![[ครบชุด] T1403333 แม สะใภ ใช กเขยเป นแค เคร องม อขอเง ดไถเง นส งคมคนแบบน งม อย ไหม](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_160609.jpg)
Bugatti EB 110 SS: ตำนาน Hypercar ยุค 90s ที่โลว์ไมล์สุดๆ เตรียมประมูลใน Paris
ในโลกของยานยนต์ระดับสูง มีรถยนต์เพียงไม่กี่คันที่สามารถจุดประกายความตื่นเต้นและความปรารถนาได้อย่าง Bugatti Bugatti EB 110 SS คือหนึ่งในนั้น ซึ่งเป็นรถซูเปอร์คาร์ในตำนานจากยุค 90s ที่หาได้ยากยิ่งกว่ารุ่น Veyron หรือ Chiron เสียอีก ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 139 คันทั่วโลก ทำให้ EB 110 กลายเป็นผลงานชิ้นเอกของ Romano Artioli อดีตผู้บริหารชาวอิตาเลียนที่ต้องการปลุกแบรนด์ Bugatti ให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้งในฐานะแบรนด์รถสปอร์ตสุดพิเศษ ก่อนที่ Volkswagen Group จะเข้ามารับช่วงต่อและรักษาชื่อเสียงอันยาวนานของแบรนด์นี้ไว้ได้
ในบรรดา EB 110 ทั้งหมด 139 คันนั้น มีรุ่นที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก นั่นคือ EB 110 SS ซึ่งย่อมาจาก “Super Sport” รุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งให้มีสมรรถนะสูงขึ้นและมีน้ำหนักเบาลงกว่ารุ่นมาตรฐาน โดยผลิตออกมาเพียง 30 คันเท่านั้น และเคยมีตำนานนักแข่ง Formula 1 แชมป์โลก 7 สมัยอย่าง Michael Schumacher เป็นเจ้าของรถสีเหลืองคันหนึ่ง ซึ่งยิ่งเพิ่มความน่าปรารถนาให้กับรุ่นพิเศษนี้
EB 110 SS: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและหายากยิ่งกว่า
สำหรับคันที่จะถูกนำออกมาประมูลครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งใน 30 คันของรุ่น Super Sport อันทรงคุณค่า คันนี้มาในสีเงินอันสง่างาม พร้อมรหัสแชสซี ZA9BB02E0RCD39012 ตัวเลขบนหน้าปัดแสดงให้เห็นถึงสภาพที่เกือบสมบูรณ์แบบราวกับเพิ่งออกจากโรงงาน ด้วยระยะทางการใช้งานเพียง 917 กิโลเมตรเท่านั้น! นอกเหนือจากสภาพรถที่ไร้ที่ติแล้ว เอกสารคู่มือประจำรถ ชุดเครื่องมือ อุปกรณ์เสริม และโบรชัวร์ต่างๆ ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างครบถ้วนและอยู่ในสภาพดีเยี่ยม
ประวัติความเป็นเจ้าของของ Bugatti EB 110 SS คันนี้ เริ่มต้นในปี 1994 ที่ประเทศเยอรมนี โดยเจ้าของมือแรกคือ Mrs. Muller ก่อนที่จะถูกขายให้กับ Supercar Collection ในประเทศญี่ปุ่น และสุดท้ายได้มาอยู่ในมือของเจ้าของปัจจุบันในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งซื้อมาในปี 2012
หัวใจ V12 Quad-Turbo: ขุมพลังแห่งตำนาน
EB 110 SS คือเวอร์ชันที่แรงขึ้นและมีน้ำหนักเบาลงอย่างแท้จริง หัวใจหลักของรถคันนี้คือเครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 3.5 ลิตร วางกลางลำ (Mid-Engine) ที่มาพร้อมกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ 4 ลูก (Quad-Turbo) ด้วยการปรับแต่ง ECU, การเพิ่มขนาดหัวฉีด และการออกแบบทางเดินไอเสียใหม่ทั้งหมด ทำให้เครื่องยนต์ V12 อันทรงพลังนี้สามารถรีดกำลังสูงสุดได้ถึง 610 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) อันเป็นเอกลักษณ์
ด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 1,400 กิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับรถยนต์ขนาด Compact Car ทั่วไป ส่งผลให้ EB 110 SS สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 3.26 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 355 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากไม่มี McLaren F1 ในยุคเดียวกัน Bugatti EB 110 SS คงจะได้รับการจดจำในฐานะรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
การประมูลที่น่าจับตา: Bugatti EB 110 SS ใน Paris
Bugatti EB 110 SS คันนี้กำลังจะออกตามหาเจ้าของใหม่ผ่านการประมูลโดย RM Sotheby’s ที่กรุงปารีส ในปี 2019 (หมายเหตุ: ข้อมูลต้นฉบับระบุปี 2019 แต่การประมูลจริงอาจเกิดขึ้นภายหลัง) เมื่อสองปีก่อนหน้านั้น เคยมี EB 110 SS สภาพดีเยี่ยมสองคันถูกนำออกประมูลและทำราคาสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 32,420,000 บาท) ครั้งนี้ ต้องมาลุ้นกันว่าตัวเลขจะไปจบลงที่เท่าไร
Hypercar หายาก: ความพิเศษที่มาพร้อมกับราคา
การปรากฏตัวของ Bugatti EB 110 SS ในการประมูลเป็นเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าและความหายากของ hypercar ที่ผลิตขึ้นอย่างจำกัดในอดีต ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความพิเศษของรุ่น Super Sport นี้ พร้อมกับระยะทางที่วิ่งน้อยมาก ราคาที่ได้จากการประมูลจึงเป็นสิ่งที่นักสะสมทั่วโลกต่างให้ความสนใจ
ในช่วงปี 2023-2025 ตลาดรถยนต์ Hypercar และ Supercar ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถยนต์รุ่นพิเศษที่น่าจับตามองหลายรุ่น เช่น
Rolls-Royce Boat Tail: ด้วยราคา 28.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 943.6 ล้านบาท) รถคันนี้คือสุดยอดแห่งการสั่งผลิตพิเศษ ด้วยงานหัตถศิลป์ที่ไร้ที่ติ
Bugatti La Voiture Noire: ราคาสูงถึง 13.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 451.58 ล้านบาท) เป็นการตีความ Type 57 SC Atlantic ในยุคปัจจุบัน
Bugatti Chiron Profilée: แม้จะดูคล้าย Chiron ทั่วไป แต่ Profilée เป็นรถคันเดียวที่สร้างขึ้น ด้วยตัวถังและสปอยเลอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ราคา 10.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 363.96 ล้านบาท)
Bugatti Centodieci: ผลิตจำกัดเพียง 10 คัน ราคา 9.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 303.30 ล้านบาท) เป็นการย้อนรำลึกถึง Bugatti EB110 และฉลองครบรอบ 110 ปีของ Bugatti
Pagani Codalunga: ด้วยราคา 7.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 249.38 ล้านบาท) รถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรถโค้ชในอิตาลีช่วงปี 1960
Bugatti Divo: ราคา 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 195.46 ล้านบาท) Divo ถูกสร้างขึ้นเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า Chiron ด้วยการปรับปรุงแอโรไดนามิก
Bugatti Mistral: ด้วยราคา 5.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 168.50 ล้านบาท) Mistral คือการส่งเครื่องยนต์ W16 อันเป็นสัญลักษณ์ของ Bugatti ออกมาอย่างมีสไตล์ในรูปแบบเปิดประทุน
Lamborghini Veneno: ราคาประมาณ 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 151.65 ล้านบาท) เป็นหนึ่งใน Lamborghini ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา
การลงทุนในประวัติศาสตร์ยานยนต์
การครอบครอง Bugatti EB 110 SS ไม่ใช่เพียงแค่การได้มาซึ่งรถยนต์ที่เร็วและสวยงาม แต่เป็นการได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์ รถคันนี้เป็นตัวแทนของยุคทองของซูเปอร์คาร์ ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม ความกล้าหาญ และความปรารถนาที่จะผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยี
หากคุณเป็นนักสะสมที่มองหา “Rare Item” ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สมรรถนะที่น่าทึ่ง และสภาพที่สมบูรณ์แบบ Bugatti EB 110 SS คันนี้คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาดในการเป็นเจ้าของตำนานที่ยังมีชีวิต
สำหรับผู้ที่สนใจในยานยนต์ระดับสูง และต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หรือกำลังมองหารถ Hypercar ที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา อย่าพลาดโอกาสในการติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการประมูล Bugatti EB 110 SS และรถยนต์สุดพิเศษอื่นๆ ได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และหากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในรถยนต์คลาสสิกและ Hypercar หรือต้องการมองหารถยนต์ในฝันของคุณ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระดับโลกเพื่อรับคำปรึกษาที่ดีที่สุด