
Aston Martin: การขับเคลื่อนแห่งอนาคต สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมประสิทธิภาพสูงและยั่งยืน
ในโลกที่การพัฒนาเทคโนโลยีก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง ยนตรกรรมแห่งอนาคตได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกต่างมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำ Aston Martin แบรนด์หรูสัญชาติอังกฤษ ผู้สืบทอดตำนานแห่งสมรรถนะและความสง่างามกว่าศตวรรษ กำลังประกาศศักดาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมแห่งอนาคตที่น่าจับตามอง พร้อมกับการประกาศกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ
Aston Martin Valkyrie AMR Pro: สุดยอดไฮเปอร์คาร์แห่งสนามแข่ง สู่ปรากฏการณ์ที่เหนือจินตนาการ
Aston Martin Valkyrie AMR Pro คือนิยามใหม่ของไฮเปอร์คาร์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของนักขับในสนามแข่งโดยเฉพาะ ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 40 คันทั่วโลก ยนตรกรรมชิ้นเอกนี้ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ สนามแข่ง F1 ณ ประเทศบาห์เรน การปรากฏตัวของ Valkyrie AMR Pro พร้อมกับการขับขี่สาธิตสมรรถนะโดย เดิร์ก มุลเลอร์ นักแข่งผู้มีประสบการณ์ ได้นำเสนอพละกำลังที่น่าทึ่งกว่า 1,000 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V12 สูบ ขนาด 6.5 ลิตร ที่สามารถหมุนได้สูงสุดถึง 11,000 รอบต่อนาที สร้างเสียงคำรามกึกก้องที่ปลุกเร้าทุกโสตประสาท
การออกแบบของ Valkyrie AMR Pro ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกถึงความงามสง่า แต่ยังสะท้อนถึงวิศวกรรมอากาศพลศาสตร์อันล้ำสมัยที่เหนือกว่ารถแข่งระดับ Le Mans ช่วยสร้างแรงกด (downforce) มหาศาล ทำให้รถสามารถยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงแม้ในความเร็วสูงสุด การผสานรวมเทคโนโลยีล้ำยุคเข้ากับดีไซน์ที่ดุดันและปราดเปรียว ทำให้ Aston Martin Valkyrie AMR Pro ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Aston Martin ในการผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะซูเปอร์คาร์
Aston Martin V12 Vantage: บทสรุปตำนานแห่ง V12 แรง ทรงพลัง และพิเศษสุด
ท่ามกลางความน่าตื่นตาตื่นใจของไฮเปอร์คาร์ Aston Martin ยังได้เปิดตัว V12 Vantage รถสปอร์ตคูเป้ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมกับขุมพลัง V12 อันเป็นเอกลักษณ์ การปรากฏตัวของ V12 Vantage รุ่นใหม่นี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองตำนานอันยาวนานกว่า 15 ปีของตระกูล Vantage ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและความคล่องแคล่วในการขับขี่
V12 Vantage รุ่นพิเศษนี้ได้รับการอัปเกรดขุมพลังครั้งสำคัญ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ขนาด 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 700 แรงม้า ณ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 753 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,800 ถึง 6,000 รอบต่อนาที สมรรถนะอันดุดันนี้ ทำให้ V12 Vantage สามารถเร่งความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 322 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เพื่อเสริมสมรรถนะที่เหนือชั้น V12 Vantage ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดุดันยิ่งขึ้น ด้วยการขยายโป่งซุ้มล้อเพิ่มขึ้น 40 มิลลิเมตร ตัวถังที่กว้างขึ้นนี้ มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัดจากการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุผสม รวมถึงการติดตั้งชุดท่อไอเสียสเตนเลสที่บางเพียง 1 มิลลิเมตร นอกจากนี้ แพ็กเกจอโรไดนามิกที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยสร้างแรงกดที่ความเร็วสูงสุดได้ถึง 204 กิโลกรัม สร้างความมั่นใจในการควบคุมรถได้อย่างเหนือชั้น
การผลิต V12 Vantage รุ่นพิเศษนี้ ถูกจำกัดไว้เพียง 333 คันทั่วโลก และได้รับความสนใจจนถูกจับจองจนหมดอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของผู้ที่ต้องการครอบครองยนตรกรรมแห่งตำนานที่มีสมรรถนะสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin
กลยุทธ์ Racing. Green.: ก้าวสู่ความยั่งยืน ยกระดับแบรนด์ Aston Martin
นอกเหนือจากการเปิดตัวยนตรกรรมที่น่าตื่นเต้น Aston Martin ยังได้ประกาศถึงวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กลยุทธ์ “Racing. Green.” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความมุ่งมั่นในสมรรถนะการแข่งขัน (Racing) และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Green) กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญขององค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์หรูระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
Aston Martin ได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการลดการปล่อยมลพิษจากโรงงานผลิตให้เป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2030 และขยายไปยังเครือข่ายซัพพลายเออร์ทั้งหมดภายในปี 2039 โดยได้รับการรับรองตามเกณฑ์ของ Science Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการตั้งเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว Aston Martin ได้วางแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ดังนี้:
Aston Martin Valhalla: ไฮเปอร์คาร์ขุมพลังไฮบริดคันแรกที่คาดว่าจะเริ่มส่งมอบในช่วงปี 2024
รถยนต์ไฟฟ้า (BEV): การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่รุ่นแรกภายในปี 2025
ขุมพลังไฮบริด: การนำเสนอทางเลือกขุมพลังไฮบริดสำหรับรถสปอร์ต, รถยนต์ GT และ SUV ทุกรุ่นภายในปี 2030
การดำเนินงานที่ผ่านมา Aston Martin ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2020-2021 ได้ลดความเข้มข้นของการปล่อยมลพิษจากธุรกิจในสหราชอาณาจักรลงถึง 44% นอกจากนี้ ยังมีแผนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 14,000 แผง ที่โรงงานในเวลส์ ซึ่งจะสามารถทดแทนพลังงานที่ใช้ในแต่ละปีได้ถึง 20%
นอกจากนี้ Aston Martin ยังได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการกำจัดขยะพลาสติกภายใน 3 ปีข้างหน้า ลดการใช้น้ำลง 15% และเลือกใช้วัสดุ “Green Aluminum Alloy” ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการนำเสนอทางเลือกในการตกแต่งห้องโดยสารที่ไม่ใช้วัสดุจากหนังสัตว์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Aston Martin Bangkok: มอบประสบการณ์เหนือระดับ พร้อมข้อเสนอพิเศษ
ในโอกาสพิเศษนี้ Aston Martin Bangkok พร้อมมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าผู้ครอบครอง Aston Martin ทุกรุ่น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ตรวจเช็กการทำงานของระบบต่างๆ ด้วยเครื่องมือพิเศษฟรี! พร้อมรับส่วนลด 10% สำหรับของเหลว และส่วนลด 20% สำหรับค่าอะไหล่ ข้อเสนอสุดพิเศษนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยนตรกรรม Aston Martin และข้อเสนอพิเศษ สามารถติดต่อได้ที่ Aston Martin Bangkok: โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3), 02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน) หรือเยี่ยมชมผ่านทาง Facebook: Astonmartinbangkok
Aston Martin กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมและยั่งยืน ด้วยการผสมผสานสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ยนตรกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำของ Aston Martin ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการเดินทาง.