Lamborghini Temerario: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ด้วยขุมพลัง V8 ไฮบริด 920 แรงม้า
ในวงการซูเปอร์คาร์ระดับโลก ชื่อของ Lamborghini คือหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความแรง ดีไซน์ที่เร้าใจ และสมรรถนะอันไร้ขี
ดจำกัด และในวันนี้ แบรนด์กระทิงดุจากอิตาลีได้ประกาศศักดาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ไม่เพียงแต่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
นิยามใหม่ของ “Fuoriclasse”
Temerario ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการนิยามใหม่ของคำว่า “Fuoriclasse” ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียนที่หมายถึง “เหนือชั้น” หรือ “ยอดเยี่ยมไร้คู่แข่ง” การถือกำเนิดของ Temerario สะท้อนถึงปรัชญาอันไม่หยุดนิ่งของ Lamborghini ในการพัฒนานวัตกรรม การผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญที่สุด คือการส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและตราตรึงให้กับผู้ครอบครอง
“Temerario คือตัวแทนของ DNA ที่แท้จริงของ Lamborghini: ประสิทธิภาพอันเหนือชั้น ดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา และความรู้สึกของการได้ขับขี่รถยนต์ที่ไม่เหมือนใคร” มร. สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lamborghini กล่าว “เราไม่เพียงแต่ต้องการสร้างรถยนต์ที่ทรงพลังกว่ารุ่นก่อน แต่ยังต้องคำนึงถึงความยั่งยืนตามเป้าหมายของเราในกลยุทธ์ ‘Direzione Cor Tauri’ Temerario คือก้าวสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่อนาคต และตอกย้ำความเป็นผู้นำของแบรนด์ในกลุ่มซูเปอร์สปอร์ตคาร์ไฮบริด”
ขุมพลัง V8 ไฮบริด: สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Lamborghini Temerario คือระบบส่งกำลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดในโรงงาน Sant’Agata Bolognese ประเทศอิตาลี การผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ สมรรถนะสูง กับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สร้างกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า (CV) และแรงบิดมหาศาล โดยเครื่องยนต์ V8 ตัวใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองอย่างฉับไว สามารถทำความเร็วรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ยุคปัจจุบัน
“เราต้องการสร้างเครื่องยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์แบบดั้งเดิม โดยการผสานข้อดีของเครื่องยนต์สันดาปภายในรอบสูงเข้ากับพละกำลังของระบบไฟฟ้า” มร. รูเว็น โมห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค Lamborghini อธิบาย “มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมกำลังในช่วงออกตัวและเร่งความเร็ว แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานกลับ ทำให้ Temerario มอบอัตราเร่งที่น่าทึ่ง จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดทะลุ 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง”
เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ รหัสภายใน “L411” นี้ มีความจุ 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ 9,000-9,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000-7,000 รอบต่อนาที การทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า P1 ที่ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ DCT 8 สปีด ช่วยเสริมการตอบสนองให้ฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ และยังทำหน้าที่เสมือน “ตัวทดแทนแรงบิด” (Torque Filler) เพื่อให้ความรู้สึกถึงอัตราเร่งที่ต่อเนื่องและทรงพลัง จนถึงรอบสูงสุดที่ 10,000 รอบต่อนาที
โครงสร้างเครื่องยนต์แบบ “Hot V8” ที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทั้งสองตัวถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่ง V ของเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตั้งและการระบายความร้อน เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ที่ใช้ในรถแข่ง ช่วยให้การจุดระเบิดมีความสม่ำเสมอ สร้างเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจและเป็นเอกลักษณ์ ก้านสูบไทเทเนียมช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง วัสดุที่ใช้หล่อเครื่องยนต์เป็นอะลูมิเนียมอัลลอย A357 ผสมทองแดง ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในมอเตอร์สปอร์ต
ระบบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์: ดนตรีแห่งพละกำลัง
Lamborghini ไม่เคยละเลยประสบการณ์ทางโสตสัมผัส และ Temerario คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจน ทีมวิศวกรได้ทุ่มเทอย่างมากในการพัฒนาระบบเสียงของรถยนต์รุ่นนี้ เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini อย่างแท้จริง
“เสียงของเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบใน Temerario จะสร้างความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” มร. โมห์ อธิบาย “เมื่อเครื่องยนต์เร่งรอบ เสียงจะมีความกว้างและความถี่ที่มากขึ้น ผสานกับเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ช่วยขับเน้นพลังของการขับเคลื่อน เสียงเหล่านี้จะแปรผันไปตามความเร็วของเครื่องยนต์ มอบประสบการณ์ที่น่าเพลิดเพลินต่อทุกประสาทสัมผัส”
การสร้างสรรค์คุณภาพเสียงสุดพิเศษนี้ อาศัยความซับซ้อนทางเทคนิคอย่างมหาศาล ทั้งการใช้เอฟเฟกต์เสียงความถี่สูง การเชื่อมต่อพิเศษระหว่างแถวเครื่องยนต์ ระบบเก็บเสียงและวาล์วไอเสียที่ปรับจูนให้เหมาะสมกับแต่ละโหมดการขับขี่ ระบบไอเสียถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นเสียงของกระบวนการเผาไหม้ โดยการเดินแนวท่อที่ไหลลื่น และการกำหนดตำแหน่งปลายท่อไอเสียอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างเสียงความถี่สูงอันเฉียบคม ระบบ Symposer ยังช่วยส่งคลื่นเสียงเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำ
Temerario ยังนำเสนอเสียงเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันในแต่ละโหมดการขับขี่:
โหมด Città: มอบเสียงที่ฟังสบาย ระดับพรีเมียม ด้วยโทนเสียงพิเศษจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่นุ่มนวล ลื่นไหล และน่าพึงพอใจ ในโหมดนี้ Temerario จะไม่มีการปล่อยมลพิษและทำงานเงียบมาก
โหมด Strada: เหมาะสำหรับการวิ่งบนถนนในชนบทและมอเตอร์เวย์ มอบประสบการณ์การขับขี่ของเครื่องยนต์ V8 พร้อมการกระจายความถี่เสียงที่สม่ำเสมอ มอบความสุขในการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เปี่ยมด้วยความสุขุม
โหมด Sport และ Corsa: ขยายเสียงโอเวอร์โทนระดับสูง ผสานกับเสียงช่องลม เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ทรงพลังและดังเร้าใจ เมื่อเครื่องยนต์แตะ 10,000 รอบต่อนาที Temerario จะส่งมอบกำลัง 920 CV พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มและเป็นเอกลักษณ์
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า
Temerario ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนกำลังสูง (4,500 วัตต์/กก.) ไว้ในช่องกลางลำตัวรถ เพื่อให้ได้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำที่สุดและการกระจายน้ำหนักที่เหมาะสมที่สุด แบตเตอรี่ได้รับการปกป้องด้วยโครงสร้างด้านล่าง และเชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ชุดแบตเตอรี่ขนาด 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จไฟใหม่ได้จากไฟฟ้ากระแสสลับทั่วไปในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถชาร์จไฟจากระบบเบรกแบบ Regenerative Braking และจากเครื่องยนต์ V8 ได้โดยตรง
ระบบ e-axle ด้านหน้า ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวม 220 กิโลวัตต์ (299 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 2,150 นิวตันเมตร ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพลาหน้าเมื่อใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ การออกแบบที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับตัวเครื่องยนต์ V8 โดยตรง โดยไม่ต้องใช้คลัตช์กลาง ช่วยลดความหน่วงของเทอร์โบ และยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ทและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ระบบเกียร์ DCT 8 สปีด: ความแม่นยำที่ไร้ที่ติ
ระบบเกียร์คลัตช์คู่ (DCT) 8 สปีด เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบส่งกำลังไฮบริดรุ่นที่สองของ Lamborghini ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด การวางเลย์เอาต์ที่กะทัดรัด ติดตั้งอยู่ด้านหลังเครื่องยนต์ V8 ช่วยให้ประหยัดพื้นที่และน้ำหนัก
DCT ใหม่นี้มีน้ำหนักน้อยกว่าเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดในรุ่น Huracán เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วกว่า และมีขนาดที่เล็กเป็นพิเศษ เพียง 560 มม. x 750 มม. x 580 มม. การติดตั้งเกียร์ไว้ด้านหลังเครื่องยนต์ V8 ยังช่วยเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางสำหรับติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และช่วยให้การกระจายน้ำหนักของ Temerario มีความสมดุลยิ่งขึ้น
ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสประสบการณ์การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วทันใจ ทั้งในโหมดสปอร์ตและการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ระบบสามารถลดเกียร์ลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างง่ายดาย และเกียร์อัตราทดยาว 8 สปีด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านเชื้อเพลิงและการขับขี่ที่ความเร็วคงที่
ดีไซน์อันเป็นไอคอนิก: DNA แห่ง Lamborghini
Temerario ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Lamborghini Centro Stile ในการกำหนดทิศทางภาษาการออกแบบแห่งอนาคต ด้วยสไตล์ “Essential and Iconic” (เนื้อแท้แห่งดีไซน์ระดับไอคอนิก) ผสานกับพื้นผิวที่สวยงาม และเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว
“เราต้องการสร้างซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้” มร. มิตจา บอร์เคิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ Lamborghini กล่าว “Temerario สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์อย่างชัดเจน ด้วยเส้นสายที่เด่นชัด การออกแบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม และรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์อย่างไฟหกเหลี่ยม Daytime Running Light (DRL) รูปแบบใหม่”
รูปทรงหกเหลี่ยมนี้กลายเป็นธีมหลักของการออกแบบทั่วทั้งคัน ทั้งในส่วนตัวถัง ช่องลมเข้า ไฟท้าย และท่อไอเสีย ดีไซน์ไฟหน้าแบบเฉียบคมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถจักรยานยนต์สปอร์ต ผสานเข้ากับเส้นสายที่แข็งแกร่ง และห้องโดยสารที่เพรียวลู่ไปทางด้านหลัง
ด้านข้างของ Temerario มีความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่ทอดยาวจากด้านหน้าขึ้นไปเหนือประตู ช่องดักอากาศขนาดใหญ่หลังประตูข้างรับประกันการไหลเวียนอากาศที่เพียงพอสำหรับเครื่องยนต์ V8 สมรรถนะสูง สปอยเลอร์หลังแบบฟิกซ์ตำแหน่งเน้นย้ำความกว้างด้านหลังของรถ ขณะที่ส่วนท้ายรถที่กะทัดรัดผสานรายละเอียดจากมอเตอร์สปอร์ตเข้าไว้อย่างลงตัว เช่น ดิฟฟิวเซอร์ขนาดกว้าง และท่อไอเสียรูปหกเหลี่ยม
หลังคาได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยรูปทรงที่เอนลู่ไปทางด้านหลังช่วยนำอากาศไปยังปีกหลังโดยตรง ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ หม้อน้ำ และเทอร์โบชาร์จเจอร์
ห้องโดยสาร “Feel like a pilot”: สุนทรียศาสตร์แห่งการควบคุม
ปรัชญา “รู้สึกเสมือนเป็นนักบิน” (Feel like a pilot) ของ Lamborghini กลับมามีชีวิตอีกครั้งใน Temerario ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำ แดชบอร์ดดีไซน์เพรียวบาง และองศาการเอียงพวงมาลัยที่สมบูรณ์แบบ การผสมผสานระหว่างหน้าจอดิจิทัลและปุ่มควบคุมแบบกลไก สร้างประสบการณ์สุดพิเศษ
“เราต้องการให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์” มร. บอร์เคิร์ต อธิบาย “Temerario มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในแบบฉบับ Lamborghini ด้วยเบาะนั่งไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตที่โอบอุ้มผู้โดยสารอย่างมั่นคง วัสดุคุณภาพสูง เช่น คาร์บอน หนัง และไมโครไฟเบอร์ Corsatex ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งภายใน เพื่อสร้างความหรูหราและสปอร์ต”
พวงมาลัยที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชันการขับขี่ที่จำเป็น ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง การเลือกโหมดการขับขี่ทำได้ง่ายด้วยปุ่มหมุนสีแดง และระบบ Launch Control สามารถเข้าถึงได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว
Temerario ยังนำเสนอแนวคิด “Pilot Interaction” ผ่านอินเตอร์เฟซ Human-Machine Interface (HMI) ใหม่ ประกอบด้วยจอแสดงผล 3 จอ: แผงหน้าปัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว, จอกลาง 8.4 นิ้ว และจอผู้โดยสาร 9.1 นิ้ว พร้อมกราฟิก 3 มิติที่สวยงาม ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลื่อนแอปและข้อมูลระหว่างหน้าจอได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับการใช้งานสมาร์ทโฟน
พื้นที่กว้างขวางและฟังก์ชันที่เหนือกว่า
โครงสร้างสเปซเฟรมอะลูมิเนียมรุ่นใหม่ของ Temerario ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในให้กว้างขวางกว่ารุ่น Huracán อย่างชัดเจน ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขา ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกสบายแม้ในการเดินทางระยะไกล
“Temerario ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน ทั้งในสนามแข่งและชีวิตประจำวัน” มร. เปาโล แรคเชตติ ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ Temerario กล่าว “เราได้เพิ่มความสะดวกสบายภายในรถไปพร้อมกับการรักษาขนาดและสัดส่วนของรถให้กะทัดรัดที่สุด Temerario คือซูเปอร์สปอร์ตคาร์อเนกประสงค์ที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง”
ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้ามีขนาด 112 ลิตร เพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ และยังมีพื้นที่สำหรับเก็บสิ่งของอื่น ๆ ด้านหลังเบาะนั่ง
ระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Sonus faber
Lamborghini ร่วมมือกับ Sonus faber ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงชาวอิตาลี เพื่อพัฒนาระบบเสียงเกรดพรีเมียมใน Temerario ระบบนี้มอบประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำ ด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติและกระจ่างใส อันเป็นเอกลักษณ์ของ Sonus faber
การปรับแต่งและความยั่งยืน: Ad Personam และ Alleggerita
Temerario เปิดตัวด้วย 2 โทนสีใหม่ คือ Blu Marinus และ Verde Mercurius พร้อมสีตัวถังมากกว่า 400 รายการ ผ่านโปรแกรม Ad Personam ของ Lamborghini ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งได้ไม่รู้จบ
สำหรับลูกค้าที่เน้นประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งมากขึ้น Lamborghini ได้นำเสนอแพ็คเกจ ‘Alleggerita’ (วัสดุน้ำหนักเบา) ซึ่งช่วยลดน้ำหนักรถลงได้ถึง 12.65 กก. (ไม่รวมส่วนตกแต่งภายใน) และมากกว่า 25 กก. เมื่อเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในน้ำหนักเบาและขอบล้อคาร์บอน แพ็คเกจนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์รีไซเคิล และวัสดุ CFRP (Carbon Fiber Reinforced Polymer) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ Lamborghini
เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ขั้นสุดยอด: แรงกดที่เหนือกว่า
Temerario บรรลุจุดสูงสุดแห่งประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ ด้วยการออกแบบที่มุ่งเน้นเสถียรภาพที่ความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด
แรงกดด้านหลังของ Temerario เพิ่มขึ้น +103% เมื่อเทียบกับ Huracán EVO และจะเพิ่มขึ้นเป็น +158% เมื่อใช้แพ็คเกจ Alleggerita Pack ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบเพื่อสร้างสมรรถนะตามหลักอากาศพลศาสตร์อันยอดเยี่ยม ตั้งแต่ไฟ DRL ที่มีช่องลมเข้า ไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่ด้านท้ายรถ
การระบายความร้อนได้รับการปรับปรุงอย่างมาก โดยเฉพาะระบบเบรกที่ได้รับการออกแบบใหม่ ให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนสูงกว่า Huracán EVO ถึง 20% สำหรับดิสก์เบรก และ 50% สำหรับคาลิปเปอร์
โครงสร้างสเปซเฟรม: ความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา
โครงสร้างของ Temerario ใช้เทคโนโลยีสเปซเฟรมที่ผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งให้ความแข็งแรงสูงและน้ำหนักเบา เทคโนโลยีการขึ้นรูปไฮโดรฟอร์มและการหล่อแบบกลวง ช่วยลดความซับซ้อนและน้ำหนักของโครงสร้าง
โครงสร้างสเปซเฟรมใหม่นี้เพิ่มความแข็งแรงขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมมอบขีดจำกัดด้านน้ำหนักที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความปลอดภัยและไดนามิกในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ประสบการณ์การขับขี่ 13 รูปแบบ: ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ
Temerario นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายถึง 13 รูปแบบ ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงในสนามแข่ง
โหมดขับเคลื่อน: Città, Strada, Sport, Corsa, Corsa Plus (ESC Off)
โหมดระบบส่งกำลังไฮบริด: Recharge, Hybrid, Performance
โหมด Drift: ปรับได้ 3 ระดับ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่
การเลือกโหมดทำได้ง่ายผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย โดยกราฟิกบนแดชบอร์ดดิจิทัลจะเปลี่ยนไปตามโหมดที่เลือก
การเชื่อมต่อออนไลน์: เทคโนโลยีที่เหนือกว่า
Temerario เป็นรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Lamborghini ในด้านมัลติมีเดีย ด้วยระบบ Human Machine Interface (HMI) ที่ประกอบด้วยจอแสดงผล 3 จอ ระบบนำทางพร้อมอัปเดตแผนที่แบบ Over-the-air การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนไร้สายผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบ Lamborghini Vision Unit (LAVU) เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมกล้อง 3 ตัว ให้บริการ Lamborghini Telemetry 2.0, Memories Recorder และ Dashcam เพื่อยกระดับประสบการณ์ “Feel like a pilot”
ยางรถยนต์: พาร์ทเนอร์ Bridgestone
Lamborghini ร่วมมือกับ Bridgestone ผู้ผลิตยางชั้นนำของโลก ในการพัฒนายางสำหรับ Temerario โดยเฉพาะ
Bridgestone Potenza Sport: ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนถนน ให้การควบคุมที่ดีเยี่ยมบนถนนแห้งและเปียก รองรับเทคโนโลยี Run-Flat
Bridgestone Potenza Race: ยางสำหรับการแข่งขันที่ให้การยึดเกาะสูงสุดและประสิทธิภาพที่ยาวนาน
Bridgestone Blizzak LM005: ยางสำหรับฤดูหนาว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพอากาศ
ข้อมูลด้านเทคนิค
เครื่องยนต์: V8 Bi-Turbo – Hot-V 4.0L
กำลังสูงสุด (รวม): 920 CV
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 343 กม./ชม.
ระบบส่งกำลัง: DCT 8 สปีด
น้ำหนักแห้ง: 1,690 กก.
ยาง: Bridgestone Potenza Sport (หน้า 255/35 ZR20, หลัง 325/30 ZR21)
Lamborghini Temerario ไม่ใช่แค่ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศถึงอนาคตของแบรนด์ ที่ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบสุดยอดยนตรกรรมแห่งสมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง การก้าวข้ามขีดจำกัดของ Lamborghini Temerario คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด