![[ครบชุด] T1403287 EP2 เม อความร กแปรเปล ยนเป นความเกล ยดช ความช วร ายจะได บการลงโทษ](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_144207.jpg)
Lamborghini Revuelto: นิยามใหม่แห่งซูเปอร์คาร์ PHEV พลัง 1,015 แรงม้า ขับเคลื่อนอนาคตแห่งความแรง
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่การแข่งขันด้านสมรรถนะและความล้ำสมัยไม่เคยหยุดนิ่ง Lamborghini ได้ยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Revuelto LB744 ซูเปอร์คาร์ไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) ที่ผสานขุมพลังจากเครื่องยนต์ V12 NA และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการซูเปอร์คาร์ด้วยกำลังสูงสุดถึง 1,015 แรงม้า (PS) นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์กระทิงดุในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยนตรกรรมที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาDNA แห่งความแรงและความเร้าใจตามแบบฉบับ Lamborghini มาอย่างยาวนาน
Lamborghini Revuelto: จุดบรรจบของศาสตร์แห่งเครื่องยนต์และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด
หลังจากที่ Lamborghini ได้ทยอยปล่อยภาพทีเซอร์ สปายช็อต และรายละเอียดทางเทคนิคต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Lamborghini Revuelto LB744 ก็ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบซูเปอร์คาร์ทั่วโลก ชื่อ “Revuelto” ที่ตั้งตามชื่อกระทิงสเปนผู้เกรียงไกร สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความดุดันและไม่ยอมแพ้ของรถยนต์รุ่นนี้ ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกของค่ายที่มาพร้อมกับขุมพลังผสมผสานที่สามารถทะลุขีดจำกัด 1,000 แรงม้าได้
ขุมพลัง V12 NA อันทรงพลัง ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ
หัวใจหลักของ Lamborghini Revuelto คือเครื่องยนต์ V12 NA (Naturally Aspirated) ขนาด 6.5 ลิตร ที่ถูกออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กลงแต่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ด้วยน้ำหนักเพียง 218 กิโลกรัม การออกแบบการไหลของไอดีและไอเสียใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 นี้สามารถรีดกำลังสูงสุดได้ถึง 825 แรงม้า (PS) ที่ 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร
แต่ความน่าทึ่งยังไม่หมดเพียงเท่านี้ Revuelto ยังผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว โดยแบ่งเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่เพลาล้อหน้า และอีก 1 ตัวที่เพลาล้อหลัง เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V12 และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมด กำลังรวมสูงสุดจะพุ่งทะยานไปถึง 1,015 แรงม้า (PS) ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับกำลังมหาศาลนี้ ส่งผลให้ Revuelto สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และ 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น้อยกว่า 7 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในเมืองและความประหยัดพลังงาน Lamborghini ได้เพิ่มโหมด “Citta” หรือ “City” เข้ามา ซึ่งจะจำกัดกำลังขับเคลื่อนของรถไว้ที่ 180 แรงม้า เน้นการประหยัดพลังงานสูงสุด
นวัตกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและการชาร์จที่เหนือชั้น
หัวใจสำคัญของระบบ PHEV คือแบตเตอรี่ ซึ่งใน Lamborghini Revuelto ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 3.8 kWh ที่ถูกติดตั้งอย่างชาญฉลาดในอุโมงค์เพลากลาง ตำแหน่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระจายน้ำหนักตัวรถให้สมดุล แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมอีกด้วย ด้วยขนาดความยาว 1,550 มม., สูง 301 มม., และกว้าง 240 มม. แบตเตอรี่ชุดนี้สามารถรองรับการชาร์จไฟฟ้าให้เต็มได้ภายใน 30 นาที ด้วยกำลังชาร์จเพียง 7kW นอกจากนี้ ยังสามารถชาร์จไฟผ่านเครื่องยนต์ V12 โดยตรง หรือจากการเบรก (Regenerative Braking) ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 6 นาทีเท่านั้น
Monofuselage: โครงสร้างน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ทนทาน
Lamborghini Revuelto มาพร้อมกับโครงสร้างตัวถังใหม่ที่เรียกว่า “Monofuselage” ซึ่งมีโครงสร้างส่วนหน้าทั้งหมดทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้มีน้ำหนักเบาลงกว่าโครงสร้างเดิมถึง 10% และมีความแข็งแกร่งต่อการบิดตัวเพิ่มขึ้นถึง 25% การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อย่างแพร่หลายในส่วนต่างๆ เช่น แชสซีสคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่, ชิ้นส่วนเฟรม “Rocker Ring” ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบ CFRP, และซับเฟรมหน้า “Corn” ที่ออกแบบเป็นพิเศษ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เฟรมหลังยังคงเลือกใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมคุณภาพสูงเพื่อความสมดุล
สมรรถนะที่มาพร้อมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
ด้วยระบบขับเคลื่อน PHEV ที่ซับซ้อนขึ้น น้ำหนักตัวของ Lamborghini Revuelto อยู่ที่ 1,772 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า Aventador Ultimae ที่มีน้ำหนัก 1,550 กิโลกรัม การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักนี้เป็นผลมาจากการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ด้วยสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้อัตราเร่งและสมรรถนะโดยรวมของ Revuelto ยังคงเหนือกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน
มิติตัวถัง: ความสง่างามที่มาพร้อมสมรรถนะ
Lamborghini Revuelto มีมิติตัวถังที่ยาว 4,947 มม., กว้าง 2,266 มม., สูง 1,160 มม. และระยะฐานล้อ 2,779 มม. มิติเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างสมดุลระหว่างอากาศพลศาสตร์ การทรงตัว และความสง่างามตามแบบฉบับ Lamborghini
ดีไซน์ที่สืบทอด DNA แห่งความดุดันและล้ำสมัย
งานออกแบบภายนอกของ Lamborghini Revuelto ยังคงถ่ายทอดจิตวิญญาณของซูเปอร์คาร์ระดับตำนานอย่าง Aventador ตั้งแต่การติดตั้งประตู Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับงานออกแบบตัวถังใหม่ที่เสริมความสปอร์ตล้ำสมัยยิ่งขึ้น ด้วยชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่รอบคัน กันชนท้ายสไตล์ดุดัน และแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ (Downforce) โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้าถึง 33% และแรงกดด้านหลัง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งปลายท่อไอเสียทรง 6 เหลี่ยมคู่ที่วางอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของบั้นท้าย ฝาปิดห้องเครื่องที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟใหม่ ที่สามารถปรับระดับได้อัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 13 โหมด ยิ่งเน้นย้ำถึงสมรรถนะที่พร้อมทะยานไปทุกเส้นทาง
ห้องโดยสารที่ผสมผสานเทคโนโลยีและความหรูหรา
ภายในห้องโดยสารของ Lamborghini Revuelto ยังคงได้รับการออกแบบในสไตล์ Y-shape ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน และหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนท์แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว สำหรับผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ที่สามารถควบคุมโหมด EV ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะนั่งที่ผสมผสานหนังคุณภาพสูงเข้ากับไมโครไฟเบอร์ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ให้ความรู้สึกสปอร์ตและหรูหราในเวลาเดียวกัน การออกแบบคันเกียร์ใหม่ และปุ่ม Push Start พร้อมฝาครอบดีไซน์พิเศษ ยิ่งเสริมความรู้สึกพรีเมียม
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะเพื่อความมั่นใจสูงสุด
Lamborghini Revuelto มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทันสมัย เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ อาทิ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน, ระบบตรวจจับจุดบอด, Adaptive Cruise Control, และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง
อนาคตแห่งซูเปอร์คาร์: Lamborghini Revuelto ก้าวแรกสู่ยุคใหม่
แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ Revuelto แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ซูเปอร์คาร์รุ่นนี้จะเป็นตัวบุกเบิกยุคใหม่ของ Lamborghini และหากได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ทางค่ายก็มีแผนที่จะพัฒนารุ่น Roadster และรุ่น SV ต่อไปในอนาคต การมาถึงของ Lamborghini Revuelto ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมจะพาโลกยานยนต์ไปสู่อนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
Lamborghini Urus SE: ปฐมบทแห่งซูเปอร์ SUV ปลั๊กอินไฮบริดในไทย
นอกจากซูเปอร์คาร์สุดล้ำแล้ว Lamborghini ยังได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นแรกของแบรนด์ในประเทศไทย ด้วยพละกำลังรวม 800 แรงม้า และระยะทางวิ่งโหมดไฟฟ้าสูงสุด 60 กิโลเมตร Urus SE ได้ยกระดับนิยามของซูเปอร์ SUV ให้ไปสู่อีกขั้น พร้อมด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
Urus SE: พลังแห่งอนาคต ผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Lamborghini อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้เปิดตัว Lamborghini Urus SE อย่างเป็นทางการ โดย Urus SE ไม่เพียงแต่มาพร้อมประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม แต่ยังได้รับการออกแบบใหม่ที่เน้นอากาศพลศาสตร์ที่ดียิ่งขึ้น ผสมผสานกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่เหนือชั้น ระบบ PHEV ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลถึง 60 กิโลเมตร ทำให้ Urus SE โดดเด่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน
ดีไซน์ที่สะท้อนถึงพลวัตและความแข็งแกร่ง
งานออกแบบของ Urus SE สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวและพลวัต ด้วยเส้นสายที่เน้นภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตและความแข็งแกร่ง ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่แบบ “Floating Design” ลบเส้นแบ่งส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกต่อเนื่องและลื่นไหล ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดการออกแบบที่ปรากฏในรุ่น Revuelto ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ มีแรงบันดาลใจมาจากหางกระทิง สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini
ส่วนท้ายรถออกแบบให้เน้นความกว้าง พร้อมดิฟฟิวเซอร์ใหม่ และการปรับตำแหน่งช่องติดป้ายทะเบียนให้ต่ำลง ตะแกรงด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจจาก Gallardo ผสานเส้นสายได้อย่างกลมกลืน ชุดไฟท้ายรูปตัว “Y” เชื่อมต่อกันอย่างสวยงาม สปอยเลอร์หลังใหม่ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์เพื่อเพิ่มแรงกดด้านหลังสูงสุด 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่
อากาศพลศาสตร์ที่ล้ำหน้า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
Urus SE ได้รับการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์อย่างครอบคลุม ทั้งในส่วนท่อระบายลม ช่องลมเข้าที่ปรับปรุงใหม่ และการออกแบบช่องทางลมให้ต่อเนื่องมากขึ้น ช่วยลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่าเดิมถึง 15% เมื่อเทียบกับรุ่น Urus เดิม ด้านหน้ายังผสานการออกแบบเพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับระบบเก่า ชุดล้อ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli P Zero สะท้อนความสปอร์ตเหนือชั้น
ห้องโดยสาร “Feel like a pilot” พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ภายใต้ปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และระบบดิจิทัล แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมกราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมเคลือบผิวรูปทรงตัว “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการเลือกใช้วัสดุใหม่ๆ ในการตกแต่งแผงหน้าปัดและเบาะนั่ง แผงปุ่มกดแบบกลไกให้สัมผัสการกดที่สมจริง
Urus SE มีตัวเลือกการตกแต่งภายในกว่า 47 แบบ และการเย็บตะเข็บ 4 สไตล์ (Q-citura stitching) พร้อมออปชัน Ad Personam ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้
ขุมพลัง PHEV 800 แรงม้า: ซูเปอร์ SUV ที่ทรงพลังที่สุด
หัวใจของ Urus SE คือเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 456 kW (620 แรงม้า) และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 483 นิวตันเมตร เมื่อผสานการทำงานทั้งสองระบบ จะได้กำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 950 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ และระบบ e-limited-slip differential ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ Urus SE เป็นรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Urus
โหมดการขับขี่หลากหลาย เพื่อประสบการณ์ที่แตกต่าง
Urus SE มาพร้อมโหมดการขับขี่ 10 โหมด ควบคุมผ่านแผง “Tamburo” บริเวณคอนโซลกลาง เช่น Strada, Sport, Corsa (สำหรับถนนและสนามแข่ง), Neve (หิมะ), Sabbia (ทราย) และ Terra (พื้นผิวขรุขระ) สามารถทำงานร่วมกับออปชัน EV Drive, Hybrid, Performance และ Recharge เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย
แบตเตอรี่ 25.7 kWh: วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กม.
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 25.7 kWh ช่วยให้ Urus SE สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุด 60 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดการปล่อยไอเสียได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
สีสันและทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัด
Urus SE มีตัวเลือกสีภายนอกมากมาย และออปชันการตกแต่งกว่า 100 องค์ประกอบ พร้อม 2 โทนสีใหม่ คือ Arancio Egon (สีส้ม) จับคู่กับการตกแต่งภายใน Arancio Apodis (สีส้ม) และ Bianco Sapphirus (สีขาว) จับคู่กับการตกแต่งภายใน Terra Kedros (สีน้ำตาลแดง)
Lamborghini Revuelto และ Urus SE คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่ Lamborghini ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์และซูเปอร์ SUV ที่ไม่เพียงแต่มีสมรรถนะที่เหนือชั้น แต่ยังผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาที่สุดของประสบการณ์การขับขี่
หากท่านคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษ การพิจารณา Lamborghini Revuelto หรือ Urus SE คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรมองข้าม.