![[ครบชุด] T1403274 EP4 กท กคนเป นห วแก วห วแหวนของพ อแม งน จงร กเขาหม อนด งท อแม เขาร](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_144631.jpg)
Lamborghini Revuelto: จุดประกายยุคใหม่แห่งซูเปอร์คาร์ Plug-in Hybrid ขุมพลัง 1,015 แรงม้า
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่ไร้ขีดจำกัด ยุคใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และ Lamborghini คือผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Revuelto (แลมโบกินี่ เรวูเอลโต) รหัส LB744 ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์กระทิงดุรุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) ผสานขุมพลัง V12 NA ดั้งเดิมเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว สร้างนิยามใหม่ของสมรรถนะและความยั่งยืน ด้วยพละกำลังมหาศาลถึง 1,015 แรงม้า Revuelto ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือการประกาศศักดาถึงอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเทคโนโลยีล้ำสมัย
วิวัฒนาการแห่งพละกำลัง: V12 NA สู่ขุมพลัง Plug-in Hybrid
หัวใจหลักของ Lamborghini Revuelto คือเครื่องยนต์ V12 NA (Naturally Aspirated) ขนาด 6.5 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดให้มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น โดยมีน้ำหนักเพียง 218 กิโลกรัม แต่ยังคงไว้ซึ่งความทรงพลัง อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini เครื่องยนต์นี้สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 825 แรงม้า ที่รอบสูงถึง 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 725 นิวตันเมตร การออกแบบท่อไอดีและไอเสียใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างฉับไวและดุดัน
แต่ความอัจฉริยะของ Revuelto ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น พลัง V12 อันเกรียงไกร ได้รับการผสานเข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าสุดล้ำ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แบ่งเป็น 2 ตัวที่เพลาหน้า และ 1 ตัวที่เพลาหลัง การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ V12 และมอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านี้ สร้างพละกำลังรวมสูงสุดถึง 1,015 แรงม้า ส่งผลให้ Revuelto สามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. น้อยกว่า 7 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 350 กม./ชม.
นวัตกรรมแบตเตอรี่และการจัดการพลังงาน: ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์
Lamborghini Revuelto มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 3.8 kWh ซึ่งออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ติดตั้งอยู่ภายในอุโมงค์เพลากลาง ช่วยกระจายน้ำหนักให้สมดุล ส่งผลต่อการควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น แบตเตอรี่นี้สามารถรองรับการชาร์จด้วยกำลัง 7kW โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที เพื่อให้ได้พลังงานเต็ม 100% หรือสามารถชาร์จผ่านเครื่องยนต์ V12 หรือระบบ Regenerative Braking ได้อย่างรวดเร็ว เพียง 6 นาที ก็สามารถชาร์จไฟได้เพียงพอสำหรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้า
เพื่อตอบสนองต่อการใช้งานในเมือง Revuelto ยังมาพร้อมโหมด Citta (City) ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในเขตเมืองโดยเฉพาะ โหมดนี้จะจำกัดกำลังขับเคลื่อนที่ 180 แรงม้า เน้นการประหยัดพลังงานและลดมลพิษ ทำให้ Revuelto เป็นซูเปอร์คาร์ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายในชีวิตประจำวัน
โครงสร้าง Monofuselage: น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ปลอดภัยสูงสุด
Lamborghini Revuelto บุกเบิกโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ที่เรียกว่า Monofuselage ซึ่งผสานโครงสร้างด้านหน้าเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่ง โครงสร้างใหม่นี้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมถึง 10% และมีความทนทานต่อการบิดตัวมากกว่าเดิมถึง 25% นอกจากนี้ยังมีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในส่วนประกอบอื่นๆ เช่น แชสซีส, ชิ้นส่วนเฟรม Rocker Ring, และซับเฟรมหน้า (Corn) ขณะที่เฟรมหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมคุณภาพสูง เพื่อความสมดุลและความปลอดภัย
ด้วยการผสมผสานวัสดุที่ก้าวล้ำนี้ ทำให้ Lamborghini Revuelto มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,772 กิโลกรัม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก Aventador Ultimae เล็กน้อย อันเนื่องมาจากระบบขับเคลื่อน PHEV ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เพิ่มเติมเข้ามา แต่การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักนี้ แลกมาด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าในทุกมิติ
การออกแบบที่ดุดันและสง่างาม: สุนทรียภาพแห่งสายพันธุ์กระทิงดุ
การออกแบบของ Lamborghini Revuelto ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณแห่งซูเปอร์คาร์ Aventador ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มตั้งแต่การเปิดประตูแบบ Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยดีไซน์ตัวถังใหม่ที่เฉียบคมและดุดันยิ่งขึ้น ชุดไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ถูกออกแบบให้ผสานเข้ากับตัวรถได้อย่างลงตัว ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ กันชนท้ายสไตล์ดุดัน และแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มแรงกดที่ด้านหน้าถึง 33% และด้านหลัง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae ส่งผลให้ Revuelto เกาะถนนได้อย่างมั่นคงที่ความเร็วสูง
จุดเด่นอีกประการคือปลายท่อไอเสียทรง 6 เหลี่ยมคู่ที่วางอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางบั้นท้าย ฝาปิดห้องเครื่องคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟใหม่ ที่สามารถปรับระดับได้ตามโหมดการขับขี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ และเสริมความสง่างามให้กับตัวรถ
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: เทคโนโลยีล้ำสมัย ความหรูหรา และการขับขี่ที่เชื่อมโยง
ภายในห้องโดยสารของ Lamborghini Revuelto ยังคงเน้นดีไซน์ Y-shape อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini มาพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับมาตรวัด และหน้าจอระบบอินโฟเทนเมนท์แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) นอกจากนี้ยังมีหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า เพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ออกแบบมาเพื่อการควบคุมที่ง่ายดาย รวมถึงการเลือกโหมด EV ที่สะดวกสบาย เบาะนั่งถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยผสมผสานหนังคุณภาพสูงกับไมโครไฟเบอร์ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เพื่อความสบายและยั่งยืน คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ และปุ่ม Push Start ที่มาพร้อมฝาครอบดีไซน์เฉพาะตัว
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ: มั่นใจทุกการขับขี่
Lamborghini Revuelto มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน, ระบบตรวจจับจุดบอด, Adaptive Cruise Control, และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด
Lamborghini Urus SE: นิยามใหม่ของซูเปอร์เอสยูวี Plug-in Hybrid
นอกจาก Revuelto แล้ว Lamborghini ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัว Lamborghini Urus SE (ลัมโบร์กินี อูรุส เอสอี) ซูเปอร์เอสยูวี Plug-in Hybrid รุ่นแรกของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมพละกำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า
ดีไซน์พลศาสตร์ที่เหนือกว่า: ความแข็งแกร่ง ผสานความสง่างาม
Urus SE มาพร้อมการออกแบบใหม่ที่เน้นพลศาสตร์อากาศยาน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างชัดเจน เส้นสายที่เฉียบคมสะท้อนถึงความเป็นสปอร์ตและความแข็งแกร่ง ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Floating Design ช่วยเสริมความรู้สึกไหลลื่นต่อเนื่อง และเป็นแนวคิดการออกแบบใหม่ที่ปรากฏครั้งแรกในรุ่น Revuelto ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ได้แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์กระทิงของแบรนด์
ส่วนท้ายของ Urus SE เน้นความกว้าง การออกแบบดิฟฟิวเซอร์ใหม่ และการปรับตำแหน่งป้ายทะเบียนให้ต่ำลง เพิ่มความสง่างามและประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อชุดไฟท้ายด้วยเส้นรูปตัว “Y” และสปอยเลอร์หลังที่ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์ ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหลังถึง 35% เมื่อเทียบกับ Urus S เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่อย่างมาก
นวัตกรรมอากาศพลศาสตร์: เย็นกว่า เร็วกว่า
Urus SE ได้รับการปรับปรุงช่องลมระบายความร้อนทั้งด้านหน้าและด้านล่างตัวรถ รวมถึงท่อลมเข้าแบบใหม่ ช่วยลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้ดีกว่าเดิมถึง 15% ประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วยอากาศของระบบเบรกยังเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ล้อ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว: สมรรถนะที่สัมผัสได้
Urus SE มาพร้อมล้อดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli P Zero เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะสูงสุด
ห้องโดยสาร “Feel like a pilot”: เทคโนโลยีและสุนทรียภาพที่เหนือกว่า
ภายในห้องโดยสารของ Urus SE ได้รับการตกแต่งใหม่ตามปรัชญา “Feel like a pilot” ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความหรูหรา แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่าย การตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมเคลือบผิวรูปตัว “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ และการใช้วัสดุใหม่ในการหุ้มเบาะที่นั่ง แผงหน้าปัด และบานประตู
Urus SE ยังมอบทางเลือกการตกแต่งภายในที่หลากหลายกว่า 47 คู่สี และ 4 สไตล์การเย็บตะเข็บ พร้อมโปรแกรม Ad Personam ที่ให้เจ้าของสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพียงหนึ่งเดียวในโลก
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: 800 แรงม้า สมรรถนะไร้ขีดจำกัด
หัวใจของ Urus SE คือเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร Twin-Turbo ให้กำลัง 620 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 192 แรงม้า แรงบิด 483 นิวตันเมตร การผสานการทำงานของทั้งสองระบบ มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และแรงบิดรวม 950 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ และ e-limited-slip differential Urus SE สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. ทำให้เป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Urus
โหมดการขับขี่ 10 รูปแบบ: ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ
Urus SE มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 10 โหมด ควบคุมผ่านแผง “Tamburo” บนคอนโซลกลาง อาทิ Strada, Sport, Corsa สำหรับการขับขี่บนถนนและสนามแข่ง รวมถึงโหมด Neve, Sabbia, และ Terra สำหรับสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับโหมด EV Drive, Hybrid, Performance, และ Recharge เพื่อการขับขี่ที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์
แบตเตอรี่ 25.7 kWh: วิ่งไกล 60 กม. ในโหมดไฟฟ้า
Urus SE มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 25.7 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดการปล่อยไอเสียได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
ราคาจำหน่าย: สัมผัสซูเปอร์คาร์แห่งยุคใหม่
Lamborghini Revuelto คือก้าวสำคัญของ Lamborghini สู่ยุคใหม่แห่งซูเปอร์คาร์ Plug-in Hybrid ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ผสมผสานสมรรถนะ ความหรูหรา และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับ Lamborghini Urus SE เปิดตัวในประเทศไทยพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
การเปิดตัวของ Lamborghini Revuelto และ Urus SE ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของซูเปอร์คาร์และซูเปอร์เอสยูวี แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงอนาคตแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าใคร ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lamborghini Revuelto และ Urus SE รวมถึงโปรแกรมการทดลองขับ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกแห่งซูเปอร์คาร์แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้