รถยนต์ยอดนิยมปี 2025: เจาะลึกเทรนด์ตลาดและรุ่นเด่นที่ครองใจคนไทย
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง การตัดสินใจเลือกรถยนต์คู่ใจสักคันอาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 ที่มีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์น้ำมันสุดคุ้นเคย ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่มาแรง และรถยนต์ไฮบริดที่ผสมผสานข้อดีของทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน บทความนี้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเทรนด์ล่าสุดในตลาดรถยนต์ไทย วิเคราะห์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากการเปรียบเทียบประกันรถยนต์บนแพลตฟอร์มชั้นนำ รวมถึงเจาะลึกถึง “รถยนต์รุ่นไหนดี” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณที่แตกต่างกัน
เทรนด์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2025: พลังงานสะอาดมาแรง แต่กระบะยังคงครองใจ
จากการสังเกตการณ์และข้อมูลการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่รวบรวมมาอย่างต่อเนื่อง เราพบว่าในปี 2025 ตลาดรถยนต์ไทยยังคงขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายประการ แต่มีแนวโน้มที่ชัดเจนสองประการที่โดดเด่น:
การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV): แม้รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะยังคงมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะและรถยนต์นั่งขนาดเล็ก แต่รถยนต์ไฟฟ้า 100% กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากจำนวนผู้ที่เข้ามาเปรียบเทียบประกันสำหรับรถยนต์ EV ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความสนใจและความพร้อมของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไร้มลพิษ ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ นโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุน, ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทำให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเพิ่มขึ้น, และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่ค่อยๆ ขยายตัว
ความนิยมไม่เสื่อมคลายของรถกระบะ: สำหรับประเทศไทย ตลาดรถกระบะยังคงเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนาน ไม่ใช่แค่สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ยังรวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันของครัวเรือนจำนวนมากอีกด้วย ความทนทาน สมรรถนะในการบรรทุก และความอเนกประสงค์ ทำให้ “รถกระบะยอดนิยม” อย่าง ISUZU D-MAX ยังคงครองตำแหน่งแชมป์ในใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
10 อันดับรถยนต์ยอดฮิตที่ครองใจคนไทยในปี 2025 (อ้างอิงจากข้อมูลการเปรียบเทียบประกัน)
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า “รถยนต์ยี่ห้อไหนดี” หรือ “รุ่นรถยอดนิยม” คืออะไร เราได้รวบรวม 10 อันดับรถยนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดในการเปรียบเทียบประกันรถยนต์บนแพลตฟอร์มชั้นนำ โดยแบ่งตามประเภทเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน (ICE)
กลุ่มนี้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความคุ้นเคยและทางเลือกที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้
อันดับ 1: ISUZU D-MAX – ราชันแห่งรถกระบะที่ไร้คู่แข่ง
หากพูดถึง “รถกระบะยอดนิยม” หรือ “รถยนต์ที่คนไทยใช้เยอะที่สุด” ชื่อของ ISUZU D-MAX ย่อมผุดขึ้นมาเป็นอันดับแรกเสมอ จากสถิติการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า D-MAX ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะ แต่เป็นยานพาหนะคู่ชีพที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกหนัก การเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งการนำไปดัดแปลงเพื่อกิจกรรมผจญภัย ความแข็งแกร่ง ทนทาน ค่าบำรุงรักษาที่ไม่สูง และเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ D-MAX ยืนหยัดเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะไทยมาอย่างยาวนาน
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
ISUZU D-MAX Cab 4 (2 ประตู): 650,000 บาท
ISUZU D-MAX Double Cab 4 (4 ประตู): 731,000 บาท
อันดับ 2: TOYOTA YARIS – รถเก๋งยอดนิยมอันดับหนึ่งตลอดกาล
เมื่อเจาะลึกไปที่ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Eco Car / B-Segment) “รถเก๋งยี่ห้อไหนดี” ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คำตอบก็ยังคงเป็น TOYOTA YARIS อย่างไม่ต้องสงสัย Yaris ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่มียอดขายสูง แต่ยังเป็นรุ่นที่มียอดการเปรียบเทียบประกันรถยนต์เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ปัจจัยความสำเร็จของ Yaris คือ การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างราคาที่จับต้องได้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota ที่มีชื่อเสียงในด้านความทนทาน และราคาขายต่อที่ยังคงดีเสมอ นอกจากนี้ อะไหล่ของ Toyota ยังหาได้ง่ายและมีราคาไม่แพง ทำให้ Yaris เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์คันแรก หรือมองหารถยนต์ที่ใช้งานง่าย ไม่จุกจิก
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
TOYOTA YARIS ATIV (Sedan): 549,000 บาท
TOYOTA YARIS (Hatchback): 559,000 บาท
อันดับ 3: HONDA CITY – คู่แข่งตลอดกาลที่มาพร้อมเทคโนโลยี
HONDA City คือคู่แข่งคนสำคัญของ Toyota Yaris ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สมรรถนะที่ดี และเทคโนโลยีที่อัปเดตอยู่เสมอ ทำให้ City เป็นอีกรุ่นที่มียอดเปรียบเทียบประกันรถยนต์สูงเช่นกัน สำหรับปี 2025 City ยังคงนำเสนอทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบดั้งเดิม และรุ่นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบที่ให้สมรรถนะที่ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดภาระภาษีประจำปีสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย นี่คือรถยนต์ที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงาน หรือครอบครัวขนาดเล็ก ที่ต้องการรถที่ดูดี ขับสนุก และคุ้มค่า
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
HONDA CITY (Sedan): 629,000 บาท
HONDA CITY Hatchback: 599,000 บาท
อันดับ 4: MAZDA 2 – สปอร์ตอีโคคาร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
MAZDA 2 อาจจะไม่ได้มียอดขายสูงเท่าสองรุ่นแรก แต่ก็เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์ที่โดดเด่น และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ สไตล์ Kodo Design อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mazda ทำให้ MAZDA 2 มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน สำหรับผู้ที่มองหา “รถยนต์อีโคคาร์” ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตพรีเมียม และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า MAZDA 2 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
MAZDA 2 Sedan: 599,000 บาท
MAZDA 2 Hatchback: 599,000 บาท
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) – อนาคตแห่งการเดินทางที่กำลังเบ่งบาน
การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ยานยนต์ไทยอย่างรวดเร็ว และรุ่นที่กล่าวถึงต่อไปนี้คือผู้นำเทรนด์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
อันดับ 1: BYD DOLPHIN – พลังงานไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า
BYD DOLPHIN ถือเป็นปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดตัวมาไม่นานแต่สามารถทำยอดจดทะเบียนได้อย่างน่าประทับใจ สะท้อนถึงความสำเร็จในการนำเสนอ “รถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาดี” ที่มาพร้อมคุณภาพและสมรรถนะที่น่าพอใจ ความร่วมมือระหว่าง BYD แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีน และ REVER Thailand ในฐานะดีลเลอร์ ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทำให้ BYD DOLPHIN กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้
หมายเหตุ: BYD ยังมีรุ่นอื่นที่ได้รับความนิยมสูง เช่น BYD ATTO 3 (ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,099,900 บาท) และ BYD SEAL (ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,325,000 บาท)
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
BYD DOLPHIN (Standard Range): 699,999 บาท
BYD DOLPHIN (Extended Range): 859,999 บาท
อันดับ 2: NETA V – สุนทรียภาพแห่งยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้
NETA V คืออีกหนึ่งแบรนด์จากจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่แข็งแกร่ง NETA V นำเสนอ “รถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่แพง” ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัด แต่ยังคงต้องการสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคต การมีอยู่ของ NETA V ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นจริงได้ง่ายขึ้นสำหรับคนจำนวนมาก
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
NETA V (มีรุ่นเดียว): 549,999 บาท
อันดับ 3: ORA GOOD CAT – ความน่ารักที่มาพร้อมเทคโนโลยี
ORA GOOD CAT จาก GWM เป็นหนึ่งในรุ่นบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์น่ารักในไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น การออกแบบภายในที่ทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทำให้ ORA GOOD CAT ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นในตลาด แต่ความน่ารักและเอกลักษณ์เฉพาะตัวยังคงเป็นจุดแข็งที่ทำให้รุ่นนี้ยังคงติดอันดับรถยนต์ EV ที่คนไทยให้ความสนใจ
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
ORA GOOD CAT (PRO): 799,000 บาท
ORA GOOD CAT (ULTRA): 899,000 บาท
อันดับ 4: MG4 ELECTRIC – สมรรถนะสปอร์ตในร่างรถยนต์ไฟฟ้า
MG4 ELECTRIC คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและสมรรถนะที่เหนือกว่า MG4 Electric สามารถทำยอดขายได้อย่างน่าพอใจในปีที่ผ่านมา ด้วยราคาที่ไม่ถึงหนึ่งล้านบาท ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะที่ดี ดีไซน์ที่ดูดี และคุ้มค่า
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
MG4 ELECTRIC (รุ่น D): 869,000 บาท
MG4 ELECTRIC (รุ่น X): 969,000 บาท
กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) – ทางเลือกสายกลางเพื่อความประหยัดและรักษ์โลก
สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจกับการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือมองหาทางเลือกที่ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รถยนต์ไฮบริดคือคำตอบที่ลงตัว
อันดับ 1: TOYOTA YARIS CROSS – ความอเนกประสงค์ของ SUV ผสานเทคโนโลยีไฮบริด
TOYOTA YARIS CROSS คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความอเนกประสงค์ของรถยนต์ประเภท SUV ขนาดเล็ก เข้ากับเทคโนโลยีไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไป และการบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ทำให้ Yaris Cross เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในเมืองและนอกเมือง
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
TOYOTA YARIS CROSS: 789,000 บาท
อันดับ 2: HONDA CITY e:HEV – รถเก๋งยอดนิยมที่มาพร้อมขุมพลังไฮบริด
HONDA City e:HEV นำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดให้กับรถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยมอย่าง Honda City ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้ราคาจะสูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์ปกติ แต่ความประหยัดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และสมรรถนะที่ได้รับการยกระดับ อาจคุ้มค่าสำหรับการลงทุนในระยะยาว
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ:
HONDA CITY e:HEV Hatchback: 729,000 บาท
HONDA CITY e:HEV Sedan: 769,000 บาท
สรุป: การตัดสินใจที่ใช่คือความพึงพอใจส่วนบุคคล
ภาพรวมของ “รถยนต์ยอดนิยมปี 2025” แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความต้องการของผู้บริโภคไทย ตั้งแต่รถกระบะที่ยังคงเป็นขวัญใจมหาชน รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนอนาคต และรถยนต์ไฮบริดที่เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
การเลือกรถยนต์ที่ดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ งบประมาณ ความชอบส่วนตัว หรือแม้กระทั่งวิสัยทัศน์ในการใช้ยานยนต์แห่งอนาคต
หากคุณกำลังมองหา “รถยนต์ที่เหมาะกับคุณ” หรือต้องการเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึกของรถยนต์รุ่นต่างๆ รวมถึง “ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด” เพื่อให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความอุ่นใจและปลอดภัย อย่าลังเลที่จะเข้ามาสำรวจข้อมูลบนแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้นนำ เราพร้อมเป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณ เพื่อให้คุณได้ครอบครองรถยนต์ที่ใช่ ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
สนใจเปรียบเทียบประกันรถยนต์ หรือมองหารถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ?
เริ่มต้นการค้นหาของคุณวันนี้ เพื่อรับข้อเสนอที่ดีที่สุด และความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกการเดินทาง!

