![[ครบชุด] T1403267 เพราะอารมณ วว อาจทำให ตค ณพ งท กอย าง และอาจต องเส ยใจไปตลอด](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_144558.jpg)
Lamborghini Revuelto: นิยามใหม่แห่งซูเปอร์คาร์ PHEV 1,015 แรงม้า – ความล้ำหน้าจากอิตาลี สู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะ
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่การแข่งขันไร้ขีดจำกัด ยุคสมัยใหม่ได้นำพาเทคโนโลยีที่เคยเป็นเพียงจินตนาการ สู่ความเป็นจริงที่สัมผัสได้ Lamborghini ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์ระดับตำนานจากอิตาลี ยังคงยืนหยัดในความเป็นผู้นำ โดยการเปิดตัว Lamborghini Revuelto (แลมโบร์กินี เรวูเอลโต) ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมนิยามแห่งสมรรถนะขั้นสูงสุด ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่สามารถรีดพละกำลังรวมได้มากถึง 1,015 แรงม้า
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ระดับสูงมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของซูเปอร์คาร์มาอย่างต่อเนื่อง การมาถึงของ Revuelto ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์คันใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม ที่ซึ่งสมรรถนะดิบเถื่อนได้ถูกผสานเข้ากับความยั่งยืนและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างลงตัว ความคาดหวังที่สูงลิ่วหลังจากการปล่อยภาพทีเซอร์และรายละเอียดทางเทคนิคออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็มาถึงจุดสูงสุดเมื่อ Lamborghini ได้เผยโฉม Revuelto อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเป็น “กระทิงดุ” ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ชื่อรุ่น Revuelto: พลังที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งนักสู้
ชื่อ “Revuelto” ซึ่งมาจากชื่อวัวกระทิงสเปน มีความหมายแฝงถึงพลัง ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกของซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน Revuelto ไม่เพียงแต่เป็นรถรุ่นแรกของ Lamborghini ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน PHEV แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการบุกเบิกยุคใหม่ของแบรนด์ ที่ซึ่งขุมพลังอันดุดันจะถูกหลอมรวมเข้ากับเทคโนโลยีที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
หัวใจ V12 NA ที่ได้รับการยกระดับ สู่สมรรถนะเหนือความคาดหมาย
หัวใจหลักของ Lamborghini Revuelto ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V12 แบบ Naturally Aspirated (NA) ขนาด 6.5 ลิตร ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาลง โดยมีน้ำหนักเพียง 218 กิโลกรัม การปรับปรุงในส่วนของการไหลของไอดีและไอเสีย ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 นี้ สามารถผลิตกำลังได้สูงสุดถึง 825 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงความตั้งใจของ Lamborghini ในการรักษาเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V12 ที่เป็นเสียงคำรามอันเป็นที่จดจำ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นไปอีก
การผสานพลังแห่งมอเตอร์ไฟฟ้า: สู่ 1,015 แรงม้าอันน่าทึ่ง
สิ่งที่ทำให้ Revuelto โดดเด่นเหนือใคร คือการผสานการทำงานของเครื่องยนต์ V12 NA เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวจะประจำการอยู่ที่เพลาล้อหน้า และอีก 1 ตัวอยู่ที่เพลาล้อหลัง เมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสามทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V12 แล้ว กำลังรวมที่ส่งลงสู่พื้นถนนจะพุ่งสูงถึง 1,015 แรงม้า ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งในโลกของซูเปอร์คาร์
ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลจากระบบ PHEV ส่งผลให้ Revuelto สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาน้อยกว่า 7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย และเพื่อให้สอดคล้องกับความท้าทายทางวิศวกรรม
โหมด Citta: อนาคตของการขับขี่ในเมือง
Lamborghini Revuelto ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ใหม่ที่เรียกว่า “Citta” หรือ “City Mode” ซึ่งออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสภาพแวดล้อมเมืองโดยเฉพาะ โหมดนี้จะจำกัดกำลังขับเคลื่อนของรถไว้ที่ 180 แรงม้า โดยเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อลดมลพิษและประหยัดพลังงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งความปราดเปรียวตามแบบฉบับ Lamborghini
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: นวัตกรรมที่ใส่ใจในสมดุล
หัวใจสำคัญของระบบ PHEV คือแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ความจุ 3.8 kWh ใน Revuelto ได้รับการติดตั้งอย่างชาญฉลาดภายในอุโมงค์เพลากลางของรถ ซึ่งมีขนาด 1,550 มม. (ยาว) x 301 มม. (สูง) x 240 มม. (กว้าง) การจัดวางตำแหน่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายใน แต่ยังสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระจายน้ำหนักของตัวรถให้สมดุล ทำให้การขับขี่มีความมั่นคงและคล่องแคล่ว
การชาร์จแบตเตอรี่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าให้เต็มได้ภายใน 30 นาที ด้วยกำลังชาร์จ 7kW หรือสามารถชาร์จผ่านเครื่องยนต์ V12 โดยตรง หรือจากการเบรก (Regenerative Braking) ซึ่งใช้เวลาเพียง 6 นาทีเท่านั้น ความสะดวกในการชาร์จนี้ทำให้ Revuelto เป็นซูเปอร์คาร์ PHEV ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
โครงสร้าง Monofuselage: น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ดุจโครงกระดูกมนุษย์
Lamborghini Revuelto ได้นำเสนอโครงสร้างตัวถังใหม่ที่เรียกว่า “Monofuselage” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างด้านหน้าที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด น้ำหนักเบากว่าโครงสร้างเดิมถึง 10% แต่มีความแข็งแกร่งต่อการบิดตัวเพิ่มขึ้นถึง 25% นอกจากนี้ ยังมีการใช้แชสซีส์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ ชิ้นส่วนเฟรม “Rocker Ring” ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบ CFRP และซับเฟรมหน้าที่เรียกว่า “Corn” ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกัน ส่วนเฟรมด้านหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมคุณภาพสูง เพื่อความแข็งแกร่งและสมดุล
ด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบาเหล่านี้ ส่งผลให้ Lamborghini Revuelto มีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,772 กิโลกรัม แม้จะมากกว่า Aventador Ultimae (1,550 กก.) ซึ่งเป็นผลมาจากการติดตั้งระบบขับเคลื่อน PHEV และแบตเตอรี่เพิ่มเติม แต่ด้วยการกระจายน้ำหนักที่เหมาะสม และโครงสร้างที่แข็งแกร่ง การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะโดยรวม
มิติตัวถัง: การออกแบบที่เน้นอากาศพลศาสตร์
Lamborghini Revuelto มีมิติตัวถังที่สะท้อนถึงความเป็นซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว ด้วยความยาว 4,947 มม., กว้าง 2,266 มม., สูง 1,160 มม. และระยะฐานล้อ 2,779 มม. การออกแบบเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อให้รถสามารถยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม
การออกแบบภายนอก: DNA ของ Lamborghini ที่พัฒนาไปอีกขั้น
การออกแบบภายนอกของ Revuelto ยังคงสืบทอด DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรุ่น Aventador ตั้งแต่การติดตั้งประตู Scissor Doors อันเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น ตัวถังใหม่ได้รับการเสริมความสปอร์ตและล้ำสมัย ด้วยชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า กันชนท้ายดีไซน์ดุดัน พร้อมแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ ชิ้นส่วนแอโรไดนามิกส์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดด้านหน้า 33% และแรงกดด้านหลังถึง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae
นอกจากนี้ ยังมีปลายท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมคู่ที่วางตัวอยู่กึ่งกลางของบั้นท้าย ฝาปิดห้องเครื่องที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟใหม่ที่สามารถปรับระดับได้อัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะและการควบคุม
ภายในห้องโดยสาร: อนาคตของความหรูหราและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารของ Revuelto ยังคงรักษาดีไซน์ Y-shape อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini พร้อมการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน หน้าจอระบบอินโฟเทนเมนท์แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) และหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงได้อย่างง่ายดาย
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ รองรับการควบคุมโหมด EV ได้อย่างสะดวก เบาะนั่งที่ผสมผสานหนังคุณภาพสูงเข้ากับไมโครไฟเบอร์ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล สะท้อนถึงความใส่ใจในความยั่งยืน คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ และปุ่ม Push Start พร้อมฝาครอบดีไซน์ใหม่ เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตและความพรีเมียม
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ: ความมั่นใจในทุกการเดินทาง
Lamborghini Revuelto มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน, ระบบตรวจจับจุดบอด, Adaptive Cruise Control, ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง และระบบอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อมอบความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
อนาคตที่สดใส: การเริ่มต้นยุคใหม่ของ Lamborghini
แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Revuelto แต่ก็เป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่าซูเปอร์คาร์คันนี้คือผู้บุกเบิกในยุคใหม่ของแบรนด์ และหาก Revuelto ได้รับการตอบรับที่ดี ก็มีแนวโน้มที่จะมีการพัฒนารุ่น Roadster และ SV ต่อไปในอนาคต
Lamborghini Urus SE: ซูเปอร์เอสยูวี PHEV 800 แรงม้า เปิดตัวในไทย – ประสิทธิภาพและความหรูหราที่เหนือกว่า
ในอีกมิติหนึ่งของโลกยานยนต์สมรรถนะสูง Lamborghini ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Lamborghini Urus SE (ลัมโบร์กินี อูรุส เอสอี) ซูเปอร์เอสยูวี Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) รุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย การมาถึงของ Urus SE ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของ Lamborghini ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับนิยามของซูเปอร์เอสยูวีให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยสมรรถนะที่น่าทึ่งและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการที่ได้สัมผัสกับยนตรกรรมชั้นยอดมากมาย การเปิดตัว Urus SE ในประเทศไทย ถือเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันดุดัน ควบคู่ไปกับความหรูหราและการใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน
Urus SE: พลัง 800 แรงม้า กับดีไซน์ที่สะท้อนจิตวิญญาณกระทิงดุ
Lamborghini Urus SE โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ และสะท้อนถึงภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตที่แข็งแกร่ง บึกบึน เส้นสายที่เฉียบคม บ่งบอกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ ฝากระโปรงดีไซน์ใหม่แบบ “Floating Design” ที่ไร้รอยต่อ ให้ความรู้สึกถึงความลื่นไหลต่อเนื่อง ชวนให้นึกถึงแนวคิดการออกแบบใหม่ที่ปรากฏในรุ่น Revuelto
ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหางของวัวกระทิง สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini ขณะที่ส่วนท้ายของรถ เน้นความกว้างด้วยดิฟฟิวเซอร์ใหม่ และการปรับตำแหน่งของช่องติดป้ายทะเบียนให้ต่ำลง ตะแกรงด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจจากซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Gallardo ผสานเส้นสายได้อย่างกลมกลืน ชุดไฟท้ายรูปตัว “Y” เชื่อมต่อกันอย่างสง่างาม สปอยเลอร์หลังใหม่ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์เพื่อเพิ่มแรงกดด้านหลังถึง 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
การออกแบบยังคำนึงถึงการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่องลมที่ส่วนล่างของตัวรถ และท่อลมเข้าแบบปรับปรุงใหม่ ช่วยลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่ารุ่น Urus เดิมถึง 15% นอกจากนี้ การออกแบบส่วนหน้ายังผสานกับการเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ด้านล่าง เพื่อช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ซึ่งมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยอากาศสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับระบบเก่า
ล้อ Galanthus 23 นิ้ว: สะท้อนความสปอร์ตขั้นสุด
Urus SE มาพร้อมกับล้อดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสมรรถนะอันทรงพลังของซูเปอร์เอสยูวีคันนี้
ภายในห้องโดยสาร: “Feel like a pilot” สัมผัสแห่งอนาคต
ภายในห้องโดยสารของ Urus SE ได้รับการตกแต่งใหม่ภายใต้ปรัชญา “Feel like a pilot” ที่เน้นการยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และระบบดิจิทัล แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมกราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมเคลือบผิวในรูปทรงตัว “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความรู้สึกหรูหราและสปอร์ต
การเลือกใช้วัสดุใหม่ในการหุ้มส่วนบานตกแต่ง แผงหน้าปัด และเบาะนั่ง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด และเพื่อเพิ่มสัมผัสการกดที่สมจริง แผงปุ่มกดแบบกลไกก็ถูกนำมาใช้
การปรับแต่งเฉพาะตัว: สร้างสรรค์ Urus SE ในแบบของคุณ
Lamborghini Urus SE มอบทางเลือกในการตกแต่งภายในที่หลากหลายกว่า 47 แบบ ควบคู่ไปกับการเย็บตะเข็บตกแต่ง 4 สไตล์ (Q-citura stitching) และออปชันในโปรแกรมการตกแต่ง Ad Personam ที่ช่วยให้เจ้าของ Urus SE สามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใครบนโลก
ขุมพลัง PHEV 800 แรงม้า: ประสิทธิภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนใน Urus
หัวใจหลักของ Urus SE คือเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร Twin-Turbo ที่ให้กำลัง 620 แรงม้า (456 kW) พร้อมแรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 483 นิวตันเมตร เมื่อผสานการทำงานทั้งสองระบบ จะได้กำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 950 นิวตันเมตร
ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ล่าสุด และระบบ e-limited-slip differential ทำให้ Urus SE สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้ Urus SE เป็นรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Urus
โหมดการขับขี่ 10 โหมด: ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะ
Urus SE มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 10 โหมด ซึ่งสามารถควบคุมได้จากแผงควบคุม “Tamburo” ที่คอนโซลกลาง อาทิ Strada, Sport, Corsa (สำหรับการขับขี่บนถนนและในสนามแข่ง), Neve, Sabbia และ Terra (สำหรับพื้นผิวที่แตกต่างกัน) โดยสามารถทำงานร่วมกับโหมด EV Drive, Hybrid, Performance และ Recharge เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในทุกสภาวะ
แบตเตอรี่ 25.7 kWh: วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กม.
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดความจุ 25.7 kWh ทำให้ Urus SE สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุดถึง 60 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดการปล่อยไอเสียได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
เฉดสีและออปชัน: สร้างสรรค์ความเป็นตัวคุณ
Urus SE มีให้เลือกหลากหลายเฉดสี และออปชันการตกแต่งกว่า 100 องค์ประกอบ โดยมี 2 โทนสีใหม่ที่น่าสนใจคือ สี Arancio Egon (สีส้ม) จับคู่กับห้องโดยสารโทนสี Arancio Apodis (สีส้ม) และโทนสี Bianco Sapphirus (สีขาว) จับคู่กับห้องโดยสารโทนสี Terra Kedros (สีน้ำตาลแดง)
ราคาจำหน่าย: การลงทุนในตำนาน
สำหรับราคาจำหน่ายของ Lamborghini Urus SE ในตลาดประเทศไทยเริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในยนตรกรรมที่ผสมผสานสมรรถนะขั้นสูงสุด เข้ากับความหรูหราและการใช้งานที่หลากหลายได้อย่างลงตัว
อนาคตของการขับเคลื่อน: Lamborghini กำลังก้าวสู่ทศวรรษใหม่
ทั้ง Lamborghini Revuelto และ Urus SE คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Lamborghini ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในอดีต แต่กำลังมองไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล การผสมผสานเทคโนโลยี PHEV เข้ากับขุมพลัง V12 NA อันเป็นเอกลักษณ์ และการพัฒนานวัตกรรมในทุกมิติ คือก้าวสำคัญสู่ทศวรรษใหม่แห่งความสำเร็จของแบรนด์ซูเปอร์คาร์จากอิตาลี
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ นี่คือเวลาที่คุณจะได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่ง Lamborghini ยุคใหม่ ที่ซึ่งเทคโนโลยีและจิตวิญญาณแห่งกระทิงดุได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง และมาสัมผัสสุดยอดซูเปอร์คาร์เหล่านี้ได้แล้ววันนี้