![[ครบชุด] T1403302 EP7 นไม เพ ยงแต จะใส ดของม แต ชายของม นฉ นก จะนอนด วย](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_144031.jpg)
Lamborghini Revuelto: สู่ยุคใหม่แห่งซูเปอร์คาร์ Plug-in Hybrid พลัง 1,015 แรงม้า
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่ความแรงและนวัตกรรมคือหัวใจหลัก Lamborghini ได้ประกาศศักดาอีกครั้งกับการเปิดตัว Lamborghini Revuelto LB744 ทายาทรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับการปฏิวัติเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) ผสานขุมพลัง V12 NA สุดคลาสสิกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า สร้างนิยามใหม่ของสมรรถนะด้วยกำลังรวมสูงสุดถึง 1,015 แรงม้า (PS) สำหรับนักเลงรถชาวไทย การมาถึงของ Revuelto ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์ แต่คือการก้าวเข้าสู่บทใหม่ของ Lamborghini ในตลาดประเทศไทย พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านซูเปอร์คาร์ระดับโลก
Lamborghini Revuelto: ประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเส้นทาง PHEV
ชื่อ “Revuelto” นั้นมีความหมายอันทรงพลัง สื่อถึงวัวกระทิงสายพันธุ์สเปนที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง ดุดัน ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกของซูเปอร์คาร์คันนี้ได้อย่างลงตัว Lamborghini Revuelto LB744 ไม่เพียงแต่เป็นซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามขีดจำกัด นำพาแบรนด์เข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์สมรรถนะสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่ง DNA ความแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini
หัวใจ V12 NA ที่ได้รับการพัฒนา ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้า
หัวใจหลักของ Lamborghini Revuelto คือเครื่องยนต์ V12 NA (Naturally Aspirated) ขนาด 6.5 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กลงแต่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ด้วยน้ำหนักเพียง 218 กิโลกรัม การปรับปรุงระบบไอดีและไอเสียใหม่ ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 เดียวให้กำลังสูงสุดถึง 825 แรงม้า (PS) ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร
แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงของ Revuelto คือการผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวติดตั้งอยู่ที่เพลาล้อหน้า และอีก 1 ตัวอยู่ที่เพลาล้อหลัง เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V12 การผสานพลังนี้สร้างกำลังรวมสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 1,015 แรงม้า (PS) ส่งผ่านระบบเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อตอบสนองการทำงานของระบบ PHEV โดยเฉพาะ
สมรรถนะเหนือชั้น: อัตราเร่งและสถิติใหม่
ด้วยขุมพลังกว่า 1,015 แรงม้า Lamborghini Revuelto LB744 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และเร่งจาก 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาน้อยกว่า 7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัย
นอกจากนี้ Revuelto ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองอย่าง “Citta” หรือ “City Mode” ที่เน้นการประหยัดพลังงาน โดยจะจำกัดกำลังขับเคลื่อนไว้ที่ 180 แรงม้า เหมาะสำหรับการเดินทางในสภาพการจราจรที่หนาแน่น โดยยังคงความนุ่มนวลและสะดวกสบาย
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: พลังงานสะอาดที่พร้อมใช้งาน
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3.8 kWh ของ Lamborghini Revuelto ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงและติดตั้งอย่างชาญฉลาดในอุโมงค์เพลากลางของตัวรถ ขนาดของแบตเตอรี่ (ยาว 1,550 มม., สูง 301 มม., กว้าง 240 มม.) ช่วยกระจายน้ำหนักรถได้อย่างสมดุล ส่งผลต่อการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
การชาร์จไฟฟ้าทำได้สะดวกและรวดเร็ว ด้วยการรองรับกำลังชาร์จ 7kW ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังสามารถชาร์จได้โดยตรงจากเครื่องยนต์ V12 หรือจากการเบรก (Regenerative Braking) โดยใช้เวลาเพียง 6 นาที ก็สามารถชาร์จประจุไฟฟ้ากลับคืนมาได้อย่างมีนัยสำคัญ
โครงสร้าง Monofuselage: นวัตกรรมแห่งคาร์บอนไฟเบอร์
Lamborghini Revuelto LB744 มาพร้อมกับโครงสร้างตัวถังใหม่ที่เรียกว่า “Monofuselage” ซึ่งผสานเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โครงสร้างด้านหน้าทั้งหมดทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าโครงสร้างเดิมถึง 10% แต่มีความแข็งแรงทนทานต่อการบิดตัวเพิ่มขึ้นถึง 25%
นอกจากนี้ยังมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในส่วนอื่นๆ เช่น แชสซีส์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่, ชิ้นส่วนเฟรม Rocker Ring, และซับเฟรมหน้า “Corn” ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ในขณะที่เฟรมหลังยังคงใช้ประโยชน์จากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง เพื่อความสมดุลของน้ำหนักและสมรรถนะ
น้ำหนักและการออกแบบ: การปรับปรุงเพื่อสมรรถนะสูงสุด
ด้วยระบบขับเคลื่อน PHEV ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เพิ่มเติม ทำให้ Lamborghini Revuelto มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,772 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า Aventador Ultimae (1,550 กิโลกรัม) อย่างไรก็ตาม การออกแบบทางวิศวกรรมที่ชาญฉลาดช่วยให้การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะโดยรวม แต่กลับเสริมความสมดุลและการควบคุมให้ดียิ่งขึ้น
มิติตัวถังของ Revuelto มีความยาว 4,947 มม., กว้าง 2,266 มม., สูง 1,160 มม. และระยะฐานล้อ 2,779 มม. การออกแบบเหล่านี้เป็นการผสมผสานความสง่างามของซูเปอร์คาร์คลาสสิกเข้ากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีปัจจุบัน
ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์: DNA Lamborghini ที่ได้รับการตีความใหม่
การออกแบบภายนอกของ Lamborghini Revuelto LB744 ยังคงถ่ายทอดจิตวิญญาณของซูเปอร์คาร์ตระกูล Aventador ไว้ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การคงไว้ซึ่งประตู Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบตัวถังใหม่ที่เน้นเส้นสายเฉียบคมและอากาศพลศาสตร์ ช่วยเสริมความสปอร์ตและความดุดัน
ชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกันชนท้ายและแผงดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้า 33% และแรงกดด้านหลัง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งปลายท่อไอเสียทรง 6 เหลี่ยมคู่ที่วางอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของบั้นท้าย ฝาปิดห้องเครื่องที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟที่สามารถปรับระดับได้อัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ซึ่งมีให้เลือกถึง 13 โหมด
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งอนาคตและการควบคุมที่ไร้รอยต่อ
ภายในห้องโดยสารของ Lamborghini Revuelto LB744 ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบ “Y-shape” ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini แต่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและเน้นการใช้งานของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น
แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน ระบบ Infotainment หน้าจอแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) ได้ ขณะที่ผู้โดยสารด้านหน้ายังได้รับหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว เพื่อประสบการณ์การใช้งานร่วมกัน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ รองรับการควบคุมโหมด EV และฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่โดยผสมผสานหนังคุณภาพสูงและไมโครไฟเบอร์ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ และปุ่ม Push Start พร้อมฝาครอบที่ออกแบบมาอย่างประณีต
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ: การขับขี่ที่มั่นใจยิ่งขึ้น
Lamborghini Revuelto LB744 มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์ อาทิ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning), ระบบตรวจจับจุดบอด (Blind Spot Detection), ระบบ Adaptive Cruise Control, และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning)
Lamborghini Urus SE: การมาถึงของซูเปอร์ SUV ปลั๊กอินไฮบริดในไทย
นอกจากการเปิดตัว Revuelto ซึ่งเป็นเรือธงแห่งซูเปอร์คาร์แล้ว ตลาดประเทศไทยยังได้ต้อนรับ Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์ในประเทศไทย โดย บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้นำเสนอ Urus SE ที่มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น และการออกแบบที่โดดเด่น
Urus SE: ผสานความสปอร์ตและความแข็งแกร่งแบบ SUV
Lamborghini Urus SE (ลัมโบร์กินี อูรุส เอสอี) ได้รับการออกแบบใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ เสริมด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่ที่ล้ำสมัย ระบบ PHEV ที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และความสามารถในการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลถึง 60 กิโลเมตร ทำให้ Urus SE เป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นที่สุดในกลุ่มรถยนต์ SUV สมรรถนะสูง
งานออกแบบภายนอกมาพร้อมเส้นสายที่สะท้อนถึงรูปทรงพลศาสตร์ เน้นภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตและความแข็งแกร่ง ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่แบบ “Floating Design” ลบเส้นแบ่งส่วนต่างๆ เพื่อความรู้สึกที่ลื่นไหลต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิดการออกแบบใหม่ที่เคยปรากฏในรุ่น Revuelto
ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหางวัวกระทิงที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนท้ายรถเน้นความกว้าง พร้อมดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ใหม่ ช่องติดป้ายทะเบียนที่ต่ำลง และตะแกรงหลังที่ได้แรงบันดาลใจจาก Gallardo การออกแบบเหล่านี้ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหลังได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ส่งผลต่อเสถียรภาพที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Urus SE ยังมีการออกแบบท่อระบายลมและช่องลมเข้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่ารุ่น Urus เดิมถึง 15% รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ส่วนล่างเพื่อช่วยระบายความร้อนให้กับระบบเบรกได้ดีขึ้นถึง 30%
ล้อขนาด 23 นิ้ว และยาง Pirelli P Zero
Lamborghini Urus SE มาพร้อมชุดล้อดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ที่พร้อมรองรับสมรรถนะสูงสุด
ภายในห้องโดยสาร: “Feel like a pilot” สัมผัสการขับขี่ที่เหนือระดับ
ภายในห้องโดยสารของ Urus SE ได้รับการตกแต่งใหม่ตามปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่กับระบบดิจิทัล แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมกราฟิก Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งใช้วัสดุอะลูมิเนียมเคลือบผิวทรง “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ และการหุ้มด้วยวัสดุใหม่ที่หลากหลาย
นอกจากนี้ยังมีทางเลือกสีภายในกว่า 47 แบบ และการเย็บตะเข็บตกแต่ง 4 สไตล์ พร้อมออปชัน Ad Personam ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแท้จริง
ขุมพลัง PHEV 800 แรงม้า: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
Lamborghini Urus SE ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 620 แรงม้า (456 kW) แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิด 483 นิวตันเมตร เมื่อผสานการทำงานทั้งสองระบบ สร้างกำลังรวมสูงสุด 800 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 950 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่และระบบ e-limited-slip differential
Urus SE ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เป็นรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Urus
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ปรับได้ตามสไตล์
Urus SE มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 10 โหมด ควบคุมผ่านแผง “Tamburo” บนคอนโซลกลาง อาทิ Strada, Sport, Corsa สำหรับการขับขี่บนถนนและสนามแข่ง, Neve, Sabbia, และ Terra สำหรับพื้นผิวที่แตกต่างกัน รวมถึงโหมด EV Drive, Hybrid, Performance และ Recharge
แบตเตอรี่ 25.7 kWh: ระยะทางวิ่งไฟฟ้า 60 กม.
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 25.7 kWh ทำให้ Urus SE สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 60 กิโลเมตร ช่วยลดการปล่อยไอเสียได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
Lamborghini Urus SE ในตลาดประเทศไทย มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
Lamborghini Revuelto และ Urus SE ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของความหรูหราและสมรรถนะระดับสูงสุด แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของ Lamborghini ในการนำพารถยนต์สมรรถนะสูงเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า โดยยังคงไว้ซึ่งประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้นและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกหลงรัก
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดและนวัตกรรมสุดล้ำ การก้าวข้ามสู่ยุคใหม่ของ Lamborghini กับ Revuelto หรือ Urus SE คือการตัดสินใจที่เหนือกว่าประสบการณ์การขับขี่ทั่วไป เชิญสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์นี้ได้แล้ววันนี้