Mercedes-AMG: สามปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะและความหรูหรา เปิดตัวในงาน Motor Show 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มีแบรนด์หนึ่งที่ยืนหยัดเป็นเสาหลักแห่งความสุดยอดทางวิศ
วกรรมและความหรูหราเหนือกาลเวลา นั่นคือ Mercedes-Benz และเมื่อผสาน DNA แห่งสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดเข้ากับตราสัญลักษณ์ AMG ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นสิ่งที่มากกว่าคำว่า “รถยนต์” แต่คือ “ประสบการณ์” ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นโสตประสาทสัมผัสอันน่าจดจำ
สำหรับปี 2025 นี้ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรม Mercedes-AMG ใหม่ถึง 3 รุ่น ที่สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบและวิศวกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสามรุ่นนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบสมรรถนะอันดุดัน แต่ยังมาพร้อมกับความประณีตในการออกแบบ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความหรูหราที่เหนือระดับ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของนักเลงรถผู้หลงใหลในยนตรกรรมระดับสูงสุด การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในงานมหกรรมยานยนต์ระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นเวทีที่เหมาะสมที่สุดในการสัมผัสและเป็นเจ้าของยนตรกรรมสุดพิเศษเหล่านี้
Mercedes-AMG G 63: นิยามใหม่แห่งออฟโรดสุดหรู เหนือกาลเวลา
เมื่อพูดถึง G-Class ภาพลักษณ์ของรถยนต์ออฟโรดที่แข็งแกร่งทนทาน ผสานกับความหรูหราสง่างาม จะผุดขึ้นมาในความคิดทันที และสำหรับ Mercedes-AMG G 63 รุ่นล่าสุดนี้ คือการยกระดับนิยามดังกล่าวไปอีกขั้น เป็นการผสมผสานระหว่างขุมพลังอันดุดัน สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย และเอกลักษณ์ที่ไม่อาจเลียนแบบได้ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกของยนตรกรรมออฟโรดระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง
ภายใต้เส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของ G-Class ตัวถัง G 63 นี้ ซ่อนเร้นขุมพลังจากเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ออกแบบและผลิตโดย AMG ภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” โดยช่างฝีมือเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความเป็นที่สุดของยนตรกรรม AMG เครื่องยนต์นี้ให้พละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 850 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION ที่มาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวและแม่นยำ ทำให้ G 63 สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 4.5 วินาที
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองต่อเทรนด์ยานยนต์ยุคใหม่ G 63 ยังผสานระบบ Mild Hybrid เข้ากับเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลัง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมพละกำลังในช่วงออกตัวให้เฉียบคมยิ่งขึ้น แต่ยังเพิ่มความประหยัดและความยั่งยืนอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วย AMG bodystyling ที่สะท้อนความแข็งแกร่งเหนือกาลเวลา พร้อมกระจังหน้า AMG Specific Grille และกันชนหน้าแบบ AMG-specific front bumper ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อน ควบคู่ไปกับไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่มอบทัศนวิสัยและความปลอดภัยสูงสุด
นวัตกรรมที่น่าสนใจคือการออกแบบจุดเสา A-pillar ใหม่ทั้งหมด พร้อมการติดตั้งสปอยเลอร์ด้านบน ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลงได้ถึง 20% สร้างสภาวะที่เงียบสงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความโปร่งโล่งและความเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมภายนอก ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG และเป็นครั้งแรกของ G-Class ที่มาพร้อมระบบ KEYLESS-GO ที่ประตูทุกบาน ทำให้การเข้า-ออกรถสะดวกสบายไร้กังวล
ระบบเบรก AMG High-Performance Braking System พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง และระบบท่อไอเสียคู่ AMG Performance Exhaust System มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ที่สามารถปรับระดับได้ตามต้องการ เทคโนโลยีกล้อง 360° with Transparent Bonnet คือเครื่องมือสำคัญสำหรับนักผจญภัย ช่วยให้มองเห็นสภาพพื้นที่ด้านหน้าและใต้ท้องรถได้อย่างชัดเจน ทำให้การลุยในเส้นทางออฟโรด หรือการขับขี่ในพื้นที่แคบง่ายดายยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของ G 63 คือระบบช่วงล่าง AMG ACTIVE RIDE CONTROL Chassis แบบ Active Hydraulic ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและลดอาการโคลงตัว สามารถปรับการขับขี่ได้ 2 รูปแบบ คือ Off-Road และ Sport พร้อมรักษาคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของ G-Class อย่าง Differential Lock ที่สามารถล็อกเฟืองท้ายได้ทั้ง 3 จุด เพื่อการยึดเกาะสูงสุดในทุกสภาพพื้นผิวที่ท้าทาย
ภายในห้องโดยสาร ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเทคโนโลยีและความหรูหรา ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย COMAND Online ขนาด 12.3 นิ้ว ควบคุมง่ายดาย พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa สลับ DINAMICA microfibre มอบการสัมผัสที่เหนือกว่า ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับตั้งค่าการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และพวงมาลัย ให้สอดคล้องกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ได้อย่างลงตัว และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System ที่มอบประสบการณ์เสียงอันคมชัดสมจริง
เพื่อความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ระบบฟอกอากาศ Air Balance Cabin-Air Purification System ช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารให้บริสุทธิ์และสดชื่น พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุด อาทิ Assistance Package ที่รวมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Assist), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง (Active Lane Keeping Assist) และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist) สร้างความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์
Mercedes-AMG G 63 มีสีตัวถังให้เลือกกว่า 8 สีสัน รวมถึงทางเลือกพิเศษจาก MANUFAKTUR ที่ให้ลูกค้าปรับแต่งรถในแบบฉบับของตนเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตั้งแต่สีตัวถังพิเศษ ล้ออัลลอย AMG ชุดแต่ง AMG Night Package ไปจนถึงการตกแต่งภายในแบบ EXCLUSIVE และ SUPERIOR Line ราคาเริ่มต้นที่ 18,800,000 บาท
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: เรือธงแห่งขุมพลังและความเร็วในสนามแข่ง
เมื่อพูดถึงสมรรถนะขั้นสูงสุดในตระกูล GT ชื่อของ Mercedes-AMG GT คือคำตอบ และสำหรับเจเนอเรชันที่ 2 รหัสตัวถัง C192 นี้ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เพื่อท้าทายขีดจำกัดของความเป็นไปได้ในสนามแข่ง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ดุจรถแข่งที่สามารถใช้งานบนถนนจริงได้
หัวใจของ GT 63 คือเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร อันทรงพลัง ที่ได้รับการติดตั้งในตำแหน่ง “hot inside V” อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ให้กำลังถึง 585 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบควบคุมเครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งอย่างแม่นยำ เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวและดุดัน พร้อมฝาครอบเครื่องยนต์ที่ประทับลายเซ็นของผู้ประกอบ สะท้อนถึงความเป็น AMG Masterpiece
ดีไซน์ภายนอกสะท้อน DNA ของรถมอเตอร์สปอร์ตอย่างชัดเจน ด้วยตัวถังแบบ Wide Body กว้างถึง 2 เมตร พร้อมกระจังหน้า AMG-specific radiator grille และไฟหน้า DIGITAL LIGHT ที่มอบความสว่างและความคมชัดเหนือระดับ ระบบ Driving Assistance Package และกล้อง 360 องศา ช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่
ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission สามารถรองรับแรงบิดมหาศาล และเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 1 วินาที พร้อมเทคโนโลยี RACE START ที่ช่วยให้การออกตัวทำได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ อันชาญฉลาด สามารถกระจายกำลังไปยังล้อต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำและเหมาะสมในทุกสภาวะ ทำให้การเข้าโค้งทำได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยอย่างไร้ที่ติ
ระบบเบรกสมรรถนะสูงจาก AMG ที่มาพร้อมช่องระบายอากาศ ช่วยลดอุณหภูมิขณะใช้งานที่ความเร็วสูง และระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ที่ทำงานอัตโนมัติ ปรับทิศทางการเลี้ยวของล้อหลังตามความเร็ว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension สามารถปรับได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport, และ Sport+ เพื่อมอบสุนทรียะในการขับขี่ที่แตกต่างกัน
เสียงอันเร้าใจของเครื่องยนต์และเทอร์โบจากระบบ AMG Real Performance Sound จะถ่ายทอดเข้าสู่ห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศการขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดเสียงได้หลากหลาย ตั้งแต่ Sporty, Discreet, Motorsporty ไปจนถึง Emotive ผ่านระบบ AMG DYNAMIC SELECT
ภายในห้องโดยสาร ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอตรงกลางขนาด 11.9 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบสัมผัส และปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมหน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงผลแบบ AMG-specific indicators พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะหลังที่พับได้ในรถยนต์แบบ 2+2 มอบความยืดหยุ่นในการใช้งาน
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สีสัน ราคาเริ่มต้นที่ 15,900,000 บาท
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: นิยามใหม่ของรถสปอร์ตโรดสเตอร์สุดหรู
สำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนสุดหรู ผสานกับสมรรถนะอันเร้าใจ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียว
ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ที่มีการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วเพียงไม่ถึง 1 วินาที ผสานการทำงานของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า และระบบช่วยการออกตัว RACE START ทำให้ SL 55 สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ช่วยเพิ่มสมรรถนะและความมั่นคงในการขับขี่ ทั้งบนถนนทั่วไปและในสนามแข่ง พร้อมระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้ง ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย
เสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบจากระบบ AMG Real Performance Sound สร้างบรรยากาศที่เร้าใจ พร้อมระบบเบรกสมรรถนะสูง AMG High-Performance Brake System ที่ให้การควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาวะ
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille กระโปรงหลังเปิดประทุนแบบ Fabric soft-top ที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 15 วินาที ด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. พร้อมล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มอบประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาส ด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอขนาด 11.9 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบสัมผัสและปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พวงมาลัย AMG Performance steering wheel และเบาะนั่ง AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF เทคโนโลยีที่ส่งลมอุ่นไปยังบริเวณคอและศีรษะ
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยจัดเต็มอย่างที่คาดหวังจากรถยนต์ระดับนี้ อาทิ กล้องมองรอบคัน 360 องศา และ Driving Assistance Package ที่รวมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงไว้ครบครัน
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มีสีตัวถังให้เลือก 7 สีสัน พร้อมทางเลือกพิเศษจาก MANUFAKTUR ให้ลูกค้าปรับแต่งรถในแบบฉบับของตนเองได้อย่างอิสระ ราคาเริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท
การเปิดตัว Mercedes-AMG ทั้ง 3 รุ่นนี้ ที่งาน Motor Show 2025 เป็นมากกว่าการนำเสนอรถยนต์ใหม่ แต่คือการประกาศศักดาของแบรนด์ AMG ในฐานะผู้สร้างสรรค์ยานยนต์ที่ผสมผสานขุมพลัง ประสิทธิภาพ และความหรูหราได้อย่างลงตัวที่สุด หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และความประณีตในทุกรายละเอียด นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของสุดยอดปรากฏการณ์แห่งยานยนต์ในวันนี้
![[ครบชุด] T1402064 ญาต มรถไปข บแล วเอาไปชน แถมชอบย มน นย มน จบแล วถ งก บกำหม ดเลย](https://filmthai.thocahouse.vn/wp-content/uploads/2026/02/Screenshot-2026-02-14-111859.png)