แซนดี ตอกย้ำความยอดเยี่ยม สู่การเป็นนักแข่ง Audi Sport Asia คนแรกของไทย พร้อมล่าชัยชนะใน 2 สนามระดับเอเชีย
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 17 เมษายน 2020 – วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยกำลังจะก้าวไปอีกขั้นกับข่าวการปร
ะกาศครั้งสำคัญของ “แซนดี” นักแข่งมากฝีมือ ที่ไม่เพียงแต่จะลงสนามประลองความเร็วใน 2 รายการแข่งขันระดับนานาชาติที่น่าจับตา แต่ยังได้รับการเลื่อนขั้นอย่างเป็นทางการ ให้เป็น นักแข่ง Audi Sport Asia คนแรกของประเทศไทยอีกด้วย การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพของแซนดี และเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพอันโดดเด่นของนักแข่งไทยบนเวทีโลก
ปี 2020 นี้ ถือเป็นปีที่ “แซนดี” จะมีตารางการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้าร่วมการแข่งขันใน 2 สนามหลัก ได้แก่ Thailand Super Series (TSS) และ GT World Challenge Asia (GTWCA) ซึ่งทั้งสองรายการนี้เป็นเวทีที่รวมเอายอดฝีมือและรถแข่งสมรรถนะสูงระดับแถวหน้าของเอเชียไว้เป็นจำนวนมาก
Thailand Super Series: ศึกแห่งศักดิ์ศรีและความท้าทายใหม่
ในรายการ Thailand Super Series แซนดีตั้งเป้าที่จะกลับไปป้องกันตำแหน่งแชมป์ในรุ่น GT3 อีกครั้ง ซึ่งเป็นรุ่นที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการปรากฏตัวของรถแข่ง GT3 รุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ทีมแข่งหน้าใหม่ และนักแข่งชั้นยอดที่เข้ามาประลองฝีมือ การแข่งขันในรุ่นนี้จึงยิ่งทวีความเข้มข้นและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น
แซนดีจะยังคงผนึกกำลังกับทีม B-Quik Racing ที่ในปีนี้ปรับเปลี่ยนชื่อทีมใหม่เป็น B-Quik Absolute Racing โดยจะจับคู่กับเพื่อนร่วมทีมชาวออสเตรเลีย แดเนียล บิลสกี (Daniel Bilski) เป้าหมายของทั้งคู่คือการร่วมมือกันต่อสู้เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์ประเภททีมให้ได้ สำหรับฤดูกาลนี้ พวกเขาจะใช้รถแข่งคู่ใจคือ Audi R8 LMS GT3 Evo ซึ่งเป็นสุดยอดนวัตกรรมจาก Audi Sport ที่พร้อมจะปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดในสนาม
“ปีนี้ การแข่งขัน Thailand Super Series จะต้องเป็นปีที่สนุกสุดยอดอย่างแน่นอน” แซนดีกล่าวด้วยความมั่นใจ “เมื่อผมได้เห็นรายชื่อนักแข่งที่ประกาศออกมาแล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลงสนามเพื่อประลองความเร็วกับนักแข่งฝีมือดีระดับเอเชียเหล่านั้น”
GT World Challenge Asia: ก้าวสู่การไล่ล่าแชมป์อีกครั้ง
นอกเหนือจากความท้าทายในประเทศแล้ว แซนดียังเตรียมลงสนามในรายการ GT World Challenge Asia 2020 ภายใต้สังกัดทีม X Works Racing โดยจะประจำการรถแข่ง Audi R8 LMS GT3 Evo เช่นเดียวกัน และจะร่วมทีมกับ แช เดวีส์ (Shae Davies) นักแข่งชาวออสเตรเลีย เพื่อนร่วมทีมที่เคยร่วมคว้าอันดับ 2 ในรายการเดียวกันนี้ที่สนามซูซูกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2018
“ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้กลับไปแข่งขันในรายการ GT World Challenge Asia อีกครั้ง” แซนดีกล่าวเสริม “ตั้งแต่ปี 2018 ผมได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผมรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายมากขึ้นที่จะได้ไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ในรายการนี้ และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับทีม X Works Racing ภายใต้การสนับสนุนอันแข็งแกร่งจาก Audi Sport Customer Racing Asia”
การก้าวขึ้นสู่ Audi Sport Asia Talent Pool: ความฝันที่เป็นจริง
ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของแซนดี ที่ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแข่ง Audi Sport Asia Talent Pool ซึ่งเป็นโครงการที่คัดเลือกนักแข่งเอเชียที่มีศักยภาพ 5 คน เพื่อรับการสนับสนุนโดยตรงจาก Audi Sport Customer Racing Asia การได้รับเลือกเข้าสู่โครงการนี้ถือเป็นความฝันที่เป็นจริงของแซนดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของแบรนด์รถยนต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต
“โอกาสที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นความฝันที่เป็นจริงของผม” แซนดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต ผมฝันมาหลายปีแล้วที่จะได้ลงแข่งในนามของแบรนด์รถยนต์ และตอนนี้ผมกำลังฝึกซ้อมอย่างหนักกว่าเดิม ผมมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อเสียงและทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อให้สมกับโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้ ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนช่วยทำให้ความฝันของผมเป็นจริง”
มุมมองจากผู้บริหาร Audi Sport Customer Racing Asia
มาร์ทิน คืล (Martin Kuehl) ผู้อำนวยการ Audi Sport Customer Racing Asia กล่าวชื่นชมแซนดีว่า “แซนดีเป็นนักแข่งชาวเอเชียที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง ปีที่ผ่านมา เขาได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมกับแบรนด์ Audi แม้ว่าเขาจะเพิ่งได้สัมผัสกับรถแข่ง Audi R8 LMS เป็นครั้งแรก แต่เขาก็สามารถโชว์ฟอร์มการขับขี่ที่น่าประทับใจตลอดทั้งฤดูกาล จนสามารถคว้าแชมป์ Super Car GT3 ในรายการ Thailand Super Series ได้สำเร็จ”
“ในปีนี้ เขาจึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมนักแข่งดาวรุ่งของ Audi” มาร์ทินกล่าวเสริม “ผมรอคอยที่จะได้เห็นพัฒนาการและความท้าทายในการแข่งขันฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ของเขา และมั่นใจว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานที่น่าจดจำได้กับรถ Audi”
การสนับสนุนอันแข็งแกร่งจากภาคธุรกิจ
เพื่อเสริมสร้างความพร้อมสำหรับการแข่งขันทั้งสองรายการ บริษัท บี-ควิก จำกัด ได้ยืนยันการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักในการแข่งขัน โดยจะร่วมสนับสนุนแซนดีและทีมเคียงข้างกับพันธมิตรอื่นๆ อาทิ The Pizza Company, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การบินไทย, Jet 8 Aviation, Puma Thailand, Dacon Trading, Thai Wings Travel Agent, ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย และ การกีฬาแห่งประเทศไทย การสนับสนุนจากภาคธุรกิจเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้นักกีฬามอเตอร์สปอร์ตไทยก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับสากล
Porsche 911: ตำนานแห่งรถสปอร์ตที่ไม่มีวันเลือนหาย
นอกเหนือจากข่าวสารในแวดวงการแข่งขันแล้ว หากเรามองย้อนกลับไปยังอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความเร็วและสมรรถนะในวงการยานยนต์ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ นั่นคือ Porsche 911 หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “พอช 911” รถสปอร์ตคันนี้ได้กลายเป็นนิยามของ “รถสปอร์ตในฝัน” ของผู้คนทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการสืบทอดและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ผสมผสานกับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ล้ำสมัยอยู่เสมอ ทำให้ Porsche 911 ยังคงครองใจนักขับและนักสะสมมาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Porsche 911
Porsche 911 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 ณ งาน Frankfurt Motor Show โดย Ferdinand Porsche ในฐานะรถสปอร์ต 2+2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นวิวัฒนาการต่อจากรุ่น Porsche 356 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวลานั้น แต่สิ่งที่ทำให้ 911 แตกต่างและกลายเป็นตำนานคือปรัชญาการออกแบบที่ยึดมั่นในจุดเด่นดั้งเดิม นั่นคือรูปทรงตัวถังที่โค้งมนหลังคาลาดเอียงจรดท้าย และไฟหน้าทรงกลมคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ แม้จะผ่านการปรับปรุงและพัฒนามาหลายต่อหลายเจเนอเรชั่น (รหัสตัวถัง 901, 930, 964, 993, 996, 997, 991, และ 992 ในปัจจุบัน) แต่แก่นแท้ของดีไซน์ 911 ก็ยังคงอยู่ครบถ้วน
สิ่งที่ทำให้ Porsche 911 ยังคงโดดเด่นคือการจัดวางเครื่องยนต์แบบ Boxer 6 สูบนอนที่อยู่ด้านหลัง (Rear-engine layout) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นแรก แม้ว่าในยุคแรก การวางเครื่องยนต์ด้านหลังจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการควบคุมที่ยาก แต่ Porsche ได้พิสูจน์ตัวเองมาตลอดว่า พวกเขาสามารถทำให้เลย์เอาต์นี้กลายเป็นจุดแข็งด้านสมรรถนะ ด้วยการกระจายน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม การยึดเกาะถนนที่เหนือชั้น และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่เฉียบคม
สมรรถนะที่เหนือชั้นของ Porsche 911 (รุ่นล่าสุด 992)
ในเจเนอเรชั่นล่าสุด (992) Porsche 911 ยังคงยกระดับมาตรฐานของรถสปอร์ตไปอีกขั้น โดยรุ่นมาตรฐานอย่าง Carrera S มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 480 แรงม้า และแรงบิด 570 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ PDK 8 สปีดเป็นมาตรฐาน (มีเกียร์ธรรมดา 7 สปีดเป็นออปชั่นเสริม) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ภายใน 3.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากพละกำลังอันมหาศาลแล้ว ระบบช่วงล่าง ระบบบังคับเลี้ยว และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ถูกพัฒนาให้มีความแม่นยำและตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ทันสมัย เช่น ระบบช่วยเลี้ยวด้วยล้อหลัง (rear-axle steering), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC), ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (TCS), และระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (EBA) ทำให้ Porsche 911 สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและมีความคล่องตัวสูง ส่งผลให้การขับขี่ Porsche 911 เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจในทุกสภาวะ
เจาะลึกรุ่นย่อยของ Porsche 911 และราคา 2025
Porsche 911 ไม่ได้มีเพียงแค่รุ่นเดียว แต่มีไลน์อัพที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกันไป แต่ละรุ่นล้วนมีเอกลักษณ์และสมรรถนะที่โดดเด่น ซึ่งราคา Porsche 911 ในปี 2025 ก็สะท้อนถึงความพิเศษและเทคโนโลยีที่บรรจุอยู่ภายใน
Porsche 911 Carrera S:
รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 450 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ PDK 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 308 กม./ชม.
ราคา Porsche 911 Carrera แต่ละรุ่น (ประมาณการ 2025):
The new 911 Carrera: 10,990,000 บาท
The new 911 Carrera 4: 11,790,000 บาท
911 Carrera T: 12,100,000 บาท
The new 911 Carrera S: 12,490,000 บาท
The new 911 Carrera 4S: 103,290,000 บาท (หมายเหตุ: ราคานี้อาจเป็นรุ่นพิเศษ หรือราคาสูงเนื่องจากออปชั่นพิเศษ)
Porsche 911 Carrera GTS:
รุ่นนี้เน้นสมรรถนะที่เข้มข้นขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้กำลัง 480 แรงม้า แรงบิด 570 นิวตันเมตร สามารถเลือกได้ระหว่างเกียร์ธรรมดา 7 สปีด และเกียร์ PDK 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 293 กม./ชม.
ราคา Porsche 911 Carrera GTS แต่ละรุ่น (ประมาณการ 2025):
911 Carrera GTS: 14,100,000 บาท
911 Carrera 4 GTS: 14,900,000 บาท
Porsche 911 Turbo S:
รุ่นเรือธงที่เน้นสมรรถนะสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ 3.8 ลิตร เทอร์โบแปรผันคู่ VTG ให้กำลังมหาศาลถึง 650 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ PDK 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สุดโหดใน 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 330 กม./ชม.
ราคา Porsche 911 Turbo S แต่ละรุ่น (ประมาณการ 2025):
2017 Porsche 911 Turbo S (991 ll): 15,000,000 บาท
2024 Porsche 911 Turbo S (992): 26,204,000 บาท
Porsche 911 Targa:
รุ่นพิเศษที่ผสมผสานความสปอร์ตของรถเปิดประทุนและความปลอดภัยของหลังคาแข็ง ด้วยดีไซน์หลังคาอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดออกได้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลัง 385 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร เกียร์ PDK 8 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 289 กม./ชม.
ราคา Porsche 911 Targa 4 แต่ละรุ่น (ประมาณการ 2025):
911 Targa 4: 13,090,000 บาท
911 Targa 4S: 14,590,000 บาท
911 Targa 4 GTS: 16,200,000 บาท
911 Edition 50 Years Porsche Design: 17,900,000 บาท
Porsche 911 Cabriolet:
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเปิดโล่ง รุ่น Cabriolet มาพร้อมหลังคาผ้าที่สามารถพับเก็บได้ง่ายดาย ให้ความรู้สึกอิสระในการขับขี่ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 385 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร สามารถเลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลังและ 4 ล้อ เกียร์ PDK 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 293 กม./ชม.
ราคา Porsche 911 Cabriolet แต่ละรุ่น (ประมาณการ 2025):
The new 911 Carrera Cabriolet: 12,290,000 บาท
The new 911 Carrera 4 Cabriolet: 13,090,000 บาท
The new 911 Carrera S Cabriolet: 13,790,000 บาท
The new 911 Carrera 4S Cabriolet: 14,590,000 บาท
911 Carrera GTS Cabriolet: 15,400,000 บาท
911 Carrera 4 GTS Cabriolet: 16,200,000 บาท
การดูแลรักษา Porsche 911 และ Supercar: หัวใจสำคัญคือแบตเตอรี่
นอกจากสมรรถนะที่โดดเด่นแล้ว การดูแลรักษารถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Porsche 911 หรือ Supercar คันอื่นๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถที่จอดทิ้งไว้นานๆ ปัญหาที่พบบ่อยคือ แบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งอาจนำไปสู่การสตาร์ทไม่ติดและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูง
CTEK: ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์
เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ CTEK เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะจากสวีเดน คือโซลูชันที่สมบูรณ์แบบ CTEK ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหตุผลที่ Supercar อย่าง Porsche 911 ต้องใช้ CTEK
การคายประจุของแบตเตอรี่: รถสปอร์ตและ Supercar ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นประจำ จะมีการคายประจุของแบตเตอรี่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ไฟในแบตเตอรี่ค่อยๆ ลดลง หากปล่อยทิ้งไว้นาน แบตเตอรี่อาจเสื่อมสภาพและไม่สามารถใช้งานได้
การรักษาประจุไฟฟ้าให้เต็มอยู่เสมอ: แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด คือแบตเตอรี่ที่มีประจุไฟฟ้าเต็มอยู่ตลอดเวลา CTEK สามารถชาร์จไฟให้เต็ม 100% และตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเต็มแล้ว เพื่อป้องกันปัญหา Overcharge
ความสะดวกสบาย: คุณสามารถเสียบ CTEK ทิ้งไว้ได้เป็นเดือนๆ โดยไม่ต้องกังวล เพียงเสียบปลั๊ก CTEK ก็จะทำงานอัตโนมัติ ทำให้รถของคุณพร้อมใช้งานเสมอ ไม่ต้องเสียเวลาสตาร์ทเครื่องหรือขับวนให้สิ้นเปลืองน้ำมัน
เทคโนโลยีอัจฉริยะ: CTEK ใช้เทคนิคการชาร์จแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage charging) ที่จะประเมินสภาพแบตเตอรี่และปรับกระแสไฟให้เหมาะสม ทำให้การชาร์จมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อแบตเตอรี่
CTEK MXS 5.0: ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักรักรถ
สำหรับรถยนต์ทั่วไป รวมถึง Porsche 911 และ Supercar CTEK MXS 5.0 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความสามารถในการชาร์จแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด 12V ขนาด 1.2-110Ah ด้วยกระแสสูงสุด 5A เป็นเครื่องชาร์จที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องช่างก็สามารถใช้งานได้ มีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การชาร์จสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การชาร์จผ่าน Power socket 12V ที่ตำแหน่งที่วางเท้าฝั่งคนนั่ง ซึ่ง Porsche เองก็มีช่องนี้มาให้เพื่อการชาร์จแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
CTEK MXS 5.0 มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่มีความทนทานสูง และมาพร้อมกับการรับประกันถึง 5 ปี หากคุณกำลังมองหาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่รถยนต์ส่วนตัว มอเตอร์ไซค์ ไปจนถึง Supercar CTEK MXS 5.0 คือคำตอบที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ
อย่ารอช้า! หากคุณเป็นเจ้าของ Porsche 911 หรือ Supercar คันโปรด ที่มักจะจอดทิ้งไว้นานๆ ถึงเวลาที่คุณจะหันมาดูแลแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วย CTEK MXS 5.0 เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะที่ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และทำให้รถของคุณพร้อมออกสตาร์ททุกเมื่อที่คุณต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุดยอด
ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและเลือกโซลูชันการดูแลแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ!