• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1003220 วางอำนาจเหน อผ Ep.2

admin79 by admin79
March 10, 2026
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1003220 วางอำนาจเหน อผ Ep.2 Aston Martin Valhalla: ก้าวแห่งวิวัฒนาการสู่ยุคไฮบริดสมรรถนะสูง ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คลุกคลีอยู่กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายที่ขับเคลื่อนวงการซูเปอร์คาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานทางเลือก ในบรรดาผู้ผลิตที่กล้าหาญในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ Aston Martin ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าด้วยการเปิดตัว Aston Martin Valhalla ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลางแห่งยุคไฮบริด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่พลิกโฉมหน้าแบรนด์ไปตลอดกาล การรอคอยอันยาวนานกว่าสามปีสำหรับการเปิดตัว Aston Martin Valhalla สิ้นสุดลงแล้ว โดยรถคันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลางรุ่นใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของ Aston Martin สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและทรงพลังยิ่งขึ้น จาก Valkyrie สู่ Valhalla: มรดกแห่งแรงบันดาลใจจาก Formula 1 เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของ Aston Martin Valhalla เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ นั่นคือ Aston Martin Valkyrie ซูเปอร์คาร์สุดพิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมืออันทรงเกียรติระหว่าง Aston Martin และทีม Red Bull Racing Formula 1 ในปี 2017 ที่งาน Geneva International Motor Show การเปิดตัว Valkyrie ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศักยภาพทางวิศวกรรมขั้นสูงสุด แต่ยังเป็นการผสานเอาเทคโนโลยี F1 มาสู่รถยนต์ที่วิ่งบนถนนจริงได้อย่างน่าทึ่ง การออกแบบของ Valkyrie ได้รับการรังสรรค์โดย Adrian Newey ปรมาจารย์ด้านอากาศพลศาสตร์แห่งวงการ F1 โดยตรง ส่งผลให้รถคันนี้เปรียบเสมือนรถแข่ง F1 สี่ล้อ ด้วยการนำเสนอระบบอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย เช่น ระบบปรับแรงกด (DRS), ระบบคืนพลังงาน (KERS), ระบบช่วงล่างแบบ Pushrod และห้องโดยสารที่ถอดแบบมาจากรถ Formula 1 อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม Valkyrie ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของสะสมสำหรับคนเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 150 คันทั่วโลก (รวมทั้งรถต้นแบบและรถทดสอบ) และมีเพียง 25 คันที่เป็นเวอร์ชันสำหรับสนามแข่ง (AMR Pro) ส่วนเวอร์ชันที่วิ่งบนถนนได้นั้นมีเพียง 99 คันเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นสุดยอดของซูเปอร์คาร์แห่งยุค แม้แต่นักแข่ง F1 ชื่อดังอย่าง Fernando Alonso แห่งทีม Aston Martin ก็เพิ่งจะได้รับ Valkyrie ของตนเองในปี 2024 ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงความพิเศษและความยากในการครอบครองรถคันนี้ Aston Martin Valhalla: ประตูสู่ยุคซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่เข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อ Valkyrie เป็นดั่งอัญมณีที่หาได้ยาก Aston Martin Valhalla ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งสมรรถนะและความล้ำสมัย “นี่คืองานแห่งการเปลี่ยนแปลง” คำกล่าวของ Lawrence Stroll ประธานบริหาร Aston Martin สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเป้าหมายในการยกระดับแบรนด์ไปสู่อีกขั้น Aston Martin Valhalla ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลางที่เดิมมีกำหนดการเปิดตัวในปี 2021 แต่ได้ล่าช้ากว่ากำหนดถึงสามปี บัดนี้ได้มาปรากฏกายต่อหน้าเราแล้ว แม้จะยังคงกลิ่นอายของการออกแบบอันดุดันจาก Valkyrie ไว้ แต่ Valhalla กลับตั้งอยู่บนพื้นฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้น ทำให้เป็นซูเปอร์คาร์ที่ผู้คนทั่วไปมีโอกาสได้พบเห็นได้บ่อยขึ้นในชีวิตประจำวัน
ในด้านการผลิต Valhalla ได้ก้าวข้าม Valkyrie ไปอย่างชัดเจน ด้วยจำนวนการผลิตรวม 999 คัน ทำให้กลายเป็นรุ่นที่ผลิตในจำนวนมากอย่างแท้จริงสำหรับ Aston Martin “ในฐานะซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลางลำรุ่นแรกที่ผลิตจำนวนมากของ Aston Martin Valhalla ถือเป็นผลงานการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของแบรนด์สุดหรูหรานี้” Stroll กล่าวเสริม หัวใจแห่งวิวัฒนาการ: ขุมพลัง PHEV และเทคโนโลยีล้ำสมัย สิ่งที่ทำให้ Aston Martin Valhalla เป็น “การเปลี่ยนแปลง” ที่แท้จริงอย่างที่ Stroll กล่าวไว้ ก็คือ “การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานใหม่” ที่กำลังดำเนินอยู่ Valhalla ไม่เพียงแต่เป็นซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลางลำรุ่นแรกที่ผลิตจำนวนมากของ Aston Martin เท่านั้น แต่ยังเป็นรุ่นแรกที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) อย่างเต็มรูปแบบ หัวใจหลักของ Valhalla คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Twin-Turbo) อันทรงพลัง ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว สร้างกำลังรวมสูงสุดถึง 1079 แรงม้า และแรงบิด 1000 นิวตันเมตร ในโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive) ด้วยสมรรถนะอันเหลือล้นนี้ Valhalla สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และมีเป้าหมายความเร็วสูงสุดที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะมีจำนวนกระบอกสูบน้อยกว่า Valkyrie อยู่สี่กระบอกสูบ แต่เครื่องยนต์ V8 ของ Valhalla ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด การกำหนดค่าแบบ “Hot V” พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Twin-Scroll ที่ไหลสูงสองตัว และการใช้อ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry Sump ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลง การออกแบบเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-Plane Crankshaft ภายในยังช่วยเพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบขั้นสูงเหล่านี้ เครื่องยนต์ V8 ของ Valhalla สามารถส่งกำลังสูงสุดถึง 812 แรงม้า ที่ 7200 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหลังโดยตรง ระบบไอเสียแบบ Active Valve exhaust system ยังช่วยสร้างเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามโหมดการขับขี่ สำหรับเพลาหน้า จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 150kW จำนวนสองตัวที่ทำงานด้วยระบบ 400V มอเตอร์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้แรงขับเสริม แต่ยังทำหน้าที่ควบคุมแรงบิด (Torque Vectoring) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและการตอบสนองของส่วนหน้าได้อย่างแม่นยำ มอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านี้ยังช่วยลดอาการท้ายปัด (Oversteer) และอาการสะบัด (Snap Oversteer) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเติมแรงบิดในระหว่างการเปลี่ยนเกียร์เพื่อลดอาการรอรอบเทอร์โบ (Turbo Lag) อีกด้วย และที่สำคัญ มอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านี้ยังสามารถขับเคลื่อนรถในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในโหมดไฟฟ้าล้วน Aston Martin Valhalla มีความเร็วสูงสุดจำกัดอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียง 15 กิโลเมตรเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักที่ไม่จำเป็น ความจุของแบตเตอรี่จึงมีเพียง 6.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่เพลาหลัง ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มเติมที่ติดตั้งอยู่ด้านหลัง ทำหน้าที่เป็น Integrated Starter Generator (ISG) มอเตอร์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่ยังช่วยเสริมกำลังขับ ให้แรงบิดที่ต่อเนื่อง และมอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง ระบบเฟืองท้ายแบบ Electronic Limited-Slip Differential (eLSD) บนเพลาหลังยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมรถ ระบบส่งกำลังของ Valhalla ยังมีความพิเศษด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 สปีด พร้อมระบบเกียร์ถอยหลังอิเล็กทรอนิกส์ Aston Martin ได้ตัดสินใจถอดกลไกเกียร์ถอยหลังแบบดั้งเดิมออก และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการเคลื่อนที่ถอยหลังแทน เพื่อลดน้ำหนักของชุดเกียร์ลงได้อย่างมาก การจัดการน้ำหนัก: ศิลปะแห่งความเบาในซูเปอร์คาร์ สำหรับซูเปอร์คาร์ การลดน้ำหนักในทุกมิติที่สามารถทำได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด Aston Martin ได้ร่วมมือกับ Aston Martin Performance Technologies (AMPT) ในการสร้างห้องโดยสารแบบโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับ Valhalla พร้อมติดตั้งซับเฟรมอลูมิเนียม แม้จะใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างกว้างขวาง แต่ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดที่ซับซ้อนก็ยังทำให้รถมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1655 กิโลกรัม Aston Martin ยังให้ความสำคัญกับการลดมวลส่วนที่ไม่ได้รองรับ (Unsprung Mass) อีกด้วย ระบบช่วงล่างหน้าของ Valhalla ใช้ชุดก้านกระทุ้ง (Pushrod Suspension) ที่มองเห็นได้ผ่านตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ การออกแบบระบบช่วงล่างนี้ทำให้โช้คอัพถูกย้ายออกจากกระแสลมภายในล้อหน้า คล้ายกับรถ F1 ช่วยให้กระแสลมไหลไปยังหม้อน้ำด้านหลังได้ดีขึ้น ระบบเบรกหน้าและหลังติดตั้งดิสก์เบรกคาร์บอน-เซรามิกขนาด 410 มม. และ 390 มม. ตามลำดับ เพื่อรองรับพละกำลังอันมหาศาลของรถ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้ออัลลอยด์ฟอร์จน้ำหนักเบาขนาด 21 นิ้ว (ด้านหน้า) และ 22 นิ้ว (ด้านหลัง) ที่จับคู่กับยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 เน้นสมรรถนะในสนามแข่ง ซึ่งอ้างว่าช่วยลดมวลส่วนที่ไม่ได้รองรับได้ถึง 12 กิโลกรัม แรงบันดาลใจจาก Formula 1: อากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย ในยุคของซูเปอร์คาร์ เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ได้กลายเป็นทักษะที่จำเป็นในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงสุด แม้ว่าการออกแบบภายนอกของ Aston Martin Valhalla จะดูอนุรักษ์นิยมกว่า Valkyrie เล็กน้อย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งองค์ประกอบทางอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย เช่น ดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ และช่องรับอากาศบนหลังคาที่ออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
Aston Martin ระบุว่าช่องรับอากาศบนหลังคาอันเป็นเอกลักษณ์นี้ มีท่อร่วมไอดีแบบบูรณาการ และระบบระบายความร้อนอากาศอัดขั้นสูง (ACAC) รุ่นใหม่ ที่จะส่งอากาศเย็นกว่าเข้าสู่เครื่องยนต์ V8 ช่วยเพิ่มพละกำลังในการรีดประสิทธิภาพสูงสุด ปีกหลังแบบแอคทีฟ (Active Rear Wing) เป็นส่วนสำคัญของระบบอากาศพลศาสตร์เชิงรุก (Active Aerodynamics) ซึ่งสามารถยกขึ้นได้สูงสุด 255 มิลลิเมตร และสร้างแรงกด (Downforce) ได้ถึง 600 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากปีกหลังที่มองเห็นได้ชัดเจนแล้ว ยังมีปีกหน้าแบบแอคทีฟที่ซ่อนอยู่หลังกระจังหน้าของ Valhalla การเบรกของรถไม่ได้อาศัยเพียงการสัมผัสกับพื้นถนนเท่านั้น แต่ในระหว่างการเบรกอย่างรุนแรง สปอยเลอร์หน้าและหลังจะทำงานร่วมกันภายใน 0.5 วินาที โดยการปรับเปลี่ยนจุดศูนย์กลางแรงกด (Center of Pressure) ไปด้านหลัง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเบรกสูงสุด และเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ระบบอากาศพลศาสตร์เชิงรุกนี้ไม่ได้ทำงานเฉพาะขณะเบรกเท่านั้น แต่ยังทำงานใน “โหมดสนามแข่ง” (Track Mode) อีกด้วย โดยสปอยเลอร์หน้าและหลังจะทำงานและปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มแรงกดและปรับสมดุลของรถให้เหมาะสมที่สุด เมื่อไม่ต้องการใช้งาน สปอยเลอร์เหล่านี้จะพับเก็บเข้ากับตัวรถได้อย่างแนบเนียน รักษาความสง่างามของรูปลักษณ์ภายนอก นอกจากนี้ Valhalla ยังใช้การออกแบบสเกิร์ตข้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถ F1 โดยใช้ช่องสร้างกระแสวน (Vortex Generators) จำนวนสองช่อง ประตูยังถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นท่ออากาศ (Air Intakes) เพื่อนำกระแสลมเข้าสู่ช่องรับอากาศ Aston Martin ระบุว่า แม้จะไม่ได้กางปีกหลังออก แต่ตัวรถก็ยังมีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม ภายในห้องโดยสาร: โลกแห่งการขับขี่ที่เน้นผู้ขับขี่ กลไกการเปิดประตูแบบปีกนก (Rotor Doors) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Valhalla เมื่อเปิดออก เราจะพบว่า Aston Martin ได้ใช้แนวทางที่แตกต่างในการออกแบบภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งของ Valhalla แตกต่างจากรุ่น Vantage และ Vanquish รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยเบาะนั่งของผู้ขับขี่จะถูกวางตำแหน่งให้ใกล้กับแนวแกนกลางของรถมากขึ้น ความสูงของสะโพกจะลดต่ำลง และส้นเท้าจะเกือบอยู่ในระดับเดียวกับสะโพก Aston Martin กล่าวว่าการจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งนี้เลียนแบบท่าทางการขับขี่ของรถ F1 ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดวางปุ่มควบคุมต่างๆ บนคอนโซลกลางให้อยู่ในระยะที่เอื้อมถึงได้ง่าย ห้องโดยสารของ Valhalla ถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดและเน้นที่ผู้ขับขี่เป็นสำคัญ “เรามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดอารมณ์อันบริสุทธิ์ของประสบการณ์การขับขี่” Aston Martin เข้าใจดีว่าในฐานะซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลาง ประสบการณ์การขับขี่ของ Valhalla มีความสำคัญมากกว่ารถยนต์ GT ทั่วไป ดังนั้น ในการออกแบบภายใน ความรู้สึกในการขับขี่จึงมีความสำคัญสูงสุด โดยความหรูหราจะถูกลดทอนลงเพื่อเน้นความหลงใหลในการขับขี่ที่แท้จริง สำหรับระบบความบันเทิงในรถยนต์นั้น Aston Martin เน้นไปที่การเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay เป็นหลัก อนาคตที่สดใส: การต่อยอดสู่รุ่นที่เข้าถึงได้มากขึ้น นอกจาก Valkyrie แล้ว Aston Martin ยังได้เคยจัดแสดงรถแนวคิดชื่อ Vanquish Vision Concept ในงาน Geneva Motor Show ปี 2019 อีกด้วย รถแนวคิดคันนี้ถูกระบุว่าจะเป็นซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์กลางขับเคลื่อนล้อหลังระดับเริ่มต้นรุ่นแรกของ Aston Martin โดยมีเป้าหมายในการแข่งขันกับรถยนต์อย่าง Ferrari F8 Tributo และ Lamborghini Huracán ในขณะนั้น แม้จะไม่ได้ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มากเท่า Valhalla แต่ Vanquish Vision Concept ก็มาพร้อมโครงสร้างอลูมิเนียม และยังคงการออกแบบภายนอกที่เรียบง่ายและสง่างามยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือรุ่นเริ่มต้นนี้มีแนวโน้มที่จะผลิตในจำนวนที่ไม่จำกัด หากคุณพลาดโอกาสในการครอบครอง 999 คันของ Valhalla ไป อย่าเพิ่งหมดหวัง Aston Martin มีแผนที่จะเปิดตัวรุ่นผลิตจริงในปี 2022 แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นช่วงปลายปี 2024 และ Aston Martin Valhalla ได้ล่าช้ากว่ากำหนดไปสามปี ก็เป็นที่คาดการณ์ว่ารถยนต์รุ่นที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้ ก็อาจจะประสบกับการล่าช้าเช่นกัน แต่ด้วยวิสัยทัศน์และนวัตกรรมที่ Aston Martin ได้แสดงออกมาใน Valhalla เรามั่นใจได้ว่าอนาคตของซูเปอร์คาร์อังกฤษจะเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีแห่งอนาคต และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin การทำความเข้าใจในก้าวสำคัญครั้งนี้ของแบรนด์ จะเปิดประตูสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน
อย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์! ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Aston Martin อย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันนี้ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Aston Martin Valhalla และประสบการณ์การขับขี่อันน่าทึ่งที่กำลังจะมาถึง!
Previous Post

[ครบชุด] T1003218 ทางเล อกช Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1003219 หญ งระด บล าง Ep.2 (ตอนจบ)

Next Post

[ครบชุด] T1003219 หญ งระด บล าง Ep.2 (ตอนจบ)

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2804111 องชายไม เอาไหน แอบเอาผ หญ งมานอนท านพ สาว แถมย งขอส นสอดก บพ สาวอ
  • [ครบชุด] T2804110 แม ได าเวนค นท นไปแบ งให บล กแท วนล กท เก บมาเล ยงไม ได กบาท
  • [ครบชุด] T2804109 เม ยน อยท องก บผ วต วเอง คนเป นเม ยหลวงต องร กย งไง
  • [ครบชุด] T2804108 เอาญาต ๆมาพ กท าน ไม เกรงใจเจ าของบ าน
  • [ครบชุด] T2804107 แม สาม ชอบบงการ นต องเจอคนจร

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.