้สึกเร่งรอบเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่องจนถึง 10,000 รอบต่อนาที
หัวใจสำคัญอีกประการคือเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ซึ่งพบได้ในเครื่องยนต์รถแข่ง ช่วยควบคุมพลศาสตร์ของไหลที่เหมาะสม สร้างเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจและเป็นเอกลักษณ์ ก้านสูบไทเทเนียมช่วยลดมวลการหมุน เพิ่มความแข็งแรงและเบา วัสดุหล่อเครื่องยนต์เป็นอลูมิเนียมอัลลอย A357 ผสมทองแดง ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ในวงการมอเตอร์สปอร์ต
ประสบการณ์เสียงที่เร้าใจ: symphony of power and passion
Lamborghini ทุ่มเทอย่างมากเพื่อสร้างประสบการณ์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับ Temerario เสียงเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบที่ผสานกับรอบเครื่องยนต์สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที สร้างเสียงคำรามอันทรงพลังที่ปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัส Mr. Mohr อธิบายว่า “เมื่อเครื่องเทอร์โบคู่ V8 เร่งความเร็ว เสียงก็จะยิ่งเพิ่มความกว้างและความถี่มากขึ้น และเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ก็จะสร้างแรงสั่นสะเทือนเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเน้นพลังของการขับเคลื่อน”
การสร้างสรรค์คุณภาพเสียงนี้อาศัยความซับซ้อนทางเทคนิคอย่างมหาศาล โดย Lamborghini ได้ผสานวิธีการทางเทคนิคต่าง ๆ และเสริมคุณภาพด้วยเอฟเฟกต์เสียงความถี่สูง ระบบท่อไอเสียได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อขับเน้นเสียงกระบวนการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ สร้างเสียงที่ชัดใสและสะอาด
มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว: พลังเสริม ประสิทธิภาพเหนือชั้น
มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แต่ละตัวให้กำลัง 110 กิโลวัตต์ เป็นส่วนสำคัญของระบบส่งกำลัง Temerario มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแกน 2 ตัวที่เพลาหน้ามีกำลังรวม 220 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 2,150 นิวตันเมตร ทำหน้าที่ขับเคลื่อนสี่ล้อเมื่อจำเป็น เพลาหน้าไฟฟ้ามีน้ำหนักเพียง 73 กิโลกรัม
ความท้าทายหลักคือการออกแบบระบบส่งกำลังให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดที่สุด ทีมวิศวกรได้ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์ V8 โดยตรง เพื่อลดความหน่วงของเทอร์โบ และสร้างแรงบิดได้ถึง 300 นิวตันเมตร ในทุกระดับความเร็ว ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าทั้งหมดนี้ติดตั้งอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและระบบส่งกำลังคลัตช์คู่ มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวนี้ยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ทและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีกด้วย
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: พลังงานสะอาด ประสิทธิภาพสูงสุด
Temerario ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนกำลังสูงแบบเฉพาะ (4500 วัตต์/กก.) อยู่ภายในช่องกลางตัวรถ เพื่อจุดศูนย์ถ่วงต่ำสุดและการกระจายน้ำหนักที่เหมาะสมที่สุด แบตเตอรี่ได้รับการปกป้องอย่างดี และเชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
แบตเตอรี่มีความจุ 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟใหม่ได้ด้วยไฟฟ้ากระแสสลับทั่วไปจนเต็มในเวลาเพียง 30 นาที หรือชาร์จจากแรงเบรกผ่านล้อหน้าหรือเครื่องยนต์ V8 โดยตรง ระบบ e-axle ช่วยให้ Temerario ผสานระบบ Lamborghini Dinamica Veicolo (LDV) 2.0 ซึ่งเวกเตอร์แรงบิดไฟฟ้าช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้ง และความเสถียรในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด: ความเร็ว แม่นยำ และฉับไว
ระบบเกียร์คลัตช์คู่ (DCT) 8 สปีดของ Temerario ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัด สามารถตอบสนองชุดขับเคลื่อนกำลังสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ การวางเลย์เอาต์แตกต่างจากระบบควบคุมเสถียรภาพทั่วไป เพื่อประหยัดพื้นที่และน้ำหนัก ระบบ DCT รูปแบบใหม่นี้มีน้ำหนักน้อยกว่าเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดของ Huracán และเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วกว่า
การวางเกียร์ DCT ไว้ด้านหลังเครื่องยนต์ V8 ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในช่องกลางตัวรถ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำหนัก และทำให้ฐานล้อกะทัดรัด ยกระดับพลศาสตร์การขับขี่และการควบคุมที่สมดุล
ดีไซน์ไอคอนิก: เส้นสายที่เฉียบคม สื่อถึง DNA แห่ง Lamborghini
Lamborghini Centro Stile ได้สร้างสรรค์ Temerario ให้มีรูปลักษณ์ที่ดุดัน สวยงาม และสื่อถึง DNA ของแบรนด์อย่างแท้จริง ภาษาการออกแบบใหม่ “essential and iconic” ผสานพื้นผิวที่สวยงามเข้ากับลุคแบบสปอร์ต ทำให้ Temerario เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่พิถีพิถัน ทันสมัย และงดงามน่าหลงใหล
“ไฟหกเหลี่ยม Daytime Running Light (DRL) อันเป็นเอกลักษณ์ใหม่” Mr. Mitja Borkert, Head of Design, Lamborghini, กล่าว “รับประกันว่า Temerario จะเป็นที่จดจำได้ทันทีในกลุ่มรถ Lamborghini และยังมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ในระยะไกล” รูปทรงหกเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ Lamborghini มาตั้งแต่ทศวรรษ 1960
ดีไซน์ห้องโดยสารภายในแบบ “Feel like a pilot” นำเสนอตำแหน่งเบาะนั่งต่ำ แดชบอร์ดเพรียวบาง และพวงมาลัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในแบบฉบับ Lamborghini การผสมผสานระหว่างหน้าจอดิจิทัลและปุ่มกลไก สร้างประสบการณ์สุดพิเศษ
ห้องโดยสารที่กว้างขวาง: ความสะดวกสบายเหนือระดับสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Temerario ได้รับการออกแบบห้องโดยสารใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในให้กว้างขวางกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน การวางตำแหน่งเบาะนั่งต่ำและถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับรถ พร้อมมอบความสะดวกสบายในระดับสูง
คอนเซ็ปต์โครงแชสซีสเปซเฟรมแบบใหม่ ช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะ 34 มม. และพื้นที่วางขา 46 มม. พร้อมทัศนวิสัยที่เพิ่มขึ้น Temerario สามารถรองรับผู้โดยสารที่สูงถึง 200 ซม. แม้จะสวมหมวกกันน็อกก็ตาม
ระบบเสียง Sonus faber: ประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม
ระบบเสียงของ Temerario ได้รับการสร้างสรรค์โดย Sonus faber ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงชาวอิตาลี ระบบเกรดพรีเมียมนี้ มอบประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำ ด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติอันกระจ่างใส ทุกส่วนประกอบได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์การฟังอันเปี่ยมด้วยสุนทรียศาสตร์และความเที่ยงตรงสมกับเป็นงานฝีมือในแบบฉบับอิตาลี
การปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด: Ad Personam
Temerario เปิดตัวด้วย 2 โทนสีใหม่ ได้แก่ สีน้ำเงิน Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius พร้อมนำเสนอสีตัวถังมากกว่า 400 รายการ และลวดลายพิเศษ ผ่านโปรแกรม Ad Personam ของ Lamborghini ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งได้อย่างไม่รู้จบ รวมถึงล้อหน้า 20 นิ้ว และล้อหลัง 21 นิ้ว ใน 3 แบบวัสดุที่แตกต่างกัน และออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน
แพ็คเกจ Alleggerita: น้ำหนักเบา สมรรถนะสูงสุด
Temerario เป็นรถรุ่นแรกที่มาพร้อมกับแพ็คเกจ ‘Alleggerita’ (วัสดุน้ำหนักเบา) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เน้นประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งมากขึ้น โดยสามารถลดน้ำหนักรถลงได้ถึง 12.65 กก. (เมื่อนับรวมส่วนประกอบต่างๆ) และลดลงได้มากกว่า 25 กก. เมื่อเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในน้ำหนักเบาและขอบล้อคาร์บอน แพ็คเกจ Alleggerita ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุรีไซเคิล ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ Lamborghini
เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ขั้นสุดยอด: พลังกดที่เหนือกว่า
Lamborghini บรรลุจุดสูงสุดแห่งประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ใน Temerario ด้วยการออกแบบที่ประสบความสำเร็จใน 3 ด้านหลัก: เสถียรภาพความเร็วสูง, การระบายความร้อนที่ดีขึ้น, และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด แรงกดด้านหลังเพิ่มขึ้น +103% เมื่อเทียบกับ Huracán EVO และเพิ่มเป็น +158% เมื่อใช้แพ็คเกจ Alleggerita
ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบเพื่อสร้างสมรรถนะอากาศพลศาสตร์อันยอดเยี่ยม ตั้งแต่ดีไซน์ไฟหกเหลี่ยม DRL ที่มีช่องลมเข้าและแผงปรับทางลม ไปจนถึงสปอยเลอร์หลังแบบฟิกซ์ตำแหน่ง และดิฟฟิวเซอร์ท้ายรถที่กว้างขึ้น
โครงสร้างสเปซเฟรม: ความแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา และความปลอดภัย
โครงสร้างของ Temerario ใช้เทคโนโลยีสเปซเฟรมที่ผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งเป็นวัสดุอัลลอยด์ชนิดใหม่ที่มีความแข็งแรงสูง ช่วยรับแรงเค้นจากระบบส่งกำลังไฮบริดได้อย่างยอดเยี่ยม เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้าง และทำให้โครงมีน้ำหนักที่เหมาะสม
โครงสร้างสเปซเฟรมแบบใหม่เพิ่มความแข็งแรงขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งมอบขีดจำกัดด้านน้ำหนักที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงมั่นใจได้ถึงระดับความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร และไดนามิกในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ประสบการณ์การขับขี่ 13 รูปแบบ: ปรับเปลี่ยนตามทุกสภาวะ
Temerario นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ 13 รูปแบบ ที่ทำให้ซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้มีความอเนกประสงค์และเร้าใจทั้งในการขับขี่ชีวิตประจำวันและบนสนามแข่ง ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ด้วยปุ่มสั่งงานบนพวงมาลัย ทั้งโหมด Città, Strada, Sport, Corsa, และ Corsa Plus
นอกจากนี้ ระบบไฮบริดยังเปิดตัวโหมดการขับขี่ใหม่ 3 โหมด ได้แก่ Recharge, Hybrid, และ Performance ซึ่งสามารถเลือกได้โดยใช้ปุ่มสั่งงานด้านขวาบนพวงมาลัย
โหมด Città: ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในเมือง โดยสามารถใช้โหมดไฮบริด (ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า) หรือโหมด Recharge เพื่อชาร์จแบตเตอรี่
โหมด Strada: เหมาะสำหรับการขับขี่นอกเมืองและการเดินทางระยะไกล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมเปิดใช้งาน เครื่องยนต์ V8 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 800 CV
โหมด Sport: เปลี่ยนคาแรกเตอร์ของ Temerario ไปอย่างสิ้นเชิง ให้การขับขี่ที่เร้าใจ เครื่องยนต์สันดาปเสริมด้วยระบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 920 CV เสียงเครื่องยนต์ V8 ดังกระหึ่มขึ้น เกียร์ตอบสนองเร็วขึ้น
โหมด Corsa: ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในสนามแข่ง ระบบส่งกำลังแสดงศักยภาพสูงสุด 920 CV การควบคุมระบบไฮบริดปรับค่าเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากชุดขับเคลื่อน e-axle
Temerario ยังมี โหมด Drift ที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่
การเชื่อมต่อออนไลน์ที่ล้ำสมัย: สู่ยุคใหม่แห่งซูเปอร์คาร์
Temerario คือรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Lamborghini ในด้านมัลติมีเดีย ระบบนำทางพร้อมอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-air, ข้อมูลจราจรเรียลไทม์, ระบบสั่งงานด้วยเสียง, และการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนแบบไร้สายผ่าน Apple Car Play และ Android Auto
ระบบ Human Machine Interface (HMI) ประกอบด้วยจอแสดงผล 3 จอ: แผงหน้าปัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว, จอกลาง 8.4 นิ้ว, และจอผู้โดยสาร 9.1 นิ้ว กราฟิกรูปแบบใหม่ ภาพ 3 มิติ วิดเจ็ต และการออกแบบสไตล์ใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ
ยาง Bridgestone Potenza: พันธมิตรที่สมบูรณ์แบบ
ในฐานะพันธมิตรยางแต่เพียงผู้เดียวของ Lamborghini Temerario, Bridgestone ได้พัฒนายางรุ่นใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซูเปอร์คาร์ทั้งในและนอกสนามแข่ง ยาง Bridgestone Potenza Sport ที่สั่งทำพิเศษ มอบการควบคุมบนถนนแห้งและถนนเปียกที่เหนือกว่า พร้อมสมรรถนะความเร็วสูงที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Run-Flat
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ในสนามแข่ง Bridgestone Potenza Race มอบการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม การควบคุมรถที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังมี ยาง Blizzak LM005 สำหรับฤดูหนาว เพื่อให้ซูเปอร์คาร์สามารถมอบประสิทธิภาพระดับสูงสุด แม้ในสภาพอากาศที่ท้าทาย
Lamborghini Temerario ไม่ใช่เพียงแค่ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ แต่คือการประกาศศักดาถึงอนาคตของยนตรกรรมไฮบริด เป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด เทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคำบรรยาย เชิญสัมผัสประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้ได้แล้ววันนี้ และเตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งขีดสุดของสมรรถนะและสุนทรียภาพแห่งการขับขี่.
![[ครบชุด] T2402082 โดนแฟนเก าด กว าไม เง นจ ายค าอาหาร พอร าเขาเป นใครถ งก บช อคท งวง](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-2026-02-24-140945.png)