![[ครบชุด] T1403275 EP2 เพราะอารมณ วว อาจทำให ตค ณพ งท กอย าง และอาจต องเส ยใจไปตลอด](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260314_144616.jpg)
Lamborghini Revuelto: ตำนานกระทิงดุขุมพลัง Plug-in Hybrid สู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะ 1,015 แรงม้า
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่เทคโนโลยีและความแรงคือหัวใจหลัก Lamborghini ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัว Lamborghini Revuelto (แลมโบร์กินี่ เรวูเอลโต) การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์กระทิงดุด้วยขุมพลัง Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ไม่เพียงแต่จะสืบทอด DNA แห่งความดุดัน แต่ยังผสานนวัตกรรมเพื่ออนาคตของยนตรกรรมสมรรถนะสูง ด้วยกำลังรวมมหาศาลถึง 1,015 แรงม้า Revuelto ไม่ใช่แค่ซูเปอร์คาร์ แต่คือวิวัฒนาการที่เขย่าวงการ
จากการปล่อยทีเซอร์ภาพสปายช็อต และรายละเอียดทางเทคนิคมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด Lamborghini ก็ได้เผยโฉมซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ใหม่นี้อย่างเป็นทางการ ชื่อ “Revuelto” มาจากชื่อวัวกระทิงสายพันธุ์สเปนผู้กล้าหาญ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความไม่ยอมแพ้ และนี่คือรถรุ่นแรกของ Lamborghini ที่ก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งขุมพลังไฮบริดอย่างเต็มตัว
หัวใจ V12 NA และการผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้า: สมดุลแห่งความแรงและประสิทธิภาพ
หัวใจหลักของ Revuelto คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แบบ Atmospheric Aspirated (NA) ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนหน้า น้ำหนักเพียง 218 กิโลกรัม แต่ยังคงทรงพลังด้วยพละกำลังสูงสุด 825 แรงม้า ที่รอบจัดถึง 9,250 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร การปรับปรุงการไหลของไอดีและไอเสียใหม่ทั้งหมด ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์ V12 ได้อย่างเต็มที่
แต่ความอัศจรรย์ที่แท้จริงของ Revuelto คือการผสานกำลังอันไร้รอยต่อกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว โดยมอเตอร์ 2 ตัวจะประจำการอยู่ที่เพลาล้อหน้า ทำหน้าที่ควบคุมการขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive และอีก 1 ตัวที่เพลาล้อหลัง ซึ่งทำงานร่วมกับระบบส่งกำลัง เพื่อรีดเค้นพละกำลังรวมสูงสุดให้ทะลุ 1,015 แรงม้า การส่งกำลังทั้งหมดจะถ่ายทอดผ่านชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อรองรับการทำงานของระบบไฮบริดอย่างมีประสิทธิภาพ
สมรรถนะที่เหนือคำบรรยาย: สถิติใหม่บนถนนสาธารณะ
Lamborghini Revuelto ไม่ได้มีดีแค่ตัวเลขแรงม้าที่น่าตื่นตา แต่ยังมาพร้อมสมรรถนะที่พิสูจน์ถึงความก้าวล้ำทางวิศวกรรม อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาที และทะยานจาก 0-200 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 7 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 350 กม./ชม. เพื่อให้การขับขี่บนถนนมีความปลอดภัยสูงสุด
อีกหนึ่งโหมดการขับขี่ที่น่าสนใจคือ “Citta” หรือ “City Mode” ที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในเขตเมืองโดยเฉพาะ โหมดนี้จะเน้นการประหยัดพลังงาน โดยจำกัดกำลังขับเคลื่อนไว้ที่ 180 แรงม้า เพื่อให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและลดการปล่อยมลพิษ
นวัตกรรมแบตเตอรี่และระบบชาร์จ: พลังงานที่พร้อมเสมอ
หัวใจสำคัญของระบบ PHEV คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 3.8 kWh ที่ถูกติดตั้งอย่างชาญฉลาดในอุโมงค์เพลากลาง ด้วยขนาดความยาว 1,550 มม. สูง 301 มม. และกว้าง 240 มม. ตำแหน่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการกระจายน้ำหนักที่สมดุล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถังอีกด้วย
การชาร์จแบตเตอรี่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถชาร์จจนเต็มได้ด้วยกำลังไฟ 7kW หรือจะเลือกชาร์จผ่านเครื่องยนต์ V12 โดยตรง หรือจากการเบรก (Regenerative Braking) ซึ่งใช้เวลาเพียง 6 นาที เท่านั้น ก็เพียงพอสำหรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางหนึ่ง
โครงสร้าง Monofuselage: เบา แข็งแกร่ง และปลอดภัยยิ่งขึ้น
Lamborghini Revuelto มาพร้อมโครงสร้างตัวถังใหม่ที่เรียกว่า “Monofuselage” โดยส่วนหน้าทั้งหมดทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่งผลให้น้ำหนักเบาลงกว่าโครงสร้างเดิมถึง 10% และเพิ่มความแข็งแกร่งต่อการบิดตัวได้ถึง 25% พร้อมกันนี้ยังมีการนำคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในส่วนแชสซีส์, เฟรม Rocker Ring และซับเฟรมหน้าที่เรียกว่า “Corn” ส่วนเฟรมหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมเกรดสูง เพื่อความทนทานและสมรรถนะ
ด้วยเทคโนโลยีและวัสดุที่ล้ำสมัยนี้ ทำให้ Lamborghini Revuelto มีน้ำหนักตัวที่ 1,772 กก. ซึ่งมากกว่า Aventador Ultimae (1,550 กก.) อันเป็นผลมาจากการเพิ่มระบบมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ
การออกแบบที่สะท้อนจิตวิญญาณกระทิงดุ: สปอร์ต ดุดัน และล้ำสมัย
การออกแบบภายนอกของ Revuelto ยังคงสืบทอด DNA แห่งซูเปอร์คาร์ของ Lamborghini โดยเฉพาะจากรุ่น Aventador ประตูแบบ Scissor Doors อันเป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ แต่มาพร้อมกับการออกแบบตัวถังใหม่ที่เฉียบคมและล้ำสมัยยิ่งขึ้น ไฟ LED DRL และไฟท้ายทรง Y-shape อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ถูกนำมาใช้ เสริมด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ กันชนท้ายสไตล์ดุดัน และแผงดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้าถึง 33% และแรงกดด้านหลังถึง 74% เมื่อเทียบกับ Aventador Ultimae
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่าง เช่น ปลายท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมคู่ที่วางตำแหน่งกึ่งกลางบั้นท้าย ฝาปิดห้องเครื่องคาร์บอนไฟเบอร์ และปีกหลังแบบแอคทีฟที่สามารถปรับระดับได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 13 โหมด
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: Y-shape Design ผสานเทคโนโลยีและสุนทรียภาพ
ภายในห้องโดยสารของ Revuelto ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบสไตล์ Y-shape ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini แต่ได้รับการยกระดับด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น หน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน หน้าจอระบบอินโฟเทนเมนท์แนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) เพื่อให้ระบบทันสมัยอยู่เสมอ และพิเศษสุดคือหน้าจอดิจิทัลขนาด 9.1 นิ้ว ที่ติดตั้งไว้ด้านหน้าผู้โดยสาร เพื่อมอบประสบการณ์ที่เท่าเทียมกัน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ช่วยให้ควบคุมระบบต่างๆ รวมถึงโหมด EV ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ ผสมผสานหนังคุณภาพสูงเข้ากับวัสดุไมโครไฟเบอร์รีไซเคิล คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ และปุ่ม Push Start พร้อมฝาครอบดีไซน์เฉพาะตัว ล้วนแต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารให้เหนือกว่า
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ: ปกป้องทุกการเดินทาง
Lamborghini Revuelto มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning), ระบบตรวจจับจุดบอด (Blind Spot Detection), ระบบ Adaptive Cruise Control และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning) เพื่อมอบความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดในทุกการขับขี่
อนาคตของ Lamborghini: ก้าวต่อไปของซูเปอร์คาร์ไฮบริด
แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับ Revuelto แต่ก็ได้ให้คำมั่นว่ารถรุ่นนี้คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง หาก Revuelto ได้รับการตอบรับที่ดีตามที่คาดหวัง เราอาจจะได้เห็นรุ่น Roadster และรุ่น SV ที่จะต่อยอดความสำเร็จนี้ต่อไปในอนาคต
Lamborghini Urus SE: ซูเปอร์ SUV Plug-in Hybrid เปิดศักราชใหม่ในประเทศไทย
ในอีกมิติหนึ่งของแบรนด์กระทิงดุ Lamborghini ยังคงสร้างปรากฏการณ์ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Urus SE ซูเปอร์ SUV รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ในประเทศไทย ที่บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมนี้สู่ตลาด ด้วยกำลังรวม 800 แรงม้า และความสามารถในการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กิโลเมตร Urus SE ได้นิยามใหม่ของคำว่า “ซูเปอร์ SUV”
ดีไซน์ Aerodynamic อันทรงพลัง: สปอร์ต แข็งแกร่ง และไหลลื่น
Urus SE ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ เส้นสายที่เฉียบคมสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตและความแข็งแกร่งบึกบึน ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่แบบ “Floating Design” ไร้รอยต่อ สร้างความรู้สึกต่อเนื่องและลื่นไหล ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบรุ่น Revuelto
ชุดไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากเขาของวัวกระทิง สัญลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนท้ายรถเน้นความกว้างด้วยดิฟฟิวเซอร์ใหม่ และการปรับตำแหน่งช่องติดป้ายทะเบียนให้ต่ำลง ตะแกรงด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Gallardo ผสานเส้นสายได้อย่างลงตัว ชุดไฟท้ายรูปตัว “Y” เชื่อมต่อกันด้วยเส้นสายที่สง่างาม สปอยเลอร์หลังใหม่ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์เพื่อเพิ่มแรงกดด้านหลังได้ถึง 35% เมื่อเทียบกับ Urus S ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
นอกจากนี้ Urus SE ยังมีการปรับปรุงช่องระบายลมและช่องดักอากาศใหม่ เพื่อลดความร้อนของชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่น Urus เดิมถึง 15% ระบบระบายความร้อนของเบรกได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นถึง 30%
ล้อ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว: ยืนยันความสปอร์ตเต็มพิกัด
Urus SE มาพร้อมล้อดีไซน์ Galanthus ขนาด 23 นิ้ว ที่รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ประสิทธิภาพสูง เพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบ
ห้องโดยสาร “Feel like a pilot”: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ดิจิทัล
ภายในห้องโดยสารของ Urus SE ได้รับการออกแบบภายใต้ปรัชญา “Feel like a pilot” เพื่อยกระดับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และระบบดิจิทัล แผงคอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ Human Machine Interface (HMI) เวอร์ชันใหม่ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมเคลือบผิวรูปตัว “Y” อันเป็นเอกลักษณ์ และการเลือกใช้วัสดุใหม่ที่เบาะนั่งและแผงตกแต่ง เพิ่มความหรูหราและความรู้สึกพรีเมียม
Lamborghini Urus SE ยังมอบทางเลือกในการตกแต่งภายในที่หลากหลาย ด้วยคู่สีถึง 47 แบบ และสไตล์การเย็บตะเข็บถึง 4 แบบ (Q-citura stitching) พร้อมตัวเลือกจากโปรแกรม Ad Personam ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้
ขุมพลัง V8 Twin-Turbo PHEV: สมรรถนะเหนือชั้น 800 แรงม้า
หัวใจของ Urus SE คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 456 kW (620 แรงม้า) แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 483 นิวตันเมตร เมื่อผสานกำลังทั้งสองระบบ จะได้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 800 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 950 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเวอร์ชันใหม่ ที่มาพร้อมระบบ e-limited-slip differential
ด้วยพละกำลังอันมหาศาลนี้ Urus SE สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กม./ชม. ทำให้เป็นซูเปอร์ SUV ที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Urus
โหมดขับขี่หลากหลาย: ปรับตามสไตล์ ปรับตามสภาพถนน
Urus SE มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 10 โหมด ที่สามารถควบคุมผ่านแผงควบคุม “Tamburo” บนคอนโซลกลาง อาทิ Strada, Sport, Corsa สำหรับการขับขี่บนท้องถนนและสนามแข่ง รวมถึงโหมด Neve, Sabbia และ Terra สำหรับพื้นผิวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีโหมด EV Drive, Hybrid, Performance และ Recharge เพื่อตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งาน
แบตเตอรี่ Plug-in Hybrid: พิสัยการเดินทางไกล 60 กม. และการลดมลพิษ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 25.7 kWh ทำให้ Urus SE สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 60 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดการปล่อยไอเสียได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับ Urus S
สีสันและทางเลือกในการตกแต่ง: สร้างสรรค์ความเป็นคุณ
Urus SE มีให้เลือกในหลากหลายเฉดสี และมีออปชันการตกแต่งมากกว่า 100 รายการ พิเศษสำหรับรุ่นนี้คือ 2 โทนสีใหม่ คือ Arancio Egon (สีส้ม) ที่จับคู่กับการตกแต่งภายในสี Arancio Apodis (สีส้ม) และสี Bianco Sapphirus (สีขาว) ที่จับคู่กับภายในสี Terra Kedros (สีน้ำตาลแดง)
ราคาจำหน่ายในประเทศไทย: เริ่มต้นที่ 24.9 ล้านบาท
Lamborghini Urus SE วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 24.9 ล้านบาท
การมาถึงของ Lamborghini Revuelto และ Urus SE ถือเป็นก้าวสำคัญของ Lamborghini ในการผสมผสานสมรรถนะที่เหนือชั้นเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมแห่งอนาคตที่ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งกระทิงดุอย่างสมบูรณ์แบบ หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ความหรูหรา และนวัตกรรม สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือระดับเหล่านี้ได้แล้ววันนี้
พร้อมสัมผัสปรากฏการณ์ใหม่แห่งซูเปอร์คาร์? ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม และเริ่มต้นการเดินทางสู่โลกของ Lamborghini ได้เลยวันนี้