Mercedes-AMG ONE: พิชิต Nürburgring สร้างประวัติศาสตร์ความเร็วอีกครั้ง
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูงที่ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นไปได้ และ Mercedes-AMG ON
E คือหนึ่งในนั้น การประกาศศักดาครั้งล่าสุดที่สนาม Nürburgring Nordschleife ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความเหนือชั้นของเทคโนโลยี F1 ที่ถ่ายทอดสู่รถยนต์บนท้องถนน แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่แห่งความเร็วที่ยากจะหาใครเทียบ
ด้วยเวลาอันน่าทึ่ง 6 นาที 29.090 วินาที Mercedes-AMG ONE ได้สลักชื่อตัวเองในประวัติศาสตร์ของ “นรกสีเขียว” สนามแข่งที่ได้ชื่อว่าเป็นบททดสอบสมรรถนะที่โหดหินที่สุดในโลก การทำลายสถิติเดิมของตัวเอง ซึ่งเคยทำไว้ที่ 6 นาที 35.183 วินาทีในปี 2022 แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดของทีมดาวสามแฉก
ถอดรหัสหัวใจ F1 สู่สมรรถนะเหนือระดับ
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Mercedes-AMG ONE ให้ทะยานไปข้างหน้าคือขุมพลังไฮบริด 1.6 ลิตร V6 เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่ถูกปรับแต่งมาจากเครื่องยนต์ของรถแข่ง Formula 1 โดยตรง เทคโนโลยีจากวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับสูงสุดนี้ ได้รับการผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 4 ตัว สร้างกำลังรวมกว่า 1,063 แรงม้า แรงบิดมหาศาลนี้ ถูกถ่ายทอดผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ที่มาพร้อมเพลาขับไฟฟ้าด้านหน้าและการควบคุมแรงบิดแบบละเอียด การผสมผสานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มตัวเลขแรงม้า แต่คือการสร้างสมรรถนะที่ตอบสนองได้อย่างฉับไวและแม่นยำในทุกสภาวะการขับขี่
Maro Engel: ผู้กำหนดนิยามแห่งความเร็ว
เบื้องหลังตัวเลขสถิติอันน่าประทับใจคือฝีมือของ Maro Engel นักแข่ง DTM ของ Mercedes และนักขับประจำแบรนด์ ผู้ซึ่งเป็นผู้สร้างสถิติเดิมด้วยเช่นกัน ประสบการณ์และความเข้าใจในสมรรถนะของรถคันนี้อย่างลึกซึ้งของ Engel ทำให้เขาสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของ Mercedes-AMG ONE ออกมาได้อย่างเต็มที่ บนระยะทาง 20.832 กิโลเมตรของ Nordschleife การที่รถยนต์บนท้องถนนสามารถทำเวลาต่ำกว่า 6 นาที 30 วินาทีได้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ ที่บ่งบอกถึงเทคโนโลยีอันก้าวล้ำที่ Mercedes-AMG ได้นำมาสู่ผู้บริโภค
เทคโนโลยี F1 สู่การใช้งานจริง: มากกว่าแค่เครื่องยนต์
ไม่ใช่แค่ขุมพลังไฮบริดเท่านั้นที่ทำให้ Mercedes-AMG ONE โดดเด่น แต่ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ยกมาจากสนามแข่ง F1 ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอ็คทีฟที่ปรับเปลี่ยนการไหลเวียนของอากาศเพื่อเพิ่มแรงกดและลดแรงต้านตามความเร็วที่แตกต่างกัน และระบบช่วงล่างแบบ pushrod ที่ให้การควบคุมที่เฉียบคม
ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R MO: คู่หูผู้ปิดเกม
ในการทำลายสถิติครั้งนี้ Mercedes-AMG ONE ได้ใช้ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R MO ซึ่งเป็นยางที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถคันนี้โดยเฉพาะ การออกแบบยางที่เน้นการยึดเกาะสูงสุด การรีดน้ำที่มีประสิทธิภาพ และความทนทานต่อความร้อนสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสมรรถนะของรถให้สามารถรีดความเร็วสูงสุดออกมาได้อย่างเต็มที่
โหมด “Race Plus”: ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุด
เพื่อผลลัพธ์ที่น่าทึ่งที่สุด Engel ได้เลือกใช้โหมด “Race Plus” ซึ่งเป็นโหมดที่ปรับการตั้งค่าของอากาศพลศาสตร์ให้มีความลู่ลมสูงสุด พร้อมทั้งปรับช่วงล่างให้มีความแน่นหนึบยิ่งขึ้น ทำให้รถมีความเสถียรและสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี ฟิสิกส์ และทักษะของนักขับ คือสิ่งที่ทำให้ Mercedes-AMG ONE สามารถสร้างสถิติอันน่าจดจำได้
วิวัฒนาการของขุมพลัง: จาก V8 สู่ V6 Hybrid
ในอดีต เครื่องยนต์ V8 แบบไม่มีระบบอัดอากาศในรถ F1 สามารถทำรอบได้สูงถึง 20,000 รอบต่อนาที แต่ด้วยข้อกำหนดด้านมลพิษและประสิทธิภาพที่เข้มงวดขึ้น ทำให้วงการ F1 ต้องหันมาใช้เครื่องยนต์ V6 ที่มีขนาดเล็กลง พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ และระบบไฮบริด เทคโนโลยีเหล่านี้ แม้จะทำให้เสียงเครื่องยนต์ V6 รุ่นใหม่ไม่เร้าใจเท่าเครื่องยนต์ V8 ในอดีต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างมหาศาล
Mercedes-AMG ONE ได้นำเอาการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้มาปรับใช้ โดยใช้เครื่องยนต์ V6 1.6 ลิตร เทอร์โบ ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริด EQ Power+ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทีม Mercedes-AMG High Performance Powertrains ใน Brixworth จุดเด่นของระบบนี้คือการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว:
มอเตอร์ที่ 1: รวมเข้ากับเทอร์โบชาร์จเจอร์ ช่วยลดอาการรอรอบและเพิ่มประสิทธิภาพการอัดอากาศ
มอเตอร์ที่ 2: ติดตั้งโดยตรงบนเครื่องยนต์สันดาป เชื่อมต่อกับเพลาข้อเหวี่ยง ทำหน้าที่เสริมกำลัง
มอเตอร์ที่ 3 และ 4: ขับเคลื่อนล้อหน้าทั้งสองข้าง แยกการทำงานอิสระ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมแรงบิดและการขับเคลื่อน
ด้วยระบบส่งกำลังนี้ Mercedes-AMG ONE สามารถสร้างกำลังรวมกว่า 1,000 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และ 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.9 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดทะลุ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การออกแบบที่สะท้อน DNA แห่งมอเตอร์สปอร์ต
การออกแบบของ Mercedes-AMG ONE ไม่ได้เป็นเพียงรูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่ทุกเส้นสาย ทุกส่วนโค้งเว้า ล้วนถูกคำนวณมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่โฉบเฉี่ยวรับกับแนวหลังคาที่มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่เพื่อระบายความร้อนห้องเครื่องยนต์ ช่องดักอากาศที่ผสานเข้ากับครีบฉลามแนวตั้ง ท่อไอเสียทรงกลมขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถ F1 ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงการใช้งานในสนามแข่ง
มุมมองด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์แบนราบ สปอยเลอร์หน้าพร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ตลอดความกว้างของรถ และซุ้มล้อหลังขนาดใหญ่ที่รองรับล้อขนาดยักษ์ แสดงให้เห็นถึงจุดกำเนิดอันเป็นเลิศจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต
ประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร: F1 สู่ความหรูหรา
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG ONE คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของ Formula 1 อย่างแท้จริง การตกแต่งภายในที่โค้งมนตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมเบาะนั่งแบบบัคเก็ตซีท 2 ตัว โดดเด่นด้วยสไตล์มินิมอลที่เน้นการใช้งานจริง วัสดุคุณภาพสูง เช่น หนัง Nappa สีเทาแมกมา ตัดกับเส้นด้ายสีเหลืองสดใส ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ก็แฝงไว้ด้วยความดิบของรถแข่ง
พวงมาลัยและแป้นเหยียบได้รับการออกแบบตามแบบฉบับรถ F1 ที่สามารถปรับได้ตามต้องการ อุโมงค์กลางที่แยกพื้นที่คนขับและผู้โดยสารออกจากกัน สร้างความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวและทรงพลัง พื้นผิวเบาะนั่งที่สลับระหว่างหนัง Nappa และการเย็บตะเข็บสีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์ของ AMG สร้างความเชื่อมโยงกับการแข่งขันรถยนต์อย่างชัดเจน
ระบบอากาศพลศาสตร์: การจัดการกระแสลมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
หัวใจสำคัญอีกประการของ Mercedes-AMG ONE คือระบบอากาศพลศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ระบบ Active AERO สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้หลายรูปแบบ:
โหมด DRS: เพื่อความลู่ลมสูงสุดสำหรับการวิ่งในย่านความเร็วสูง
การสร้างแรงยึดเกาะ: ใช้ Air Blade ทั้งสองข้างเพื่อสร้างแรงกดให้รถติดกับพื้นถนน
การสร้างสมดุล: ปรับมุมของครีบเพื่อสร้างแรงกดที่สมดุลระหว่างส่วนหน้าและส่วนท้ายของรถ
การสร้างแรงต้าน: ปรับเพื่อเพิ่มแรงต้านอากาศสูงสุดสำหรับการเบรก
รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบพิเศษ ครีบหลังคาร์บอน และท่อระบายท้ายรถ ทำให้ Mercedes-AMG ONE มีรูปลักษณ์ที่ดุดันราวกับยานรบจากต่างดาว
ระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน: ความแม่นยำที่เหนือกว่า
ระบบช่วงล่างแบบ Active Suspension ทำงานร่วมกับเฟืองทดกำลังของระบบ Torque Vectoring ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อข้างใดข้างหนึ่งได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าล้อนั้นจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์หรือเครื่องยนต์ การทำงานประสานกันนี้ ทำให้ Mercedes-AMG ONE สามารถเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมและมั่นคง แม้ในสภาวะที่ท้าทายที่สุด
แบตเตอรี่ Lithium-ion: พลังงานที่ยั่งยืนและทรงพลัง
แบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ใช้ใน Mercedes-AMG ONE ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้มีความคงทนและเหมาะกับการใช้งานทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่ง โดยวางไว้ที่ด้านหน้าหลังแร็คพวงมาลัยและช่วงล่าง เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมมาตร ชุดระบายความร้อนแบตเตอรี่มีพื้นฐานเดียวกันกับรถแข่ง Formula 1 ทำให้สามารถรักษาประสิทธิภาพสูงสุดได้ในทุกสภาวะ
มอเตอร์ไฟฟ้า: พลังขับเคลื่อนที่หลากหลาย
มอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 4 ตัว มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน Mercedes-AMG ONE:
มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้า (2 ตัว): แต่ละตัวมีกำลัง 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) เมื่อทำงานพร้อมกันทั้งสองข้าง จะสร้างกำลังรวม 326 แรงม้า และสามารถหมุนด้วยรอบสูงถึง 50,000 รอบต่อนาที ระบบไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนรถได้ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตรโดยไม่ปล่อยมลพิษ
มอเตอร์เสริมเทอร์โบ (1 ตัว): กำลัง 90 กิโลวัตต์ (122 แรงม้า) ทำหน้าที่ปั่นใบพัดไอดีในรอบเครื่องยนต์ต่ำเพื่อลดอาการรอรอบ และชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ในรอบสูง
มอเตอร์เสริมแรง (1 ตัว): กำลัง 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์ ทำหน้าที่เสริมแรงบิดและส่งกำลังไปยังเกียร์ 8 สปีดไฮดรอลิก พร้อมระบบ ERS Energy Recovery System ที่ช่วยเก็บเกี่ยวพลังงานจลน์กลับมาใช้ในช่วงสั้นๆ
ระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT 8-speed: ตอบสนองทุกจังหวะ
ระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Automated AMG SPEEDSHIFT 8-speed ควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ถูกปรับตั้งมาเพื่อความเหมาะสมกับแต่ละโหมดการขับขี่ ระบบเกียร์ไฮดรอลิกนี้มอบความคงทนและการตอบสนองที่รวดเร็ว เมื่อมอเตอร์ทั้งสามตัวทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนจะกลายเป็นแบบ 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่ง Mercedes-AMG เรียกระบบนี้ว่า AMG Performance 4MATIC+
Mercedes-AMG ONE: มากกว่ารถยนต์ แต่คืออนาคตแห่งยานยนต์
การสร้างสถิติใหม่ที่ Nürburgring ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงสมรรถนะของ Mercedes-AMG ONE แต่เป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์ของ Mercedes-Benz ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด และเป็นผู้นำในการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต รถคันนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีจาก Formula 1 มาสู่รถยนต์บนท้องถนนอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสูงสุด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า Mercedes-AMG ONE คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสกับอนาคตแห่งความเร็ว และต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-AMG ONE หรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับโอกาสในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมชิ้นเอกนี้ ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อรับข้อมูลล่าสุดและนัดหมายเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง