• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T0402261 รางว ลของคนขย part 2

admin79 by admin79
February 4, 2026
in Uncategorized
0
T0402221 กมาก เกล ยดมาก part 2
featured_hidden
Mercedes-AMG ONE: สถิติใหม่ในสนาม Nürburgring, บทพิสูจน์แห่งสุดยอดเทคโนโลยี Hypercar ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง การสร้างสถิติใหม่ในสนามแข่งระดับตำนานอย่าง Nürburgring Nordschleife ถือเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญ
ที่สุดของศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด และเมื่อพูดถึง Mercedes-AMG ONE ไฮเปอร์คาร์ที่ผสานเทคโนโลยีจาก Formula 1 สู่รถยนต์ที่วิ่งได้บนถนนจริง การประกาศสถิติเวลาต่อรอบที่สนามแห่งนี้อีกครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่เป็นการย้ำเตือนถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง Mercedes-AMG ONE ทำลายสถิติ Nürburgring อีกครั้ง: 6 นาที 29.090 วินาที เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา Mercedes-AMG ONE ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งบนสนาม Nürburgring Nordschleife ด้วยการทำเวลาต่อรอบอันน่าทึ่งที่ 6 นาที 29.090 วินาที การบันทึกเวลาครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำความเหนือกว่าของไฮเปอร์คาร์คันนี้ โดยสามารถทำเวลาได้เร็วกว่าสถิติเดิมของตัวเองที่เคยทำไว้ในปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ 6 นาที 35.183 วินาที ถึงกว่า 6 วินาที การปรับปรุงสถิติอย่างก้าวกระโดดนี้ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของตัวรถที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงความเชี่ยวชาญของทีมวิศวกรและนักขับที่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของเครื่องยนต์และแชสซีส์ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ Maro Engel นักแข่ง DTM ผู้มีประสบการณ์และเป็นนักขับประจำแบรนด์ของ Mercedes-Benz เป็นผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยในการทำลายสถิติครั้งประวัติศาสตร์นี้ การที่เขาเป็นผู้ที่เคยสร้างสถิติเดิมไว้แล้ว และสามารถทำลายสถิติของตนเองได้อีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพที่คงที่ของ Mercedes-AMG ONE ในสภาพการขับขี่ที่ท้าทายที่สุด ก้าวข้ามขีดจำกัด: รถยนต์สตรีทคาร์คันแรกที่ทำเวลาต่ำกว่า 6:30 นาที สถิติใหม่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะทำให้ Mercedes-AMG ONE กลายเป็นรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการใช้งานบนถนนทั่วไป (Street-Legal Car) คันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำเวลาต่อรอบในสนาม Nürburgring Nordschleife ได้ต่ำกว่า 6 นาที 30 วินาที ตัวเลขนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถที่เหนือชั้นของรถคันนี้ ซึ่งแตกต่างจากรถแข่ง Formula 1 อย่าง Porsche 919 Hybrid Evo ที่ยังคงครองสถิติรอบเร็วที่สุดตลอดกาลในสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 5 นาที 19.546 วินาที สถิติของ Mercedes-AMG ONE จึงเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์สำหรับผู้บริโภคทั่วไปไปอีกขั้น คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดในกลุ่มรถยนต์สตรีทคาร์อย่าง Porsche 911 GT2 RS ที่มาพร้อมชุดแต่ง Manthey Performance Kit ทำเวลาไว้ที่ 6 นาที 43.300 วินาที ซึ่งยังคงห่างจากสถิติของ Mercedes-AMG ONE อยู่มากทีเดียว นี่คือข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงความโดดเด่นของไฮเปอร์คาร์จาก Mercedes-AMG หัวใจแห่งสมรรถนะ: เครื่องยนต์ F1 สู่ท้องถนน แก่นแท้ของ Mercedes-AMG ONE คือระบบส่งกำลังที่พัฒนามาจากรถแข่ง Formula 1 อย่างแท้จริง ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงถึง 4 ตัว เพื่อสร้างพละกำลังรวมกว่า 1,063 แรงม้า เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดมาจากสนามแข่ง ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างตัวถังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอ็คทีฟ (Active Aerodynamics) ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างตามสภาวะการขับขี่ และระบบช่วงล่างแบบ Pushrod ที่ให้ความแม่นยำในการควบคุมสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ที่มีเพลาขับไฟฟ้าด้านหน้า และการควบคุมแรงบิดแบบ Torque Vectoring ช่วยให้รถสามารถส่งกำลังไปยังล้อแต่ละล้อได้อย่างเหมาะสม ทำให้การเข้าโค้งและการออกตัวทำได้อย่างเหนือชั้น
ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R MO: พันธมิตรแห่งสมรรถนะ เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดจาก Mercedes-AMG ONE การเลือกใช้ยางที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 R MO ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับไฮเปอร์คาร์คันนี้ เป็นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยให้การยึดเกาะถนน การเบรก และการตอบสนองทำได้อย่างเต็มที่ โหมด “Race Plus” ที่ถูกเปิดใช้งานระหว่างการทำสถิติ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของรถยนต์ โหมดนี้จะทำการปรับตั้งค่าระบบอากาศพลศาสตร์ให้มีแรงกดสูงสุด และปรับช่วงล่างให้มีความแข็งแน่นยิ่งขึ้น เพื่อการควบคุมที่เฉียบคมในสนามแข่ง วิวัฒนาการของเครื่องยนต์ F1: จาก V8 สู่ V6 Hybrid ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วงการ Formula 1 ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในข้อกำหนดทางเทคนิคของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะการลดขนาดความจุลง และการนำระบบไฮบริดเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับมลพิษและการประหยัดพลังงาน จากเดิมที่เครื่องยนต์ V8 แบบไม่มีระบบอัดอากาศสามารถรีดรอบได้สูงถึง 20,000 รอบต่อนาที การเปลี่ยนแปลงสู่เครื่องยนต์ V6 ขนาดเล็กลง พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ และระบบไฮบริด ได้เข้ามาทดแทนพลังที่สูญเสียไป แม้ว่าเสียงเครื่องยนต์ V6 รุ่นใหม่ใน F1 อาจจะขาดเสน่ห์ดั้งเดิมของเครื่อง V8 ไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการตอบสนองได้ดีขึ้นอย่างมหาศาล เทคโนโลยี e-Turbo หรือเทอร์โบไฟฟ้า ที่ใช้ในรถแข่ง F1 ก็ได้ถูกนำมาปรับใช้ในรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG ONE ด้วยเช่นกัน เทคโนโลยีนี้ช่วยลดอาการรอรอบ (Turbo Lag) ที่เป็นข้อจำกัดของเทอร์โบแบบดั้งเดิม ทำให้การตอบสนองของเครื่องยนต์มีความฉับไวมากขึ้น การออกแบบที่เน้นอากาศพลศาสตร์: ศิลปะแห่งความเร็ว การออกแบบของ Mercedes-AMG ONE ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่คือผลลัพธ์ของการคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์อย่างถึงที่สุด ทุกเส้นสาย ทุกส่วนโค้งเว้า ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด สปอยเลอร์หน้าพร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่: ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้าและนำอากาศเข้าสู่ระบบระบายความร้อน ช่องรับอากาศบนหลังคา: ทำหน้าที่ดูดอากาศเย็นเข้าสู่เครื่องยนต์และระบบอัดอากาศ ท่อ NACA ขนาดใหญ่: ช่วยในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์และระบบไฮบริด ซุ้มล้อหลังที่ออกแบบพิเศษ: ควบคุมการไหลเวียนของอากาศที่ออกจากบริเวณซุ้มล้อ ดิฟฟิวเซอร์ท้ายรถขนาดใหญ่: สร้างแรงกดด้านท้ายและช่วยในการรีดอากาศ สปอยเลอร์หลังแบบแอ็คทีฟ: สามารถปรับเปลี่ยนองศาเพื่อสร้างแรงกดตามความเร็ว บานเกล็ดอากาศแบบแปรผัน: บนฝากระโปรงหน้าและบังโคลนหน้า ช่วยควบคุมการไหลเวียนของอากาศ การออกแบบที่อิงหลักอากาศพลศาสตร์นี้ ไม่ได้มีเพียงแค่การสร้างแรงกด (Downforce) แต่ยังรวมถึงการลดแรงต้านอากาศ (Drag) และการจัดการการไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนให้กับส่วนประกอบต่างๆ ของระบบส่งกำลังไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องโดยสาร: บรรยากาศ Formula 1 บนถนน ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG ONE สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่ผสมผสานความเป็นรถแข่ง Formula 1 เข้ากับความหรูหราสะดวกสบายตามสไตล์ Mercedes-Benz การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เบาะนั่งแบบ Bucket Seat สองตำแหน่งโอบกระชับสรีระอย่างสมบูรณ์แบบ พวงมาลัยที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง F1 สามารถปรับได้ตามต้องการ วัสดุที่ใช้เป็นคาร์บอนไฟเบอร์และหนัง Nappa สีเทา Magma พร้อมการเย็บตะเข็บสีเหลืองตัดกันอย่างมีเอกลักษณ์
อุโมงค์กลางที่แยกพื้นที่ผู้ขับและผู้โดยสาร เป็นโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแรงทนทาน และสอดคล้องกับการออกแบบของรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ต สมรรถนะสูง ระบบส่งกำลัง Plugin Hybrid EQ Power+: หัวใจที่ซับซ้อนแต่ทรงพลัง หัวใจหลักของ Mercedes-AMG ONE คือระบบส่งกำลัง Plugin Hybrid EQ Power+ ที่ได้รับการยกมาจากรถแข่ง F1 โดยตรง ประกอบด้วย: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 1.6 ลิตร: ให้กำลังมากกว่า 500 กิโลวัตต์ (ประมาณ 670 แรงม้า) มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว: 1 ตัว ติดตั้งร่วมกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ (e-Turbo): ช่วยลดอาการรอรอบและเพิ่มประสิทธิภาพ 1 ตัว ติดตั้งบนเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์สันดาป: ทำหน้าที่ส่งกำลังโดยตรง 2 ตัว ขับเคลื่อนล้อหน้า: แต่ละตัวให้กำลัง 120 กิโลวัตต์ (ประมาณ 163 แรงม้า) รวมเป็น 326 แรงม้า การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านี้ สร้างพละกำลังรวมกว่า 1,000 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และ 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาไม่ถึง 6 วินาที ความเร็วสูงสุดทะลุ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การจัดการพลังงานและการระบายความร้อน: กุญแจสู่สมรรถนะที่สม่ำเสมอ ระบบส่งกำลังไฮบริดที่ซับซ้อนเช่นนี้ ต้องการการจัดการพลังงานและการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่ Lithium-ion พิเศษถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงและเหมาะกับการใช้งานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง วางตำแหน่งไว้ด้านหน้าหลังแร็คพวงมาลัยและช่วงล่าง เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมมาตร ระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ ได้รับการพัฒนาตามแบบรถแข่ง F1 นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายความร้อนสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่, และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แรงสูงอื่นๆ รวมถึงอินเตอร์คูลเลอร์สำหรับเทอร์โบ และการระบายความร้อนด้วยน้ำมันที่ครอบคลุมส่วนอัดอากาศและแบตเตอรี่ กลยุทธ์การขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ใน Mercedes-AMG ONE ใช้การควบคุมแบบอิสระระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง โดยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้สามารถควบคุมแรงบิดไปยังแต่ละล้อได้อย่างแม่นยำ (Torque Vectoring) ซึ่งส่งผลดีต่อการเข้าโค้งและการทรงตัวของรถ เมื่อเครื่องยนต์ V6 และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัว ทำงานร่วมกัน รถยนต์จะกลายเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเต็มรูปแบบ ทำให้สามารถถ่ายทอดพละกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อนาคตแห่ง Hypercar: Mercedes-AMG ONE คือจุดเริ่มต้น Mercedes-AMG ONE ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ต แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ของ Mercedes-Benz ในการเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต การผสานเทคโนโลยีจาก Formula 1 สู่รถยนต์ที่ผลิตเพื่อการใช้งานจริงนี้ ได้เปิดศักราชใหม่ให้กับวงการ Hypercar และเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม ด้วยสถิติที่ทำได้ในสนาม Nürburgring และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย Mercedes-AMG ONE คือนิยามใหม่ของสมรรถนะ ความแม่นยำ และความตื่นเต้นในการขับขี่
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ การทำความรู้จักกับ Mercedes-AMG ONE มากขึ้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่โลกแห่ง Hypercar อันน่าทึ่งนี้
Previous Post

T0402224 ไม เช อเม part 2

Next Post

Berea28 on Reels

Next Post

Berea28 on Reels

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T0602240 งเอ ญเจอแฟนใหม ของแฟนเก พาผ ชายมาเป ดห อง งานน โป ะแตกเลย
  • [ครบชุด] T0602248 Ep1 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ
  • [ครบชุด] T0602241 เพ อนไม ได อย างตอนท สำเร จท แต อย างและไม งก ในว น
  • [ครบชุด] T0602247 Ep2 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ
  • [ครบชุด] T0602236 เศรษฐ สองคนปกป ดต วตนมาใช ตในต างจ งหว โดนคนอ นด จนพวกเธอต

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • September 2025
  • August 2025
  • July 2025
  • June 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.