![[ครบชุด] T1403288 เม อความร กแปรเปล ยนเป นความเกล ยดช ความช วร ายจะได บการลงโทษ](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_144239.jpg)
Lamborghini Revuelto: ยุคใหม่แห่งซูเปอร์คาร์ PHEV สู่ขีดสุดแห่งสมรรถนะ 1,015 แรงม้า
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง Lamborghini ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัว Lamborghini Revuelto LB744 รถซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ผสานขุมพลังอันดุเดือดเหนือชั้นกว่า 1,000 แรงม้า สร้างนิยามใหม่ให้กับสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ สำหรับแฟนพันธุ์แท้และผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมชั้นสูง การมาถึงของ Revuelto ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการก้าวเข้าสู่บทใหม่ของ Lamborghini ที่ผสมผสานความเร้าใจในแบบฉบับกระทิงดุ เข้ากับความยั่งยืนทางเทคโนโลยีอย่างลงตัว
Revuelto: พลังผสานที่นิยามใหม่แห่งความแรง
ชื่อ “Revuelto” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัวกระทิงสเปนผู้ทรงพลัง สื่อถึงจิตวิญญาณอันดุดันและไม่ยอมแพ้ของแบรนด์ Lamborghini ได้ถูกนำมาใช้เพื่อบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ รถซูเปอร์คาร์รุ่นนี้เป็นรถรุ่นแรกของค่ายกระทิงดุที่มาพร้อมกับขุมพลังแบบผสมผสาน (Hybrid Powertrain) ที่สามารถรีดสมรรถนะได้เกินกว่า 1,000 แรงม้าอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญของ Lamborghini Revuelto คือเครื่องยนต์ V12 NA (Naturally Aspirated) ขนาด 6.5 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบาลงเหลือเพียง 218 กิโลกรัม การปรับปรุงการไหลของไอดีและไอเสีย ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 นี้สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 825 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร นี่คือเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Lamborghini เคยผลิตมาสำหรับรถที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
แต่ความน่าทึ่งของ Revuelto ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น พลังจากเครื่องยนต์ V12 อันดุเดือด ได้ถูกผสานเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว ประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่เพลาล้อหน้า และอีก 1 ตัวที่เพลาล้อหลัง เมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสามทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V12 ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดจะสามารถส่งกำลังลงสู่พื้นได้มากถึง 1,015 แรงม้า (PS) ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์คลัทช์คู่ 8 สปีดที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวและแม่นยำ
สมรรถนะที่เหนือกว่าทุกการคาดการณ์
สำหรับอัตราเร่ง Revuelto สามารถพาคุณทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และไต่ระดับจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาน้อยกว่า 7 วินาที ความเร็วสูงสุดของรถรุ่นนี้ถูกจำกัดไว้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อการควบคุมและรักษาความปลอดภัยสูงสุด
ภายใต้เทคโนโลยี PHEV supercars อันล้ำสมัย Lamborghini Revuelto ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งาน โหมด “Citta” หรือ “City” ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในเมืองโดยเฉพาะ โดยเน้นการประหยัดพลังงานและลดมลพิษ โดยจะจำกัดกำลังขับเคลื่อนของรถไว้ที่ 180 แรงม้า เพื่อให้การขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่คับคั่งเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบชาร์จที่ทันสมัย
หัวใจสำคัญของระบบ PHEV คือชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3.8 kWh ที่ได้รับการติดตั้งอย่างชาญฉลาดในอุโมงค์เพลากลางของรถ แบตเตอรี่นี้มีขนาด 1,550 มม. ยาว 301 มม. สูง และกว้าง 240 มม. การติดตั้งในตำแหน่งนี้ช่วยในการกระจายน้ำหนักและรักษาจุดศูนย์ถ่วงของรถให้มีความสมดุลสูงสุด
ระบบชาร์จของ Revuelto ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน สามารถชาร์จไฟฟ้าให้เต็มได้ภายใน 30 นาที ด้วยกำลังชาร์จเพียง 7kW นอกจากนี้ แบตเตอรี่สามารถชาร์จได้โดยตรงจากเครื่องยนต์ V12 หรือผ่านระบบการเบรก (Regenerative Braking) ซึ่งใช้เวลาเพียง 6 นาทีในการชาร์จให้เต็มจากสภาวะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจนหมด
โครงสร้าง Monofuselage: นวัตกรรมแห่งคาร์บอนไฟเบอร์
Lamborghini Revuelto โดดเด่นด้วยโครงสร้างตัวถังใหม่ที่เรียกว่า “Monofuselage” ซึ่งส่วนหน้าทั้งหมดประกอบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบากว่าโครงสร้างเดิมถึง 10% แต่มีความทนทานต่อการบิดตัวเพิ่มขึ้นถึง 25% นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักตัวรถ แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความมั่นคงในการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมแชสซีส์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนเฟรม “Rocker Ring” ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบ CFRP (Carbon Fiber Reinforced Polymer) และซับเฟรมหน้าที่เรียกว่า “Corn” ที่ออกแบบเป็นพิเศษจากคาร์บอนไฟเบอร์ ในขณะที่เฟรมหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมคุณภาพสูง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างน้ำหนัก ความแข็งแกร่ง และการกระจายน้ำหนัก
มิติตัวถังที่สง่างามและอากาศพลศาสตร์อันยอดเยี่ยม
ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ 1,772 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่า Aventador Ultimae (1,550 กก.) เล็กน้อย อันเนื่องมาจากระบบขับเคลื่อน PHEV ใหม่ที่เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เข้ามา แต่ Revuelto ก็ยังคงรักษาความคล่องตัวและพลวัตในการขับขี่ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
มิติตัวถังของ Revuelto ประกอบด้วย ความยาว 4,947 มม., ความกว้าง 2,266 มม., ความสูง 1,160 มม. และระยะฐานล้อ 2,779 มม. การออกแบบรูปทรงของรถได้รับการปรับปรุงอย่างมากเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ เช่น กันชนท้ายและแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้าได้ถึง 33% และแรงกดด้านหลังเพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae
ดีไซน์ที่สืบทอดตำนาน ผสมผสานอนาคต
ด้านการออกแบบภายนอก Lamborghini Revuelto ถ่ายทอดจิตวิญญาณของซูเปอร์คาร์ในตำนานอย่าง Aventador ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การคงไว้ซึ่งประตู Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมงานออกแบบตัวถังใหม่ที่เฉียบคมและล้ำสมัย เสริมด้วยชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายรูปทรง Y อันเป็นลายเซ็นของแบรนด์ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ช่องระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมคู่บริเวณท้ายรถ และปีกหลังแบบแอคทีฟที่สามารถปรับระดับได้ตามโหมดการขับขี่ สะท้อนถึงความดุดันและประสิทธิภาพสูงสุด
ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความหรูหราและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารของ Revuelto ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบ “Y-shape” ที่เป็นลายเซ็นของ Lamborghini พร้อมการยกระดับด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย หน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วนและชัดเจน หน้าจอระบบอินโฟเทนเมนท์แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) เพื่อให้ระบบมีความทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังได้รับประสบการณ์ที่เต็มอิ่มด้วยหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว บริเวณด้านหน้า
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ออกแบบมาเพื่อการควบคุมที่ง่ายดายและแม่นยำ พร้อมรองรับการควบคุมโหมด EV เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย เบาะนั่งถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ผสมผสานวัสดุหนังคุณภาพสูงเข้ากับไมโครไฟเบอร์ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เพื่อความรู้สึกหรูหราและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ และปุ่ม Push Start พร้อมฝาครอบที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพิ่มความสปอร์ตและดุดันให้กับห้องโดยสาร
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะเพื่อความมั่นใจสูงสุด
Lamborghini Revuelto มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจตลอดการเดินทาง อาทิ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน, ระบบตรวจจับจุดบอด, Adaptive Cruise Control, และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและไร้กังวล
Lamborghini Urus SE: ซูเปอร์ SUV ขุมพลัง PHEV 800 แรงม้า สู่ตลาดไทย
นอกจากการเปิดตัวซูเปอร์คาร์แห่งอนาคต Lamborghini ยังได้นำเสนอ Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์สู่ตลาดประเทศไทย โดยบริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Lamborghini อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
Urus SE ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอรถยนต์ SUV ที่ทรงพลัง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Lamborghini ที่ผสมผสานสมรรถนะอันดุเดือดเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมทั้งตอบสนองต่อความต้องการด้านความยั่งยืน
Urus SE: การออกแบบที่สะท้อนสมรรถนะและพลศาสตร์
Urus SE ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น เส้นสายของตัวรถสะท้อนถึงความสปอร์ตและความแข็งแกร่งบึกบึน ด้านหน้าโดดเด่นด้วยดีไซน์ฝากระโปรงแบบ Floating Design ที่ลบเส้นแบ่งต่างๆ เพื่อความต่อเนื่องและลื่นไหล ชวนให้นึกถึงแนวคิดการออกแบบใหม่ที่ปรากฏในรุ่น Revuelto
ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจากหางวัวกระทิง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ด้านท้ายรถเน้นความกว้าง ดีไซน์ดิฟฟิวเซอร์ใหม่ และการปรับช่องติดป้ายทะเบียนให้ต่ำลง ตะแกรงด้านหลังได้แรงบันดาลใจจากรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Gallardo ผสานเส้นสายได้อย่างกลมกลืน เชื่อมต่อชุดไฟท้ายด้วยดวงไฟรูปตัว “Y” สปอยเลอร์หลังใหม่ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์เพื่อเพิ่มแรงกดท้ายรถถึง 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
นอกจากนี้ Urus SE ยังได้รับการออกแบบท่อระบายลมที่ส่วนล่างของตัวรถ และท่อลมเข้าแบบปรับปรุงใหม่ พร้อมดีไซน์ช่องทางลมให้ต่อเนื่องมากขึ้น เพื่อลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่าเดิมถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่น Urus เดิม การออกแบบส่วนหน้ายังผสานกับการเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ด้านล่างเพื่อช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ซึ่งมีประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยอากาศสูงขึ้นถึง 30%
ล้อ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว ยกระดับความหรูหรา
Urus SE มาพร้อมชุดล้อดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว ที่ถูกรัดด้วยยาง Pirelli P Zero เพื่อมอบการยึดเกาะสูงสุดและรูปลักษณ์ที่โดดเด่น
ภายในห้องโดยสาร: “Feel like a pilot” สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ขั้นสูง
ภายในห้องโดยสารของ Urus SE ได้รับการตกแต่งใหม่ภายใต้ปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และระบบดิจิทัล แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมกราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น การตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมเคลือบผิวในรูปทรงตัว “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการหุ้มส่วนบานตกแต่ง แผงหน้าปัด และเบาะนั่งด้วยวัสดุใหม่ แผงปุ่มกดแบบกลไกได้รับการออกแบบเพื่อให้สัมผัสการกดที่สมจริง
Urus SE มอบทางเลือกการตกแต่งภายในกว่า 47 แบบ และการเย็บตะเข็บตกแต่งถึง 4 สไตล์ (Q-citura stitching) พร้อมออปชันในโปรแกรมการตกแต่ง Ad Personam ที่ช่วยให้เจ้าของ Urus SE สามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร
ขุมพลัง PHEV 800 แรงม้า: สมรรถนะที่เหนือกว่าตระกูล Urus
Urus SE มาพร้อมเครื่องยนต์ Twin-Turbo V8 ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 456 kW หรือ 620 แรงม้า พร้อมแรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 483 นิวตันเมตร เมื่อผสานการทำงาน ระบบทั้งหมดจะให้กำลังรวมสูงสุด 800 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 950 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ล่าสุด และระบบ e-limited-slip differential
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Urus SE จึงเป็นรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของตระกูล Urus
โหมดการขับขี่หลากหลายเพื่อทุกสภาพถนน
Urus SE มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 10 โหมด ควบคุมผ่านแผงควบคุม “Tamburo” บริเวณคอนโซลกลาง อาทิ Strada, Sport, Corsa (สำหรับท้องถนนและสนามแข่ง), Neve, Sabbia และ Terra (สำหรับพื้นผิวที่มีการยึดเกาะที่แตกต่างกัน) ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับออปชันระบบ EV Drive, Hybrid, Performance และ Recharge
แบตเตอรี่ 25.7 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกล 60 กม.
ชุดแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนความจุ 25.7 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 60 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดการปล่อยไอเสียได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
เฉดสีและการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์
Urus SE มีเฉดสีตัวรถให้เลือกมากมาย และออปชันการตกแต่งกว่า 100 องค์ประกอบ โดยมี 2 โทนสีใหม่ คือ Arancio Egon (สีส้ม) ที่จับคู่กับการตกแต่งห้องโดยสารโทนสี Arancio Apodis (สีส้ม) และโทนสี Bianco Sapphirus (สีขาว) จับคู่กับการตกแต่งห้องโดยสารโทนสี Terra Kedros (สีน้ำตาลแดง)
อนาคตของ Lamborghini: ผสมผสานสมรรถนะและความยั่งยืน
การเปิดตัว Lamborghini Revuelto และ Urus SE เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของ Lamborghini ในการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ สมรรถนะอันดุเดือดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถูกผสานเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid อย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืน
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสุดยอดสมรรถนะ ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ถึงเวลาแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์ “กระทิงดุ” ยุคใหม่เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ supercar PHEV Thailand หรือ luxury SUV Thailand เพื่อค้นพบรายละเอียดเพิ่มเติมและสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมเหล่านี้ได้ที่ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Lamborghini ในประเทศไทย เพื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด.