Mercedes-AMG: 3 ตระกูลสปอร์ตหรู เปิดศักราชใหม่แห่งสมรรถนะและนวัตกรรมในประเทศไทย
ในโลกแห่งยนตรกรรมที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง วงการรถยนต์สมรรถนะสูงหรูหรา กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เข้มข้นและน่าตื่นเต้นยิ่งกว่
าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ Mercedes-AMG ที่ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเร็วและสมรรถนะ แต่ยังเป็นตัวแทนของนวัตกรรมทางวิศวกรรม ความประณีตในการออกแบบ และประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ วันนี้ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียม ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรม Mercedes-AMG พร้อมกันถึง 3 รุ่น ภายใต้แนวคิดการผสมผสานระหว่างขุมพลังอันดุดัน สมรรถนะระดับเหนือชั้น และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือน ยนตรกรรมเหล่านี้คือ Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ และ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตจากมันสมองและสองมือของทีมวิศวกรมากประสบการณ์ของ AMG โดยยึดมั่นในปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา ควบคู่ไปกับสมรรถนะอันเร้าใจ และเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยทั้ง 3 รุ่น จะพร้อมให้ผู้สนใจได้สัมผัสตัวจริงอย่างใกล้ชิด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค
Mercedes-AMG G 63: จ้าวแห่งออฟโรดหรู สู่มาตรฐานใหม่แห่งความแกร่งและสง่างาม
เริ่มต้นด้วย Mercedes-AMG G 63 ยนตรกรรมที่ถูกขนานนามว่าเป็น “The G-Class” หรือ “G-Wagen” ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลถึงความแข็งแกร่ง ทนทาน และสมรรถนะที่เหนือชั้นบนทุกสภาพเส้นทาง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา G-Class ได้กลายเป็นไอคอนแห่งยานยนต์ออฟโรดสุดหรู และในเจเนอเรชันล่าสุดนี้ Mercedes-AMG G 63 ได้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ากับ DNA แห่งความแกร่งดั้งเดิมได้อย่างลงตัว
ภายใต้ฝากระโปรงหน้า คือหัวใจอันทรงพลัง เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบและผลิตโดย AMG เอง ซึ่งให้พละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 850 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างลื่นไหล รวดเร็ว และแม่นยำ เพียง 4.5 วินาที ก็สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้อย่างน่าทึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น การผสานระบบ Mild Hybrid เข้ากับเครื่องยนต์ V8 ยังช่วยเสริมสมรรถนะในการออกตัวให้เฉียบคมและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นในทุกช่วงความเร็ว
การออกแบบภายนอกของ Mercedes-AMG G 63 ยังคงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งเหนือกาลเวลา ด้วย AMG bodystyling รอบคัน กระจังหน้า AMG Specific Grille และกันชนหน้า AMG-specific front bumper ที่ไม่เพียงเพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม ไฟหน้า MULTIBEAM LED อันชาญฉลาด เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในทุกสภาวะแสง การปรับดีไซน์เสา A-pillar ใหม่ พร้อมการติดตั้ง Spoiler ด้านบนหลังคา ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลงได้มากถึง 20% สร้างความสงบและความสบายตลอดการเดินทาง
รายละเอียดอันประณีตยังรวมถึงหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ที่มอบความโปร่งโล่ง และสัมผัสกับบรรยากาศภายนอกได้อย่างเต็มที่ ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG 5 ก้านคู่ สะท้อนถึงความสง่างาม และที่สำคัญ คือการเป็นครั้งแรกของ G-Class ที่มาพร้อมระบบ KEYLESS-GO ซึ่งผู้ขับขี่เพียงสัมผัสที่มือจับประตูก็สามารถล็อกหรือปลดล็อกรถได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบายในทุกการใช้งาน
เทคโนโลยีที่ผสานเข้ามาใน Mercedes-AMG G 63 นั้น ครอบคลุมทุกมิติของการขับขี่และความปลอดภัย ระบบเบรก AMG High-Performance Braking System พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงสะดุดตา มอบประสิทธิภาพการหยุดที่เหนือชั้น ระบบท่อไอเสียคู่ AMG Performance Exhaust System ให้เสียงคำรามอันเร้าใจ ควบคุมระดับเสียงได้ตามความต้องการ และกล้อง 360° with Transparent Bonnet ที่ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันและใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย
ระบบช่วงล่าง AMG ACTIVE RIDE CONTROL Chassis คือจุดเด่นอีกประการหนึ่ง ด้วยระบบ Active Hydraulic ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่และลดอาการโคลงตัว สามารถปรับการทำงานได้ 2 โหมด คือ Off-Road และ Sport พร้อมรักษาเอกลักษณ์ของ G-Class ด้วย Differential Lock ถึง 3 จุด ที่ล็อกได้เต็ม 100% ทำให้ G 63 สามารถลุยผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ
ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG G 63 คือนิยามแห่งความล้ำสมัยและความหรูหราที่ลงตัว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย COMAND Online ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa ตัดสลับ DINAMICA microfibre ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ได้อย่างลงตัว พร้อมดื่มด่ำกับระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System อันเป็นเลิศ และระบบฟอกอากาศ Air Balance Cabin-Air Purification System ที่รักษาคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารให้สดชื่นเสมอ
ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่ติดตั้งมาใน Mercedes-AMG G 63 ได้แก่ Assistance Package ครอบคลุมระบบรักษาระยะห่าง Active Distance Assist DISTRONIC, ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง Active Lane Keeping Assist และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย Active Steering Assist พร้อมระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย เสริมความมั่นใจในทุกเส้นทาง
Mercedes-AMG G 63 มีสีตัวถังให้เลือกกว่า 8 สี พร้อมทางเลือกพิเศษ OPITONAL EXTRA ที่ให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ได้ตามความต้องการ ทั้งสีตัวถัง MANUFAKTUR, ล้ออัลลอย AMG, ชุดแต่ง AMG Night Package, และการตกแต่งภายในแบบ EXCLUSIVE และ SUPERIOR Line ทำให้ Mercedes-AMG G 63 แต่ละคันสะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองได้อย่างแท้จริง
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: จ้าวแห่งสมรรถนะ สู่สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ต 4 ประตู
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์สปอร์ตที่ผสานความเร็ว ความสง่างาม และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ยนตรกรรมเรือธงในตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 นี้ กลับมาเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรหัสตัวถัง C192 ซึ่งได้รับการออกแบบภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG
หัวใจของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ Bi-Turbo ที่ติดตั้งในตำแหน่ง “hot inside V” อันเป็นเอกลักษณ์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง การปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์อย่างพิถีพิถัน ช่วยเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองให้เต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็น AMG
ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ โดดเด่นด้วยตัวถังแบบ Wide Body ที่มีความกว้างถึง 2 เมตร สะท้อน DNA ของรถมอเตอร์สปอร์ตที่พร้อมใช้งานจริง กระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า DIGITAL LIGHT อันล้ำสมัย เพิ่มมิติและความน่าเกรงขาม นอกจากนี้ ระบบ Driving Assistance Package และกล้องรอบคัน 360 องศา ยังช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่
ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดสูง และสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ช่วยเพิ่มสมรรถนะในสนามแข่งได้อย่างชัดเจน ระบบ RACE START ช่วยให้การออกตัวเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ และระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษ ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำ ด้วยการกระจายกำลังที่เหมาะสมตามสถานการณ์
ระบบเบรกสมรรถนะสูงจาก Mercedes-AMG พร้อมช่องระบายอากาศ ช่วยลดอุณหภูมิเมื่อใช้งานที่ความเร็วสูง ระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งที่ความเร็วต่างๆ ทั้งการเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงกันข้ามกับล้อหน้า ขึ้นอยู่กับความเร็วขณะนั้น
ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension รองรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงอย่างมั่นคง ผู้ขับขี่สามารถปรับการทำงานได้ถึง 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Sport+ ผ่านหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลาง หรือปุ่มบนพวงมาลัย
ประสบการณ์เสียงอันเร้าใจจากระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบ AMG Real Performance Sound จะเติมเต็มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดเสียงได้หลากหลาย ตั้งแต่ Sporty, Discreet (BALANCED), Motorsporty ไปจนถึง Emotive (POWERFUL) ผ่านระบบ AMG DYNAMIC SELECT โดยเฉพาะในโหมด S และ S+ ที่จะปลดปล่อยพลังเสียงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ผสานเทคโนโลยี MBUX7 เข้ากับหน้าจอตรงกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัส และสามารถปรับระดับด้วยไฟฟ้าได้ พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะหลังที่พับได้ในรุ่น 2+2 ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สี รวมถึงสีพิเศษ MANUFAKTUR สองสี เพื่อตอบสนองทุกรสนิยม
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สปอร์ตเปิดประทุนหรู สู่ประสบการณ์การขับขี่อันไร้ขีดจำกัด
ปิดท้ายด้วย Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ รถยนต์สปอร์ตเปิดประทุนหรู ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกมิติ หัวใจของ SL 55 คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นตามปรัชญา “One Man, One Engine” มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission แบบใหม่ ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ได้อย่างลงตัว พร้อมระบบช่วยการออกตัว RACE START ให้สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่ง ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ด้วยการกระจายกำลังที่แปรผันตามสภาพถนน ระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลัง AMG Rear-Axle Steering ทำงานเช่นเดียวกับใน GT 63 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension สามารถปรับได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Sport+ เพื่อตอบสนองสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์ AMG Real Performance Sound จะมอบประสบการณ์เสียงที่เร้าใจภายในห้องโดยสาร โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดเสียงได้ตามความต้องการ ระบบเบรก AMG High-Performance Brake System มั่นใจได้ในทุกสภาวะการขับขี่
ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8-Styling-Paket Exterieur และไฟหน้า DIGITAL LIGHT หลังคาเปิดประทุนแบบ Fabric soft-top สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 15 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า electrically extending rear wing และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความสปอร์ตสง่างาม
ภายในห้องโดยสาร MBUX7 มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับด้วยไฟฟ้าได้ เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนแม้ขณะเปิดหลังคา หน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว แบบ AMG-specific indicator แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างสปอร์ตเร้าใจ พวงมาลัย AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง Nappa leather และเบาะนั่ง AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่แบบเปิดประทุน
เทคโนโลยีและความปลอดภัยใน Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ จัดเต็มมาให้ตามแบบฉบับรถสปอร์ตหรูหราขั้นสุด ทั้งกล้องมองรอบคัน 360 องศา และ Driving Assistance Package ที่ครอบคลุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จำเป็นทุกอย่าง อาทิ Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Brake Assist, Active Blind Spot Assist, Evasive Steering Assist และ Active Emergency Stop Assist
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สี รวมถึงสีพิเศษ MANUFAKTUR สองสี พร้อมทางเลือก OPITONAL EXTRA ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่สีตัวถัง MANUFAKTUR, ระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system, ไปจนถึงชุดแต่ง AMG Night Package, AMG Night Package Plus หรือ AMG DYNAMIC PLUS Package และระบบช่วงล่าง AMG ACTIVE RIDE CONTROL suspension พร้อมระบบ Lift system, front axle
การเปิดตัว Mercedes-AMG ทั้ง 3 รุ่น ในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Mercedes-Benz ในตลาดรถยนต์พรีเมียม แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ให้ได้สัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด เทคโนโลยีล้ำสมัย และความหรูหราสง่างามได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความแรงและความหรูหรา ไม่ควรพลาดที่จะไปสัมผัสยนตรกรรมเหล่านี้ด้วยตนเอง ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้.