BMW Xpo 2017: ยกระดับประสบการณ์ยานยนต์สุดหรูในไทย สู่ยุคใหม่แห่งสมรรถนะและนวัตกรรม
ในโลกที่การพัฒนายานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง ตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยเองก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและเ
ทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ การจัดงาน BMW Xpo 2017 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน 2560 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BMW ประเทศไทย ในการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำแห่งวงการยานยนต์หรู ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่โดดเด่นทั้งในด้านสมรรถนะ การออกแบบ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BMW M4 DTM Champion Edition ที่มาพร้อมคุณสมบัติอันน่าทึ่งและรุ่นซีรีส์ 7 ใหม่ ที่ผสานความหรูหราเข้ากับนวัตกรรมอันล้ำหน้าได้อย่างลงตัว
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มาเป็นเวลากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ BMW มาโดยตลอด จากแบรนด์ที่เน้นสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ สู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและระบบขับขี่อัตโนมัติในปัจจุบัน การเปิดตัวในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ BMW ที่พร้อมจะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
BMW M4 DTM Champion Edition: ตำนานแห่งชัยชนะบนท้องถนน
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ BMW โดยเฉพาะตระกูล M การปรากฏตัวของ BMW M4 DTM Champion Edition ในงาน BMW Xpo 2017 ถือเป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด การผลิตทั่วโลกเพียง 200 คัน สะท้อนถึงความพิเศษและคุณค่าของการเป็นของสะสมอย่างแท้จริง รถยนต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของนักแข่งชาวเยอรมัน Marco Wittmann จาก BMW Team RMG ในการคว้าแชมป์ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ฤดูกาล 2016 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือตัวแทนแห่งจิตวิญญาณแห่งชัยชนะที่ BMW ต้องการส่งมอบให้กับผู้ครอบครอง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BMW M4 DTM Champion Edition แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ คือการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมระบบหัวฉีดน้ำ (water injection) ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วใน BMW M4 GTS มาต่อยอด ทำให้เครื่องยนต์สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 368 กิโลวัตต์ หรือ 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ซึ่งสูงกว่า BMW M4 รุ่นมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 69 แรงม้า และ 50 นิวตันเมตร) ตัวเลขสมรรถนะนี้แปลเป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้จริงบนถนน ตั้งแต่การออกตัว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ไปจนถึงความเร็วสูงสุดที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่คือรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ เร้าใจ และท้าทายทุกการควบคุม
การออกแบบของ BMW M4 DTM Champion Edition ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งได้อย่างชัดเจน ชิ้นส่วนต่างๆ เช่น กระโปรงหน้า-หลัง หลังคา แผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย ล้วนใช้วัสดุพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) น้ำหนักเบาพิเศษ ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถ เพิ่มความคล่องตัว แต่ยังส่งผลดีต่อหลักอากาศพลศาสตร์อีกด้วย ชุดท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตพร้อมท่อเก็บเสียงจากไทเทเนียม ยิ่งเพิ่มความสปอร์ตและความเร้าใจในทุกการขับขี่
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร คุณจะพบกับเบาะคู่หน้าแบบ M Carbon bucket seat ที่โอบกระชับพร้อมหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และหนังแกะ Merino คุณภาพสูง การตกแต่งภายในเน้นความสปอร์ตแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราด้วยการใช้วัสดุ Alcantara ในส่วนต่างๆ และพวงมาลัย M Sports ที่พร้อมธงสีเทาบอกตำแหน่ง 12 นาฬิกา อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนเบาะหลังถูกแทนที่ด้วยโครงเหล็ก rollover bar เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่สไตล์สปอร์ตเต็มพิกัด
แม้จะเป็นรถยนต์ที่เน้นสมรรถนะ แต่ BMW M4 DTM Champion Edition ก็ไม่ละทิ้งฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ระบบนำทาง Professional, ไฟหน้า LED พร้อมระบบ BMW Selective Beam, ไฟท้ายแบบ OLED, ระบบช่วยจอด Park Distance Control, และกระจกมองข้าง/ในที่ปรับความสว่างอัตโนมัติ ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้ประสบการณ์การขับขี่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ราคาจำหน่าย 13,939,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard) นั้นสะท้อนถึงความพิเศษของยนตรกรรมรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน
BMW ซีรีส์ 7 ใหม่: นิยามใหม่แห่งความหรูหราที่ผสานเทคโนโลยี
นอกเหนือจากขุมพลังสปอร์ตสุดเร้าใจแล้ว BMW ยังได้นำเสนอสองรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลซีรีส์ 7 ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกขั้น คือ 730Ld Pure Excellence และ 740Le xDrive Pure Excellence ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นตัวแทนของความล้ำสมัย เทคโนโลยี และความหรูหราขั้นสูงสุดในตลาดรถยนต์ซีดานพรีเมียม
BMW 740Le xDrive Pure Excellence คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะที่เหนือชั้น ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และความหรูหราที่สัมผัสได้ในทุกรายละเอียด ด้วยโครงสร้างตัวถัง Carbon Core ที่เป็นนวัตกรรมสำคัญของ BMW ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่งควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ทำให้รถยนต์คันนี้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และทรงพลัง
เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้า ซึ่งถือเป็นขุมพลัง 4 สูบที่ทรงพลังที่สุดของ BMW ในปัจจุบัน เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังเพิ่มเติมสูงสุด 83 กิโลวัตต์ หรือ 113 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน ระบบส่งกำลังจะมอบกำลังรวม 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร การผสานการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ BMW 740Le xDrive Pure Excellence สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม
เทคโนโลยี Efficient Dynamics ที่ BMW นำมาใช้ในซีรีส์ 7 รุ่นใหม่นี้ คือหัวใจสำคัญที่ยกระดับการขับขี่ให้ก้าวข้ามทุกความคาดหวัง นวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มสมรรถนะ แต่ยังลดการปล่อยมลพิษและเพิ่มความประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ราคาจำหน่าย 6,339,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard) เป็นราคาที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีและคุณค่าที่ BMW มอบให้
สำหรับ BMW 730Ld Pure Excellence ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ก็มาพร้อมสมรรถนะที่น่าประทับใจเช่นกัน ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.2 วินาที
เช่นเดียวกับรุ่น 740Le xDrive Pure Excellence, BMW 730Ld Pure Excellence ก็ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างตัวถัง Carbon Core และเทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของรถลงได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การผสมผสานวัสดุ CFRP เข้ากับเหล็กกล้าและอลูมิเนียม ทำให้ตัวถังมีความแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนห้องโดยสาร ขณะเดียวกันก็ช่วยให้รถมีน้ำหนักเบาลง ส่งผลต่อการขับขี่ที่คล่องตัวและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ราคาจำหน่าย 5,839,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานพรีเมียมที่มอบทั้งความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยี
BMW Xpo 2017: มหกรรมยานยนต์ที่ครบครันทุกความต้องการ
นอกเหนือจากไฮไลท์หลักอย่าง BMW M4 DTM Champion Edition และซีรีส์ 7 รุ่นใหม่แล้ว งาน BMW Xpo 2017 ยังได้นำเสนอยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่ BMW X5 xDrive40e Pure Experience ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ในตระกูล SUV ไปจนถึง BMW i8 Protonic Frozen Black Edition ยนตรกรรมสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัยและสีพิเศษ
การจัดแสดงที่แบ่งเป็น 5 โซน ครอบคลุมตระกูลรถยนต์ต่างๆ ทั้งซีรีส์ 3, 5, 7, ตระกูล X และตระกูล i ทำให้ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสและเปรียบเทียบรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมข้อเสนอโปรโมชั่นพิเศษภายในงานที่น่าสนใจ
BMW Xpo 2017 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์ใหม่ แต่เป็นการย้ำเตือนถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการนำเสนอสุดยอดประสบการณ์ยานยนต์ สู่ตลาดประเทศไทย การลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนารถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบสนองอารมณ์และความต้องการของลูกค้า ถือเป็นแนวทางที่ BMW ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ ผมมองว่า BMW Xpo 2017 เป็นงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการนำเสนอรถยนต์ที่ผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และสมรรถนะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BMW M4 DTM Champion Edition ที่แสดงให้เห็นถึง DNA แห่งชัยชนะและความเป็นที่สุดของ BMW M และซีรีส์ 7 ที่ยกระดับนิยามของความหรูหราและการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
สำหรับผู้ที่สนใจในยนตรกรรมระดับพรีเมียม หรือกำลังมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า การมาเยือนงาน BMW Xpo 2017 จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ในวงการยานยนต์ และทำให้คุณได้สัมผัสถึง “Sheer Driving Pleasure” ที่เป็นหัวใจหลักของ BMW ได้อย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ BMW มือสองสภาพดี การันตีคุณภาพ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมที่ One2Car เพื่อค้นหารถยนต์ที่ตรงกับความต้องการของคุณได้เลย.