Mercedes-AMG: การเปิดตัว 3 ยนตรกรรมสุดหรู ที่ผสานสมรรถนะเหนือชั้นและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ณ มหกรรมยานยนต์ชั้นนำ
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การสรรค์สร้างยนตรกรรมที่สามารถตอบสนองทุกควา
มต้องการของผู้ขับขี่ ไม่ใช่เพียงแค่การมอบการเดินทางที่สะดวกสบาย แต่ยังรวมถึงการมอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น เร้าใจ และสะท้อนถึงตัวตนของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่เน้นย้ำถึงสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG ถึง 3 รุ่น ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ AMG ที่เน้นย้ำถึงความพิถีพิถันในการประกอบเครื่องยนต์โดยช่างผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียว เพื่อรับประกันถึงคุณภาพและสมรรถนะอันเป็นที่สุด การเปิดตัวครั้งนี้ ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมสมรรถนะสูงจะได้สัมผัสกับสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์จากเยอรมนีอย่างใกล้ชิด
Mercedes-AMG G 63: สัญลักษณ์แห่งความแกร่ง ทะยานสู่มาตรฐานใหม่ของออฟโรดหรู
Mercedes-AMG G 63 รหัส G 463A คือนิยามใหม่ของยนตรกรรมออฟโรดสุดหรู ที่ผสมผสานพละกำลังมหาศาล สมรรถนะอันเหนือชั้น และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 18,800,000 บาท ยนตรกรรมคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงสถานะและความสำเร็จของผู้ครอบครอง
หัวใจของ Mercedes-AMG G 63 คือเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบและผลิตโดย AMG โดยเฉพาะ ผสานการทำงานกับระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำผ่านแป้น Paddle Shift ด้านหลังพวงมาลัย มอบพละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 850 นิวตันเมตร สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที เท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและตอบสนองที่ฉับไว Mercedes-AMG G 63 ยังมาพร้อมระบบ Mild Hybrid ที่ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ V8 สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
รูปลักษณ์ภายนอกของ G 63 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งเหนือกาลเวลา ด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling รอบคัน กระจังหน้า AMG Specific Grille และกันชนหน้า AMG-specific front bumper ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยในด้านอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ไฟหน้า MULTIBEAM LED อันล้ำสมัยให้ทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะแสง การออกแบบเสา A-pillar ใหม่ พร้อมการติดตั้ง Spoiler ด้านบนช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลงได้ถึง 20% สร้างสุนทรียภาพในการเดินทางที่เงียบสงบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีหลังคาซันรูฟแบบเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มอบความโปร่งสบาย และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG เสริมความสง่างามให้กับตัวรถเป็นครั้งแรกของ G-Class ที่มาพร้อมระบบ KEYLESS-GO เต็มรูปแบบ ทำให้การเข้า-ออกรถสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบเบรก AMG High-Performance Braking System พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงสดประทับโลโก้ AMG แสดงถึงสมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบท่อไอเสียคู่ AMG Performance Exhaust System ที่มอบเสียงคำรามอันเร้าใจ สามารถปรับระดับเสียงได้ตามต้องการ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่โดดเด่นคือกล้อง 360° with Transparent Bonnet ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพพื้นที่ด้านหน้ารถและใต้ท้องรถผ่านหน้าจอแสดงผล ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการขับขี่แบบออฟโรด หรือในพื้นที่จำกัด
สำหรับระบบช่วงล่าง Mercedes-AMG G 63 มาพร้อม AMG ACTIVE RIDE CONTROL Chassis ระบบช่วงล่างแบบ Active Hydraulic ที่ปรับการทำงานได้อย่างอิสระเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความคล่องตัวในการขับขี่ สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 2 รูปแบบ คือ Off-Road และ Sport เพื่อปรับสมรรถนะให้เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ G-Class ด้วยระบบ Differential Lock ที่สามารถล็อกเฟืองท้ายได้ถึง 3 จุด แบบ 100% ช่วยให้ G 63 สามารถปีนป่ายในเส้นทางที่ท้าทายที่สุดได้อย่างมั่นใจ
ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG G 63 คือการผสมผสานระหว่างความหรูหราและความล้ำสมัย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย COMAND Online ขนาด 12.3 นิ้ว ทำให้การเข้าถึงข้อมูลและการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa ตัดสลับด้วย DINAMICA microfibre ให้สัมผัสที่กระชับและสปอร์ต ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสไตล์การขับขี่ได้อย่างลงตัว สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและน่าประทับใจ ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System มอบคุณภาพเสียงอันคมชัดรอบทิศทาง พร้อมระบบฟอกอากาศ Air Balance Cabin-Air Purification System ที่ช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารให้สดชื่นและผ่อนคลาย
ในด้านความปลอดภัย Mercedes-AMG G 63 ได้รับการติดตั้งระบบ Assistance Package แบบครบครัน อาทิ ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist with exit warning function), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist) พร้อมระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อมอบความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง
Mercedes-AMG G 63 มีสีตัวถังให้เลือกถึง 8 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White), สีดำ (Obsidian Black), สีเงิน (Iridium Silver), สีเงิน (Mojave Silver), สีน้ำเงิน (Sodalite Blue), สีน้ำเงิน (Brilliant Blue), สีเขียว (Emerald Green) และสีเทา (Selenite Grey) อีกทั้งยังมีออปชันเพิ่มเติมจาก MANUFAKTUR ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งรถยนต์ในแบบฉบับของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตั้งแต่สีตัวถังพิเศษ ล้ออัลลอย AMG ชุดแต่ง AMG Night Package และ Black accents ไปจนถึงการตกแต่งภายในแบบ EXCLUSIVE และ SUPERIOR Line
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ C192: ยนตรกรรมสปอร์ตขุมพลัง V8 ปลดปล่อยความแรงเหนือชั้น
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ รหัสตัวถัง C192 คือการกลับมาของยนตรกรรมเรือธงในตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ที่จะมาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตหรูในประเทศไทย ด้วยราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท รถคันนี้คือการผสมผสานระหว่างดีไซน์อันดุดัน พละกำลังอันมหาศาล และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ
หัวใจของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ Bi-Turbo ที่วางในตำแหน่ง “hot inside V” อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ส่งผลให้เครื่องยนต์สามารถรีดพละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง เครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งระบบควบคุมอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการตอบสนองให้สูงสุด พร้อมฝาครอบเครื่องยนต์ที่ประทับลายเซ็นของผู้ประกอบเครื่องยนต์แต่ละตัว เพื่อยืนยันถึงความเป็น “One Man, One Engine”
ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ โดดเด่นด้วยตัวถังแบบ Wide Body ที่มีความกว้างถึง 2 เมตร สะท้อนดีเอ็นเอของรถมอเตอร์สปอร์ตที่สามารถใช้งานได้จริง กระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า DIGITAL LIGHT อันล้ำสมัย เสริมความสง่างามและดุดันให้แก่รถ
ในด้านสมรรถนะ ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission สามารถรองรับแรงบิดสูงและเปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาต่ำกว่า 1 วินาที พร้อมระบบ RACE START ที่ช่วยให้การออกตัวทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อการเข้าโค้งที่ปลอดภัยและรวดเร็ว โดยมีการกระจายกำลังไปยังล้อต่างๆ อย่างแม่นยำตามสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถทำเวลาในสนามแข่งได้อย่างดีเยี่ยม ระบบเบรกสมรรถนะสูงจาก Mercedes-AMG พร้อมช่องระบายอากาศที่ช่วยลดอุณหภูมิของเบรกเมื่อใช้งานที่ความเร็วสูง ทำให้การควบคุมเป็นไปอย่างแม่นยำแม้ในสภาวะที่กดดัน
เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สำคัญคือระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติ โดยเมื่อความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ล้อหลังจะเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกับล้อหน้าไม่เกิน 0.7 องศา เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งความเร็วสูง และหากความเร็วต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ล้อหลังจะเลี้ยวตรงข้ามกับล้อหน้าไม่เกิน 2.5 องศา เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง
ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension สามารถปรับการทำงานได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Sport+ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกบุคลิกของรถให้เหมาะสมกับสภาวะถนนและสไตล์การขับขี่ได้อย่างลงตัว
ประสบการณ์การขับขี่จะถูกเติมเต็มด้วยระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบ AMG Real Performance Sound ที่จะส่งเสียงคำรามอันเร้าใจเข้าสู่ห้องโดยสาร สามารถเลือกโหมดเสียงได้หลากหลาย ตั้งแต่ Sporty, Discreet (BALANCED) ไปจนถึง Motorsporty และ Emotive (POWERFUL) ผ่านระบบ AMG DYNAMIC SELECT โดยในโหมด S และ S+ จะมอบพลังเสียงที่เต็มประสิทธิภาพที่สุด
ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 พร้อมหน้าจอตรงกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัสและปรับระดับด้วยไฟฟ้าได้ 12-32 องศา พร้อมหน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว แบบ AMG-specific indicators และพวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel ที่ให้สัมผัสกระชับและแม่นยำ หากเป็นรุ่น 2+2 ที่นั่ง ยังมีเบาะหลังที่สามารถพับได้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สี ได้แก่ สีเหลือง (Sun Yellow), สีดำ (Obsidian Black), สีเงิน (High-tech Silver), สีเทา (Selenite Grey), สีน้ำเงิน (Spectral Blue), สีขาว (MANUFAKTUR Opalite White Bright) และสีแดง (MANUFAKTUR Patagonia Red Bright)
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ : สปอร์ตเปิดประทุน สัมผัสอิสระและความหรูหราเหนือระดับ
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ ในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท คือการนิยามใหม่ของรถสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรู ที่ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความสง่างามและความเป็นอิสระในการขับขี่
หัวใจของ SL 55 คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นตามปรัชญา “One Man, One Engine” มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission แบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและทรงพลัง ควบคู่ไปกับระบบช่วยการออกตัวแบบ RACE START ที่ทำให้ SL 55 สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ได้รับการปรับแต่งเพื่อการขับขี่ที่หลากหลาย ทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่ง โดยจะตอบสนองการเข้าโค้งอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว โดยไม่เสียการควบคุม ด้วยการกระจายกำลังที่แม่นยำตามสถานการณ์ ระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ทำงานอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพที่ความเร็วสูง
ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension สามารถปรับการทำงานได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport และ Sport+ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกบุคลิกของรถให้เหมาะสมกับสภาวะถนนและสไตล์การขับขี่ ระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบ AMG Real Performance Sound จะสร้างประสบการณ์เสียงอันเร้าใจภายในห้องโดยสาร สามารถเลือกโหมดเสียงได้หลากหลายตามความต้องการ
ดีไซน์ภายนอกของ SL 55 โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8-Styling-Paket Exterieur และไฟหน้า DIGITAL LIGHT หลังคาเปิดประทุนแบบ Fabric soft-top สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 15 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังแบบไฟฟ้า (electrically extending rear wing) และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มอบประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาส ด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอตรงกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัสและปรับระดับด้วยไฟฟ้า 12-32 องศา เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนแม้ในขณะเปิดหลังคา หน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว แบบ AMG-specific indicator ที่ออกแบบมาเพื่อมอบข้อมูลที่สปอร์ตและเร้าใจ พวงมาลัย AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง Nappa leather และเบาะนั่ง AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF ระบบหมุนเวียนอากาศอุ่นผ่านช่องแอร์ที่คอ เพื่อเพิ่มความสบายเมื่อขับขี่แบบเปิดประทุน
ด้านความปลอดภัย Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มาพร้อมกล้องมองรอบคันแบบ 360 องศา และระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบ Driving Assistance Package ที่ครอบคลุมระบบความปลอดภัยที่สำคัญ อาทิ ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist), ระบบช่วยการทรงตัวและดึงรถกลับเข้าช่องจราจร (Evasive Steering Assist) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist)
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สี ได้แก่ สีเหลือง (Sun Yellow), สีดำ (Obsidian Black), สีเงิน (High-tech Silver), สีเทา (Selenite Grey), สีน้ำเงิน (Hyper Blue) และสีน้ำเงิน (Spectral Blue) ลูกค้ายังสามารถเลือกออปชันเพิ่มเติมได้หลากหลาย ทั้งสีตัวถัง MANUFAKTUR, สีหลังคา Fabric soft-top, ล้ออัลลอย AMG, ชุดแต่ง AMG Night Package, AMG Night Package Plus หรือ AMG DYNAMIC PLUS Package รวมถึงระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system และระบบช่วงล่าง AMG ACTIVE RIDE CONTROL suspension ที่มาพร้อมระบบ Lift system, front axle
การเปิดตัว Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ และ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ประเทศไทย ในการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าผู้รักในสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมที่สามารถยกระดับทุกการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ อย่าพลาดโอกาสที่จะมาสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่นนี้ ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 และหากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจการทดลองขับยนตรกรรม Mercedes-AMG ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวคุณอย่างแท้จริง โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำแนะนำและบริการที่ดีที่สุด