![[ครบชุด] T2103233 ไม ใครอยากได แม แต พอร าแม จะแบ งมรดกให แค นแหละ...](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260321_204332.jpg)
Ferrari 12Cilindri: การกลับมาของตำนาน V12 พร้อมรางวัลอันทรงเกียรติ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการออกแบบที่เป็นเลิศ
ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การคงอยู่ของเครื่องยนต์ V12 อันทรงพลังกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความพิเศษและความคลาสสิก และในยุคที่เทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทสำคัญ Ferrari ได้ประกาศศักดาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Ferrari 12Cilindri ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดตำนาน V12 อันยาวนาน แต่ยังเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการออกแบบและสมรรถนะ จนคว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Car Design Award 2025 มาครอง การเดินทางของ Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่แค่การทดสอบสมรรถนะ แต่เป็นการสัมผัสถึงปรัชญาการออกแบบที่ผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Car Design Award 2025: การยอมรับในความเป็นเลิศด้านการออกแบบ
รางวัล Car Design Award ถือเป็นหนึ่งในเวทีที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในแวดวงการออกแบบยานยนต์ทั่วโลก การที่ Ferrari 12Cilindri สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในสาขา Production Cars ได้นั้น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญของทีมออกแบบ Ferrari ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม ความงาม และการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง คณะกรรมการได้ยกย่อง 12Cilindri ว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” ซึ่งเป็นคำกล่าวที่บ่งบอกถึงความสำเร็จในการเชื่อมโยงมรดกอันยิ่งใหญ่ของ Ferrari เข้ากับทิศทางใหม่ที่ก้าวไปข้างหน้า นี่คือ Ferrari คันที่ 5 ที่ได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้ นับตั้งแต่รางวัลนี้ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1984 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและมาตรฐานอันเป็นเลิศของ Ferrari ในการออกแบบยานยนต์
พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ในเมืองมิลาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week งานนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ได้ขึ้นรับรางวัลในฐานะตัวแทนของทีมงานเบื้องหลังความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ Car Design Award ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 เพื่อเชิดชูโครงการออกแบบที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยผู้ชนะจะถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากสื่อมวลชนยานยนต์ชั้นนำระดับสากล สะท้อนถึงกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นและโปร่งใส
Ferrari รุ่นก่อนๆ ที่เคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ได้แก่:
Ferrari Testarossa (1985)
Ferrari Roma (2020)
Ferrari 296 GTB (2022)
Ferrari Purosangue (2023)
Ferrari 12Cilindri (2025)
นอกจากนี้ ทีมออกแบบของ Ferrari ยังเคยได้รับรางวัลในหมวด Brand Design Language จาก Purosangue ในปีเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านและความเข้าใจในเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ลึกซึ้ง คณะกรรมการจาก ADI ได้ให้เหตุผลในการเลือก Ferrari 12Cilindri ไว้ว่า: “ดีไซน์ของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่ โดยการพัฒนาด้านแอโรไดนามิกในปัจจุบันจะไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ได้ผลักดันให้โครงการนี้ผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่น ได้แก่ความสปอร์ตและความหรูหรา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย”
การออกแบบ Ferrari 12Cilindri: ประวัติศาสตร์ที่ถูกตีความใหม่
Ferrari 12Cilindri ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจาก Ferrari Gran Turismo ในยุค 1950s และ 1960s ซึ่งเป็นยุคทองของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง สองที่นั่ง ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 การตีความใหม่ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลอกเลียนแบบ แต่เป็นการนำเอาแก่นแท้ของดีไซน์ในอดีตมาผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งยุคปัจจุบัน เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านดีไซน์ ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะ
รูปลักษณ์ภายนอกของ 12Cilindri สื่อถึงความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไมในทุกเส้นสาย ตัวถังที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง โดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่ผสานเข้ากับตัวรถอย่างแนบเนียน อาทิ:
แอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ: ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของรูปทรงรถที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฝากระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทาง: เผยให้เห็นความงามสง่าของขุมพลัง V12 ที่ซ่อนอยู่ภายใน
ท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair: อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari V12 ยุคใหม่
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมรดกของ Ferrari ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการดีไซน์ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความสะดวกสบายในการขับขี่
เมื่อพิจารณาถึงรูปลักษณ์ภายนอก อาจมีผู้สังเกตเห็นความคล้ายคลึงกับ Ferrari F80 หรือ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ในมุมมองด้านหน้า แต่ 12Cilindri มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวเอง การออกแบบด้านหน้ามีกลิ่นอายของ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ในขณะที่เส้นสายด้านข้างที่ประตูมีความโค้งมนมากกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เน้นความดุดันสปอร์ต การออกแบบที่กระชับ เรียบหรู และโค้งมน ผสานกับกล้ามเนื้อของตัวถังในสไตล์ Ferrari ยุค 50s-60s ทำให้ 12Cilindri มีความแตกต่างจาก F80 ที่เน้นความดุดันมากกว่า ด้านหน้าใช้ไฟทรงสี่เหลี่ยม โดยมีไฟ DRL อยู่ด้านล่าง พร้อมแถบสีดำคาดกลางและโลโก้ Ferrari ขนาดเล็ก สร้างความรู้สึกแบบเรโทรอย่างแท้จริง
กระจังหน้าเป็นแบบตะแกรงสีดำ พร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการรับลมระบายความร้อนของเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้ฝากระโปรง ฝากระโปรงหน้ามีความยาวและมีช่องระบายอากาศสองช่อง สะท้อนถึงการวางเครื่องยนต์ V12 NA ที่อาจเป็นรุ่นสุดท้ายของ Ferrari ค่ายม้าลำพอง
เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นเส้นสายที่โค้งมนเป็นกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน บริเวณโป่งล้อหน้า ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบฝากระโปรงหน้าที่ลงตัว ทำให้เกิดมัดกล้ามเนื้อที่ดูทรงพลังเหมือน Ferrari ในอดีต มีช่องระบายลมใต้โป่งล้อบริเวณหลังล้อหน้า ช่วยจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศให้ไหลออกทางด้านข้างตัวรถ รายละเอียดการออกแบบนี้มีความแตกต่างจาก Ferrari 812 Superfast ที่เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวถึงขีดสุด
ล้อของ 12Cilindri มาพร้อมยางหน้า 275/35 R21 J10.0 และยางหลัง 315/35 R21 J11.5 แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่การขับขี่กลับให้ความรู้สึกที่น่าประหลาดใจ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นขนาด 398 x 223 x 38 มม. และด้านหลัง 360 x 233 x 32 มม. มาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ ระบบเบรกแบบ Brake-by-wire ยกชุดมาจากรุ่นท็อปอย่าง SF90 และ 296 ทำงานร่วมกับระบบ ABS Evo ที่ให้ความแม่นยำ แม้เบรกซ้ำๆ และระบบ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ที่ควบคุมมุมล้อหน้า-หลัง เพื่อการเลี้ยวที่เฉียบคม นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) ที่ประมวลผลร่วมกับเซ็นเซอร์ 6D วิเคราะห์แรงยึดเกาะแบบ Real-time เพื่อให้การขับขี่มั่นใจในทุกสถานการณ์
การออกแบบท้ายรถมีความทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความเรโทร รูปทรงแบนราบคล้าย SF90 แต่ไฟท้ายมีลักษณะคล้ายกับ Roma ดิฟฟิวเซอร์ด้านล่างขนาดใหญ่ช่วยในการรีดอากาศ การออกแบบส่วนท้ายนี้มีความสวยงามลงตัวและร่วมสมัย บริเวณฝากระโปรงท้ายมีแถบสีดำเช่นเดียวกับด้านหน้า และดูเหมือนจะออกแบบให้เป็น Ducktail เล็กๆ แต่ความจริงแล้ว ปีกซ้ายและขวามีสปอยเลอร์แบบ Active ซ่อนอยู่ ซึ่งจะทำงานเมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ทำให้รถมีความนิ่งขึ้น พื้นที่เก็บสัมภาระภายในเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และกระเป๋าเป้เล็กๆ อีก 1 ใบ
ภายใน Ferrari 12Cilindri: ความหรูหราที่ผสานเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri เลือกใช้วัสดุพรีเมียมระดับสูงสุดตามสไตล์รถสปอร์ต GT เรือธงของ Ferrari โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Dual Cockpit ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว และมอบประสบการณ์ที่หรูหรา คอนโซลและห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หนัง, หนังกลับ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ โดยมีการแบ่งคอนโซลออกเป็น 2 ฝั่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
จุดเด่นของคอนโซลคือหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 3 ชุด ประกอบด้วย:
หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 15.6 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่และสถานะของรถ
หน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว: รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แสดงข้อมูลต่างๆ รวมถึงสมรรถนะของรถ
หน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 8.8 นิ้ว: แสดงข้อมูลความเร็วและรอบเครื่องยนต์ เพิ่มอารมณ์ของ Co-Driver
ใต้หน้าจอมีแผ่นป้ายรุ่น 12Cilindri ติดตั้งไว้ พร้อมระบบเครื่องเสียง Burmester Audio System 15 ลำโพง เพื่อความบันเทิงตลอดการเดินทาง
พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อม Paddle Shift ซึ่งเป็นศูนย์รวมการควบคุมทุกอย่างสำหรับผู้ขับขี่ มีปุ่มสตาร์ท, ปุ่มปรับโหมดการขับขี่, ไฟเลี้ยว และปุ่มควบคุมอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับทุกอย่างได้จากพวงมาลัยคันเดียว เช่นเดียวกับรถรุ่นเรือธงอื่นๆ ของ Ferrari
บริเวณคันเกียร์มีที่วางแก้วน้ำ 1 จุด และยังมีที่เก็บขวดน้ำบริเวณประตูทั้งสองข้าง ตัวเกียร์อัตโนมัติถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายเกียร์แมนวลแบบเรโทรของ Ferrari ในอดีต โดยเป็นการโยกคันเล็กๆ ขึ้นลงเพื่อเข้าเกียร์ ถัดลงมาเป็นที่วางกุญแจ และมีปุ่มเปิด-ปิดกระจก สำหรับรุ่น Spider จะมีปุ่มเปิด-ปิดหลังคาเพิ่มเติม
เบาะนั่งเป็นทรงสปอร์ตสไตล์รถแข่ง GT ที่มีพื้นฐานเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ หุ้มด้วยหนังหรือหนัง Alcantara แล้วแต่การเลือกออปชั่น ที่วางแขนตรงกลางอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ภายในสามารถเก็บของได้ บริเวณเท้าฝั่งผู้โดยสารมีแป้นรองรับเท้ามาให้
ขุมพลัง Ferrari 12Cilindri: V12 NA อันเป็นนิรันดร์
หัวใจของ Ferrari 12Cilindri คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) อันเป็นที่ภาคภูมิใจของ Maranello เครื่องยนต์นี้ได้รับการปรับปรุงจากรุ่น 812 Superfast โดยใช้ชิ้นส่วนข้อเหวี่ยงที่ทำจากไทเทเนียมเพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับวัสดุเหล็กหล่อ การผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยงใช้อะลูมิเนียมอัลลอย และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 เช่น การเคลือบผิวแบบ Diamond-Like-Carbon Coating เพื่อลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกล
เครื่องยนต์ V12 NA ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ด้วยแรงอัด 350 บาร์ ให้กำลังสูงสุด 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะ ที่ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.9 วินาที (Coupe) / 2.95 วินาที (Spider)
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 7.9 วินาที (Coupe) / 8.2 วินาที (Spider)
ความเร็วสูงสุด: 340 กม./ชม.
น้ำหนักตัวถัง: 1,560 กก. (Coupe) / 1,620 กก. (Spider)
อัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลัง: 48.4:51.6
มิติตัวถัง Ferrari 12Cilindri: ความสมดุลระหว่างขนาดและความคล่องตัว
แชสซีส์และตัวถังของ Ferrari 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแรงขึ้น 15% และลดเสียงรบกวนได้ดียิ่งขึ้นกว่า 812 Superfast โดยไม่เพิ่มน้ำหนัก อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ Production Car คันแรกของ Ferrari ที่นำอัลลอยด์รีไซเคิล 100% มาใช้เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์
ยาว: 4,733 มม.
กว้าง: 2,176 มม.
สูง: 1,292 มม.
ระยะฐานล้อ: 2,700 มม.
ด้วยตัวถังที่เบาและแข็งแรงขึ้น ทำให้ Ferrari สามารถปรับแต่งช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลขึ้น พร้อมทั้งปรับฐานล้อให้สั้นลงเพื่อเพิ่มความกระฉับกระเฉง และด้วยความสูงและความกว้างที่มากขึ้น ทำให้การขับขี่ใช้งานได้ง่ายขึ้น แม้ว่าความยาวของตัวรถอาจต้องใช้เวลาในการกะระยะสักเล็กน้อย
ทดลองขับ Ferrari 12Cilindri Spider: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เปิดประทุน
สำหรับการทดลองขับในครั้งนี้ เราได้สัมผัสประสบการณ์กับรุ่นหลังคาเปิดประทุน หรือ Ferrari 12Cilindri Spider ซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่นหลังคาแข็งเล็กน้อย หลังคาแบบแข็งพับเก็บได้ (RHT) ใช้เวลาเพียง 14 วินาทีในการเปิด-ปิด และสามารถทำได้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ดีไซน์ด้านหลังเป็นแบบลาดลงแต่เว้ากลาง และมีกระจกกั้นแทน ซึ่งสามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อใช้งานหลังคา
การเพิ่มระบบหลังคาแบบ Spider ทำให้น้ำหนักของตัวรถเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยรุ่น Spider มีน้ำหนัก 1,620 กก. มากกว่ารุ่นหลังคาแข็ง 60 กก. แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลเพียงเล็กน้อยต่ออัตราเร่ง โดย 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 2.95 วินาที ช้ากว่ารุ่นปกติเพียง 0.05 วินาที
Ferrari 12Cilindri Spider ขับดีไหม? ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย
การทดสอบจัดขึ้นที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสตรีทเซอร์กิต สนามมีทางตรง 2 เส้น โค้งกว้าง 4-5 โค้ง และโค้งแคบอีกนับไม่ถ้วน ทำให้สามารถสัมผัสสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ เราทดสอบในโหมด Sport ซึ่งเป็นโหมดที่สมดุลระหว่างสมรรถนะและความสะดวกสบาย
รอบแรกเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ Ferrari เป็นผู้ขับขี่ให้เรานั่งสัมผัสประสบการณ์ แรง ทรงพลัง และแม่นยำ ทุกโค้งที่รถเข้าด้วยความเร็วสูงแสดงให้เห็นว่ารถยังคงควบคุมได้ดีเยี่ยม เสียงเครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ชวนให้ตื่นเต้น
เมื่อถึงรอบที่เราได้เป็นผู้ขับขี่เอง ความรู้สึกแตกต่างจากตอนนั่งโดยสารอย่างสิ้นเชิง ตำแหน่งการขับขี่ถูกออกแบบมาอย่างสบาย ทัศนวิสัยดีเยี่ยม แม้ว่ารถจะมีความยาว แต่การจัดตำแหน่งการนั่งช่วยให้มองเห็นฝากระโปรงหน้าได้ดี ทำให้กะระยะได้ไม่ยากอย่างที่คิด
เมื่อเหยียบคันเร่งบนทางตรง รถพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงเครื่องยนต์ V12 NA อันหวานหูที่เรียกได้ว่าเร้าใจแบบหรูหรา การเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ลูกใหม่นั้นเนียนนุ่มจนแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนถ่าย แต่เมื่อเบรกอย่างรุนแรงกลับยิ่งเร้าใจกว่า การเบรกหยุดรถได้อย่างมั่นคงด้วยระบบเบรกประสิทธิภาพสูงที่ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ช่วยให้การชะลอความเร็วเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ การทำงานของ Engine Brake เข้ามาช่วยเสริมให้การขับขี่และการเบรกมีความมั่นใจยิ่งขึ้น
ช่วงล่างและการเข้าโค้งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด แม้จะมีดีไซน์ที่ดูสปอร์ตและสมรรถนะสูง แต่ Ferrari 12Cilindri Spider กลับให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมั่นคงอย่างไม่น่าเชื่อ การเข้าโค้งลึกๆ ที่ทำให้ท้ายรถสะบัดเล็กน้อย ระบบสามารถดึงรถกลับเข้าสู่ไลน์ได้อย่างรวดเร็ว สร้างความรู้สึกสนุกและมั่นใจในการขับขี่ ความรู้สึกเฟิร์มติดนุ่มหนึบ บวกกับตำแหน่งที่นั่งที่ดี ทำให้ 12Cilindri เป็น Supercar ที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง
ด้วยฐานล้อที่สั้นกว่า 812 Superfast และระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้รถมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น ตัวถังที่แข็งแรงกว่า และใต้ท้องรถที่สูงขึ้น ทำให้ Ferrari สามารถปรับแต่งรถคันนี้ออกมาได้อย่างลงตัวกว่ารุ่นก่อนๆ Ferrari 12Cilindri เป็นรถ Supercar สไตล์ GT ที่มีการเซ็ตช่วงล่างได้ดีเยี่ยม ขับขี่ได้ทุกวัน และสามารถใช้เป็นรถบ้านได้เลย (หากคุณไม่กังวลเรื่องค่าน้ำมัน)
Ferrari 12Cilindri Spider: ความสบายสไตล์อิตาเลียน
Ferrari 12Cilindri Spider มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 แบบดูดอากาศเข้าตามธรรมชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Maranello ซึ่งแสดงถึงจิตวิญญาณของ Ferrari ได้อย่างแท้จริง รุ่นนี้ให้กำลัง 830 แรงม้า ขณะที่ความเร็วสูงสุดของเครื่องยนต์อยู่ที่ 9,500 รอบต่อนาที การพัฒนาบางส่วนที่นำมาใช้กับรุ่นนี้ได้รับการนำมาใช้กับซีรีส์พิเศษ 812 Competizione แล้ว เช่น ระบบไอเสียที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาเซรามิก ก้านสูบไททาเนียม และลูกสูบน้ำหนักเบา
เสียงเป็นปัจจัยสำคัญในการผสานความสะดวกสบาย ความหรูหรา และอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจตามแบบฉบับของเครื่องยนต์ V12 ของ Ferrari ทุกองค์ประกอบของท่อไอดีและท่อไอเสียได้รับการปรับให้เหมาะสม เพื่อสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และเต็มอิ่มในทุกสภาวะการขับขี่
ภายนอก.. เส้นสายเรียบง่าย สไตล์ที่แตกต่าง
รถสปอร์ตเปิดประทุน Spider คันนี้แตกต่างจาก Ferrari 12Cilindri ตรงที่มีเสาค้ำยันสองต้นที่ด้านหลัง พร้อมเส้นรอยพับที่เห็นได้ชัดบนส่วนค้ำยันคล้ายปีกเพื่อลดเสียงลม การออกแบบด้านหน้าต่างไปจาก Ferrari เครื่องวางหน้าหลายรุ่นที่ผ่านมา โดยเลือกใช้รูปทรงเรขาคณิตและจุดตัดที่เป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบตัวรถ ไฟหน้าแบบรวมเป็นแถบยาวล้อมรอบ โดยที่ DRLS จะโผล่ออกมาคล้ายใบมีด ไฟท้ายได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับส่วนหน้าของรถ โดยวางเป็นใบมีดพาดผ่านส่วนท้ายรถทั้งหมด
มิติตัวถัง:
ยาว: 4733 มม.
กว้าง: 2176 มม.
สูง: 1292 มม.
ระยะฐานล้อ: 2700 มม.
ล้อหน้า 21 นิ้ว กว้าง 10 นิ้ว ยาง 275/35 R21 ล้อหลัง 21 นิ้ว กว้าง 11.5 นิ้ว ยาง 315/35 R21
ภายใน.. ห้องนักบินคู่
Ferrari 12Cilindri Spider มาพร้อมกับ Human Machine Interface (HMI) ใหม่ ซึ่งประกอบด้วยจอแสดงผล 3 จอ รูปแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจจากห้องนักบินคู่ของ Prancing Horse ห้องโดยสารมีโครงสร้างเกือบสมมาตร ประกอบไปด้วยโมดูล 2 โมดูลสำหรับคนขับและผู้โดยสาร ฟังก์ชันหลักทั้งหมดสามารถควบคุมได้จากหน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ขนาด 10.25 นิ้วที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งทั้งคนขับและผู้โดยสารสามารถเข้าถึงได้ โดยมีจอแสดงผลสำหรับคนขับขนาด 15.6 นิ้วอยู่ด้านข้าง ผู้โดยสารสามารถมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในประสบการณ์การขับขี่ผ่านจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้ว
รถคันนี้มาพร้อมกับพวงมาลัยแบบ Capacitive ที่พบได้ในรุ่นล่าสุด พร้อมระบบเชื่อมต่อมือถือที่ใช้ Apple CarPlay® และ Android Auto® เป็นมาตรฐาน แท่นชาร์จไร้สายบนอุโมงค์กลาง การเปลี่ยนแปลงสีและวัสดุที่สง่างามอย่างแนบเนียนดึงดูดสายตาไปที่สองปริมาตรที่คั่นด้วยตัวแดชบอร์ด ซึ่งดูเหมือนลอยอยู่
หลังคาแข็งแบบยืดหดได้ (RHT) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ โดยใช้เวลา 14 วินาทีในการเปิดหรือปิดที่ความเร็วสูงสุด 45 กม./ชม. กระจกด้านหลังปรับความสูงด้วยไฟฟ้า ช่วยให้ผู้ขับขี่/ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในห้องโดยสารเมื่อขับขี่แบบเปิดประทุน และช่วยให้สนทนาได้ปกติแม้ในขณะที่ความเร็วสูง
แผ่นยกสร้างแรงกดภาระอากาศพลศาสตร์ Aerodynamic load-generating flaps ที่ติดตั้งไว้ด้านหลังของ Ferrari 12Cilindri Spider ปรับรูปแบบอัตโนมัติได้ 2 แบบ คือ LD (แรงต้านอากาศต่ำ) และ HD (แรงกดอากาศสูง)
เครื่องยนต์ 12 สูบวี ขนาด 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 830 แรงม้า ที่ 9,250 รตน. แรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รตน. เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ DCT ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 340 กม./ชม. ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา <3.0 วินาที และ 0-200 กม./ชม. เพียง < 8.3 วินาที
Ferrari 12Cilindri Spider เป็นสปอร์ทเปิดประทุนที่ใช้งานได้ทุกวัน และสร้างความภาคภูมิให้ผู้ที่เป็นเจ้าของ ราคาของ Ferrari 12Cilindri Spider คันนี้ หลังจากรวมภาษีอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท
Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ถึงความไม่ยอมแพ้ของเครื่องยนต์ V12 ที่ยังคงมีชีวิตชีวาในโลกยานยนต์ปัจจุบัน พร้อมด้วยการออกแบบที่ชนะใจคณะกรรมการและผู้ใช้งานทั่วโลก หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสานความคลาสสิก เทคโนโลยี และอารมณ์การขับขี่ที่ยากจะหาใดเทียบ Ferrari 12Cilindri คือคำตอบที่คุณคู่ควร สัมผัสประสบการณ์แห่งตำนาน V12 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Ferrari ใกล้บ้านคุณ.